วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหัศจรรย์ธรรมชาติ... แด่ความรักอันงดงาม


ผมเคยเห็นพฤติกรรมที่แสดงความรัก ความเอื้ออาทร ห่วงหากันของนกมาหลายชนิด ที่ปางสีดา ในวันเวลาที่ฝนพรำ นกจาบคาเคราน้ำเงินสาวนางหนึ่งเกาะกิ่งไม้ตากฝนนิ่งอยู่ นานๆจึงสะบัดขนไล่น้ำเสียสักครั้ง เดาว่ามันคงหนาวน้ำฝน ครู่เดียวก็เห็นอีกตัวบินมาเกาะใกล้ๆกัน แล้วจึงขยับเข้าไปจนชิด เหมือนเพิ่มความอบอุ่นให้กันและกัน

     ถ้าทำได้หนุ่มน้อยตัวนั้นคงกางปีกออกป้องน้ำฝนแล้วโอบกอดหญิงสาวที่เปียกปอนให้อบอุ่นขึ้น อย่างน้อยก็ในความรู้สึก

     ในบรรดาความรักของนกที่ผมได้พบเห็นด้วยตาตัวเอง คงไม่มีอะไรเกินความรักของนกเงือก ก็คงเหมือนท่านผู้อ่านหลายคนที่เคยอ่านเรื่องราวความรักของนกชนิดนี้ผ่านตัวอักษร ตอนนั้นอ่านไปก็แค่รับรู้ แต่ไม่ได้ซาบซึ้งอะไร จนกระทั่งได้ไปเฝ้าดูนกเงือกสีน้ำตาลทำรัง

     นกเงือกมีปากใหญ่ก็จริง แต่ไม่ได้เอาปากไว้เจาะต้นไม้แบบนกหัวขวานหรือกลุ่มโพระดกที่เจาะต้นไม้ทำรัง ดังนั้นรังของพวกนกเงือก จึงเป็นโพรงไม้ที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโพรงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือโพรงที่คนเราทำขึ้นให้ก็ตาม

     จึงเป็นที่รู้กันในบรรดาคนที่ดูนกหรือถ่ายภาพนกว่าถ้าจะดูนกเงือกทำรังหรือป้อนเหยื่อก็ให้มาดูตามโพรงต่างๆที่เคยปรากฏว่าเคยมีนกเงือกมันเคยทำรังได้เลย ขึ้นอยู่กับว่าปีไหน นกเงือกคู่ไหน จะตกลงปลงใจเลือกโพรงใดเป็นที่เลี้ยงลูกน้อยในปีนั้น บางโพรงที่เคยปรากฏว่าปีที่แล้วมีนกมาเลือกทำรัง ปีต่อมาอาจจะไม่มีนกเงือกคู่ใดเลือกโพรงนั้นก็ได้

     อย่างเช่นปีนี้ผมไปหน่วยฯ บ้านกร่าง อุทยานฯแก่งกระจาน ก็ได้ข่าวคราวว่า นกเงือกสีน้ำตาล ( Brown Hornbill ) กำลังมาป้วนเปี้ยนแถวๆโพรงเก่าโพรงหนึ่งที่เคยเห็นนกเงือกทำรังเมื่อปีกลาย ไปถึงเห็นแต่โพรงเปล่า ยังไม่พบร่องรอยอะไร ครั้นพยายามมองหาบริเวณใกล้เคียง ด้วยหมายว่าถ้าเขาจับคู่กันแล้ว ทั้งคู่ก็จะพากันมาเลือกโพรง ถ้าถูกใจจึงจะเลือกโพรงนั้น

     นกเงือกสีน้ำตาลนั้นเป็นนกที่เห็นยาก ไม่เหมือนนกเงือกที่ปากขาวหรือหางขาว เพราะสีน้ำตาลของลำตัวจะกลมกลืนไปกับป่า อีกทั้งตัวก็ไม่ใหญ่ ยิ่งพอเกาะกิ่งไม้ก็มักจับนิ่งอยู่กับที่เฉยๆ เวลาบินก็ไม่ได้มีเสียง ฟึ่บฟั่บ เหมือนนกกกที่เป็นนกเงือกขนาดใหญ่

     การมองหานกเงือกสีน้ำตาลจึงเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็เห็นทั้งคู่จนได้ เกาะอยู่ใกล้ๆโพรง นั่นเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ปีนี้ โพรงนี้น่าจะได้เป็นรังรักของทั้งคู่

     อีก 2 อาทิตย์ต่อมา ผมหาโอกาสกลับไปตามดูผลการคาดเดาอีกครั้ง ปรากฏว่าเที่ยวนี้ทั้งคู่เลือกรังเรียบร้อยแล้ว ในโพรงไม้มีตัวเมียอยู่ข้างใน ช่วงนี้หน้าที่การหาอยู่หากินจึงเป็นภาระของตัวผู้ นกเงือกแต่ละรัง ตัวผู้มาป้อนอาหารไม่เท่ากัน โชคดีที่หญิงสาวนางนี้มีคู่ที่ขยันกลับมาให้อาหาร และเป็นความโชคดีของผมด้วยที่ได้ดูและได้ถ่ายภาพหลายๆครั้งใน 1 วัน ตัวผู้จะออกบินไปหาอาหาร ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ป่า พวกไทรทั้งหลาย แล้วเก็บเข้าไว้ในท้อง พอได้ปริมาณที่พอควร ก็จะบินกลับมาเกาะอยู่ใกล้โพรง

     ถ้าเราเฝ้าสังเกตดูก็จะเห็นเขาบินวูบวาบมาแล้วเกาะนิ่ง ช่วงนี้จะได้ยินตัวเมียร้องมาจากในโพรง คนดูนก ช่างภาพเตรียมประจำที่ได้เลย เพราะอีกครู่เดียวตัวผู้ก็จะโผจากกิ่งที่เกาะอยู่มาที่ปากโพรง แล้วขย้อนเอาผลไม้ออกมาจากท้องมาไว้ที่จงอยปาก แล้วยื่นไปให้ตัวเมียที่ยื่นปากมารับ ทีละเม็ดๆ จนหมดนั่นแหละตัวผู้ถึงจะโผออกมาเกาะนิ่งอยู่ใกล้ๆโพรงอีกครั้ง ก่อนจะโผบินออกไปหาอาหารอีกครั้งหนึ่ง

     ถ้าเป็นช่วงเช้าตัวผู้คงออกไปไม่ไกลจากโพรงมากนัก เพราะไม่นานก็กลับมาป้อนอาหาร แต่คงได้อาหารมาไม่มากเพราะป้อนอยู่ไม่นานก็หมด จนเริ่มสาย รัศมีในการหาอาหารจะไกลขึ้น

     ช่วงนี้คนที่มาเฝ้าดูนกอย่างผมต้มกาแฟ ดูผีเสื้อ ถ่ายแมลงปอ ดูไลเคน คร่าเวลาก่อนได้เลย เมื่อได้ยินเสียงตัวเมียร้องจากโพรงนั่นแหละ แสดงว่าตัวผู้กลับมาแล้ว และจะป้อนเหยื่อในไม่ช้า ครั้งนี้จะป้อนอยู่นาน บางโพรงที่ผมเคยมาเฝ้าตัวผู้นานๆ มาป้อนครั้งหนึ่ง ตัวเมียร้องสัก 5 ครั้ง มาป้อนแค่ 2 ครั้งก็มี

     ช่วงนี้เองที่เป็นช่วงที่อันตรายของตัวเมียมาก เพราะถ้าเกิดตัวผู้ได้รับอันตราย ตัวเมียจะอดตายในโพรง เพราะเมื่อเข้าไปในโพรงแล้วมันจะเจาะโพรงก็เมื่อลูกๆโต พร้อมออกมาได้แล้วนั่นเอง การทำร้ายหรือจับนกเงือกเพียงตัวหนึ่ง นั่นอาจหมายถึงนกเงือกทั้งโพรงกำลังถูกฆ่าตามไปด้วย

     ในตำราของ อาจารย์พิไล พูนสวัสดิ์ ซึ่งท่านเป็นผู้ชำนาญการด้านนกเงือก (ผมแอบอ่านความรู้จากท่านบ่อยๆ) ท่านเขียนบอกว่าถ้าตัวผู้ตาย นกเงือกตัวเมียที่รอดชีวิต มันจะไม่มีคู่ใหม่อีกเลย มันจึงเป็นสัตว์ที่มีผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต ความรักของนกเงือกจึงเป็นความรักที่น่ายกย่อง ในความซื่อสัตว์ต่อความรักอย่างหาได้ยาก สำหรับคนที่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ธรรมชาติอย่างผู้เขียน ในข้อนี้ผมไม่อาจยืนยันได้ แต่อาจารย์ท่านคงไม่เขียนขึ้นมาลอยๆ แน่

     แต่ในการแสดงความรักของนกปากใหญ่ ที่เด่นชัดอีกอย่างคงเป็น นกกก (Great Hornbill) หรือเรียก นกกาฮัง ตามเสียงร้อง ในช่วง ก.พ.-มีนาคม มักเห็นคู่รักของนกกาฮัง โดยเฉพาะในยามที่อยู่บนต้นไทรสุก จะเห็นตัวผู้ที่ดูแลตัวเมีย เด็ดผลไม้ป้อนให้กับปาก ทั้งๆที่ผลไม้ก็มีอยู่ทุกกิ่งรอบตัว ชักนำตัวเมียไปยังกิ่งที่ผลไม้มีรสอร่อยที่สุด

     ช่วงนี้ถ้าเห็นนกกาฮังเกาะกิ่งไม้อยู่ตัวเดียว นั่นแสดงว่ามันอยู่ในช่วงของการทำหน้าที่ตัวผู้ที่ดีที่ออกหาอาหารเอาไปป้อนลูก เมีย ในโพรงใดโพรงหนึ่งในป่า ถ้าไปยิงมันด้วยหวังจะเอาปากของมันไปเป็นของประดับบ้าน หรือจับมันไปเลี้ยงแล้วบอกว่านี่แหละคือความปราณีที่เรามีให้แก่สัตว์ป่า

     รู้ไว้เถอะ ท่านกำลังทำบาปอย่างมหันต์ ไม่เพียงตัวที่มาป้อนเหยื่อที่ประสบเคราะห์กรรม ชีวิตในโพรงนั่นก็ด้วย เคยเห็นนกกาฮังตัวผู้ เกาะนิ่งอยู่ใกล้โพรง หลังจากป้อนอาหารตอนเย็นย่ำใกล้ค่ำ แม้ฝนจะพรำๆ ปีก ขนที่ใหญ่ หนาจะชุ่มน้ำสักเพียงใดก็ตาม ผมก็ยังเห็นมันเกาะนิ่งทำหน้าที่เวรยามอย่างไม่บิดพลิ้ว

     การดูแลกันและกัน ด้วยความรัก ด้วยความเอาใจใส่ หยิบยื่นความเอื้ออาทรให้แก่กัน ความรัก ความหวังดีที่เรามีให้ผู้อื่น ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องลงทุนใดๆ ความรักนั้นจรรโลงโลก สร้างสันติสุขให้สังคม

     ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่สมบูรณ์พูนสุข มีในหลวงเป็นศูนย์รวมใจ เหมือนดังป่าใหญ่ที่มีผลไม้อุดมสมบูรณ์ เก็บกินได้ไม่มีหมดสิ้น เพียงเอาความขยันขันแข็ง ไม่เกียจคร้าน ไม่ติดหล่มของอบายมุขทั้งหลาย ชีวิตก็จะพบแต่ความดีงาม สีเสื้ออันนำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคม

     นั่งลงสักนิด ดึงสติให้หลุดจากบ่วงของโทสะ การอยากเอาชนะคะคาน แล้วมาตรองดูว่า แผ่นดินนี้ไม่ดีจริงหรือ? คนรอบข้างเรา สังคมเราไม่ดีจริงหรือ? ฝ่ายตรงข้ามเราเลวร้ายจนไม่หลงเหลือความดี จริงหรือ? ฯลฯ เมื่อได้คำตอบแล้วให้เอาความรักเข้ามาคลี่คลาย

     สิ่งที่จะนำมาซึ่งความสงบ ร่มเย็นของแผ่นดิน ของสังคม ก็คือความรัก พลานุภาพของความรักนั้นยิ่งใหญ่ หากแต่เราต่างต้องเชื่อมั่นในความรัก ศรัทธาในความดี อย่าร้องขอ หากแต่ให้ลงมือทำ

     ขณะที่นั่งอยู่ใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ เมื่อเฝ้าดูนกเงือกมาป้อนอาหาร มีสายธารชุ่มเย็นที่รินไหลอยู่ใกล้ๆ ทำให้ผมนึกถึงคุณค่าของความรัก และอิทธิพลของธรรมชาติ ภายใต้ร่มพระบารมีของในหลวง พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ สายธารน้ำใจและความรักที่ฉ่ำชื่น สร้างความสุขให้แผ่นดินนี้ได้ ด้วยความรักอันสวยงามจริงๆ ผมควรจะนำเสนอเรื่องนี้ในช่วงเดือนแห่งความรัก แม้ความรักไม่มีช่วงเวลามาจำกัดก็ตามที

     อ่านเรื่องนี้แล้ว ถามตัวเองว่า เรายังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักกันอยู่ไหม.....


.................................................................................


คมฉาน ตะวันฉาย....เรื่อง/ภาพ

www.tawanyimchang.com


(กรุงเทพธุรกิจ (เสาร์สวัสดี) ปี ๒๕๕๒ จำวันที่ไม่ได้)

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net