วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ครองอำนาจตลอดกาล :บทพิสูจน์ทักษะการทหารและการฑุตของฮุนเซน


สมรภูมิรบเขาพระวิหารที่ถึงขั้นเดือดสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลการรบ ทหารเขมรบาดเจ็บล้มตายเป็นหลายเท่าของฝ่ายไทย 

เสร็จศึก แม่ทัพไทยที่บัญชาการรบยิ้มเริงร่าออกหน้าออกตา ประมาณว่าศึกครั้งนี้ตัวเองได้ให้บทเรียนกับนายพลหนุ่ม ทายาทของฮุนเซน และกองทัพเขมรอย่างสมน้ำสมเนื้อ และเท่ากับตบหน้าฮุนเซนผู้ครองอำนาจสูงสุดของกัมพูชา

อย่างเพิ่งดีใจ ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ 

เพราะยังมีศึกทางการทูตรอการพิสูจน์อยู่ว่าระหว่างไทย กับ กัมพูชา ใครจะแน่กว่ากัน

รบไปด้วย พร้อมกับเปิดศึกทางการทูตไปเป็นสิ่งที่ฮุนเซนถนัดนัก

เพราะเขามีประสบการณ์ตรงในศึกทางทหารและการทูตนานนับสิบๆปี นั่นคือ การรบกับเขมร 3 ฝ่าย(เขมรแดง,กลุ่มเจ้าสีหนุ และเขมรเสรี นายซอนซาน) ที่หนุนหลังโดยจีนผ่านไทย

ศึกครั้งนั้นในสายตาประชาคมโลก นายฮุนเซนไม่มีความชอบธรรมที่จะครองอำนาจ เนื่องจากเป็นหุ่นเชิดของเวียดนามที่นำทัพไล่เขมรแดงออกจากพนมเปญและเชิดเฮงสัมริน-ฮุนเซน 

ในครั้งนั้น ในเวทีระหว่างประเทศจะมีก็แต่ประเทศคอมมิวนิสต์สายสหภาพโซเวียต รวมทั้งเวียดนามเท่านั้นที่รับรองรัฐบาลเฮง สัมริน-ฮุนเซน

แต่ถูกบอยคอตโดยสหรัฐ และประเทศโลกเสรี รวมทั้งประเทศคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นลูกพี่ของเขมรแดง

สหประชาชาติให้การรับรองรัฐบาลพลัดถิ่นของเขมร 3 ฝ่ายที่่ไม่มีแผ่นดินอยู่ ขณะที่รัฐบาลเฮงสัมริน-ฮุนเซนถูกแซงชั่นทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหารจากค่อนโลก

การต่อสู้ทางการทูตระหว่างเขมรสามฝ่าย(โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยออกหน้าออกตาแทน)กับรัฐบาลหุ่นเวียดนาม-เฮงสัมริน-ฮุนเซน ยืดเยื้อกว่าสิบปี สุดท้ายฮุนเซนยอมเปิดประเทศให้สหประชาชาติเข้าไปจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นประชาธิปไตยราวปี 2534 ผลปรากฎว่าพรรคประชาชนกัมพชาของเขาพ่ายแพ้ต่อพรรคฟุนซินเปค ของเจ้ารณฤทธิ์

มันเหมือนกับว่าเขาพ่ายแพ้ที่จำต้องยอมเปิดประเทศให้สหประชาชาติเข้ามาบงการ ยอมให้มีการเลือกตั้ง ทั้งๆที่กัมพูชาเป็นประเทศคอมมิวนิสต์

อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีอำนาจโดยได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ร่วมกับเจ้ารณฤทธิ์ที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 1

แต่ในระยะต่อมาเขาดำเนินการทุกวิธีในการกระชับอำนาจ ในที่สุดก็สามารถขับไล่เจ้ารณฤทธิ์ออกจากอำนาจ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดคนหนึ่งจนขณะนี้

เมื่อมองจากที่เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากและยาวนาน แต่ยังสามารถครองอำนาจได้มากขึ้นทุกขณะ มันพิสูจน์ให้เห็นว่า นายฮุนเซนไม่ธรรมดา

ถ้านายฮุนเซนเป็นทหารและนักการเมืองที่ไร้ความสามารถเขาคงตกจากอำนาจไปนานแล้ว

ถ้าดูเส้นทางอำนาจเขา จะเห็นว่าเขาสามารถพลิกอุปสรรคเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ตลอด

เริ่มจาก ไปชักจูงเวียดนามเข้ามาปราบพลพต ปราบเสร็จในวัยยังหนุ่มยี่สิบกว่าปีเขาก็ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศพออายุสามสิบปีต้นๆก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อต่อสู้ทางทหารกับทางการทูตกับเขมรสามฝ่ายที่สหประชาชาติยอมรับอยู่กว่าสิบปี และสถานการณ์โลกได้เปลี่ยนไป คือสหภาพโซเวียตที่เป็นพี่ใหญ่ของฮุนเซนเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจเป็นแบบเปิดกว้าง  ฮุนเซน สามารถที่จะจับกระแสนี้ได้ และสามารถที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองหรือนโยบายได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงซึ่งนำไปสู่การยินยอมให้สหประชาชาติเข้ามาจัดการเลือกตั้งในประเทศที่ตนเองครองอำนาจอยู่เบ็ดเสร็จ

ถ้าฮุนเซ้นเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ที่แข็งทื่อ เขาจะไม่ยอมแน่นอน นั่นคือเขาอาจจบสิ้นในการครองอำนาจในกัมพูชาไปนานแล้ว

สงครามการทูตกับเขมรในครั้งนี้ เราจะประมาทฮุนเซนไม่ได้เด็ดขาด   

โดย วัฒนวิช

 

กลับไปที่ www.oknation.net