วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งิ้ว..ไล้เหลี่ยว..อย่างไรจึงยกระดับว่าเป็นมรดกโลก!!


ภาพ ชุดรูปยากาแร็ต ที่เป็นหน้างิ้วจีน อายุกว่า 80ปี ที่ยังดูมีสีสัน จัดจ้านกว่า25รูปชุดนี้ทำให้ ข้าพเจ้าต้องสะดุดกับที่มาและเรื่องราวของงิ้ว

วามโดดเด่นของการแสดงงิ้วนั้น นอกจากลีลาการร่ายรำและการเคลื่อนไหวของผู้แสดงแล้ว เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตลอดจนการแต่งหน้าก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นสีสันของการแต่งหน้าที่แตกต่างกันไป ก็จะบ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยของตัวละครได้

อย่างเช่นแต่งหน้าสีแดง จะมีความหมายไปในทางที่ดี เป็นสัญลักษณ์ของผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญ การแต่งหน้าสีดำมีความหมายเป็นกลาง เป็นสัญลักษณ์ของผู้ห้าวหาญ ไม่เห็นแก่ตัวและเฉลียวฉลาด หากว่าแต่งหน้าเป็นสีน้ำเงินหรือเขียว ก็จะมีความหมายเป็นกลางเช่นเดียวกันและยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวีรบุรุษชาวบ้านอีกด้วย ส่วนการแต่งหน้าที่สีขาวและสีเหลือง มักจะมีความหมายไปทางลบ เป็นสัญลักษณ์ของผู้เหี้ยมโหดและคดโกง


งิ้วในประเทศไทย

ารแสดงงิ้วตามเอกสารเก่าที่สุดที่มีการพูดถึงการแสดงงิ้ว คือ จดหมายเหตุลาลูแบร์ ซึ่งเป็นราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศส ที่เข้ามาเจริญพระราชไมตรีกับสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อ พ.ศ. 2230 และมีบันทึกอีกช่วงหนึ่งเมื่อครั้งสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรี ครั้งมีการอัญเชิญพระแก้วมรกตล่องน้ำมายังพระนคร007 นอกจากขบวนแห่จะมี โขน ละคร ดนตรีปี่พาทย์แล้ว ยังมีคณะงิ้วอีก 2 ลำเรือแสดงล่องลงมาด้วยกันอีกด้วย

การแสดงงิ้วในเมืองไทยได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมัยนั้นมีทั้งคณะของทั้งไทยและจีน และยังมีการเปิดโรงเรียนสอนงิ้วและมีโรงงิ้วแสดงเป็นประจำมากมายบนถนนเยาวราช

มื่อครั้งไปเที่ยวบ้านดินบ้านบรรพบุรุษ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปชมโรงงิ้วประจำหมู่บ้าน เป็นอาคารสองชั้น มีเวที โล่ง สูงตระหงาน ด้านโถงมีรูป ประธานเหมา และด้านล่างจะเป็นโรงอาหารใหญ่ ทำให้นึกถึง ที่มาของงิ้ว

ประเภทของงิ้ว

งิ้วที่ยอมรับกันว่าเป็นงิ้วที่สมบูรณ์แบบชนิดแรกคือ ละครใต้ (หนันซี่) ของสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ แถบเมืองเวินโจว จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิง จึงเกิด ‘งิ้วปักกิ่ง’ ซึ่งถือได้ว่าเป็นศิลปะประจำชาติ และมีความโดดเด่นมาก เพราะเป็นการแสดงที่เอาความเด่นของงิ้วทุกชนิดมารวมเข้าด้วยกัน มีการแสดงที่โลดโผนกว่างิ้วแต้จิ๋ว มีการร้องโอเปร่า ร้องลากเสียงเพื่อแสดงพลังเสียง และมีการใช้เสียงบีบเพื่อแสดงศิลปะการใช้เสียงที่หลากหลายด้วย

จีนมีละครงิ้วดั้งเดิมกว่า 300 ชนิด งิ้วปักกิ่งเป็นงิ้วที่แพร่หลายมากที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในจีน ซึ่งได้รวมศิลปะการร้อง การบอกเล่า ระบำและกังฟูไว้ในศิลปะเดียวกัน มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี เป็นศิลปะการแสดงที่เข้มงวดและมีเอกลักษณ์ รวบรวมสิ่งดี ๆ ไว้กว่าหนึ่งพันรายการ ปัจจุบัน บริโภคทางวัฒนธรรมในสังคมมีให้ผู้คนได้เลือกมากกมายหลากหลาย ศิลปะงิ้วปักกิ่งกำลังค้นหาลู่ทางการพัฒนาใหม่ ๆ เพื่อให้ศิลปะล้ำค่านี้สืบทอดต่อ ๆ กันไป

งิ้วปักกิ่งของจีนหรือ“อุปรากรแห่งบูรพา” ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติขนานแท้ของจีน เพราะเกิดขึ้นในปักกิ่ง จึงมีชื่อเรียกกันว่า “จิงจวี้” ที่แปลเป็นไทยว่า “งิ้วปักกิ่ง” งิ้วปักกิ่งมีประวัติกว่า 200 ปีแล้ว ต้นกำเนิดของงิ้วปักกิ่งต้องย้อนหลังไปถึงงิ้วท้องถิ่นเก่าแก่บางชนิดในอดีต โดยเฉพาะคือ “ฮุยปัน” ที่เป็นงิ้วท้องถิ่นที่เคยแพร่หลายอย่างกว้างขวางในภาคใต้ของจีนเมื่อศตวรรษที่ 18 ในปี 1790 คณะงิ้วท้องถิ่น“ฮุยปัน”คณะแรกเข้าสู่กรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมงานแสดงเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของจักรพรรดิ หลังจากนั้น มีคณะแสดงงิ้ว“ฮุยปัน”จำนวนไม่น้อยได้ทยอยเข้าไปแสดงในกรุงปักกิ่ง เนื่องจาก“ฮุยปัน”เคลื่อนย้ายไปมาตามที่ต่าง ๆ บ่อย ๆ เข้าใจดูดซับเอาบทละครและศิลปะการแสดงของงิ้วชนิดอื่น ๆ มาปรับใช้เป็นของตัวเองอยู่เสมอ ประกอบกับปักกิ่งเป็นแหล่งที่รวมของงิ้วท้องถิ่นมากมาย จึงช่วยให้ “ฮุยปัน” ได้ยกระดับศิลปะการแสดงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปลายศตวรรษที่ 19 ต้นศตวรรษที่ 20 หลังผ่านการหลอมรวมเป็นเวลานานหลายสิบปี งิ้วปักกิ่งจึงก่อรูปขึ้นในที่สุด และกลายเป็นการแสดงงิ้วบนเวทีชนิดใหญ่ที่สุดของจีน







งิ้วปักกิ่งเป็นศิลปะการแสดงสมบูรณ์แบบที่รวมศิลปะ“การขับร้อง” “การพูด” “การแสดงลีลา” “การแสดงศิลปะการต่อสู้”และ“ระบำรำฟ้อน”เข้าไว้ด้วยกัน ตัวละครของงิ้วปักกิ่งที่สำคัญแบ่งเป็น “เซิง”( เพศชาย) “ตั้น”( เพศหญิง) “จิ้ง” ( เพศชาย) และ“โฉว”( มีทั้งเพศชายและเพศหญิง) นอกจากนั้นยังมีตัวละครประกอบอีกจำนวนหนึ่ง

การแต่งหน้า

รูปแบบการแต่งหน้าเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของงิ้วปักกิ่ง ความซื่อสัตย์กับความคดโกง ความงามกับความขี้เหร่ ความดีกับความชั่วและความสูงศักดิ์กับความต่ำต้อย เป็นต้น ต่างก็แสดงให้เห็นได้โดยผ่านลวดลายในการแต่งหน้า เช่น สีแดงใช้กับบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ สีม่วงเป็นสัญลักษณ์แห่งความชาญฉลาด ความกล้าหาญและความมีน้ำใจ สีดำสะท้อนถึงอุปนิสัยใจคอสูงส่งที่ซื่อตรง สีขาวบ่งบอกถึงความคดโกงและความโหดเหี้ยมของคนร้าย สีน้ำเงินแฝงไว้ซึ่งความหมายที่มีใจนักสู้และเก่ากล้า สีเหลืองใช้กับตัวละครที่โหดร้ายทารุณ ส่วนสีทองกับสีเงิน มักจะใช้กับตัวละครที่เป็นเทวดาและภูตผีปีศาจ

กลางศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงเวลาที่สองที่งิ้วปักกิ่งรุ่งเรือง งิ้วปักกิ่งสำนักต่าง ๆ เกิดขึ้น งิ้วปักกิ่งสี่สำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือ สำนักเหมย สำนักซั่ง สำนักเฉิงและสำนักสุน แต่ละสำนักต่างก็มีนักแสดงชื่อดังจำนวนมาก พวกเขาออกแสดงงิ้วปักกิ่งตามเวทีละครอย่างคึกคักในเมืองใหญ่ ๆ เช่น นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งเป็นต้นอย่างคึกคัก ทำให้ศิลปะงิ้วปักกิ่งปรากฏสภาพเจริญรุ่งเรื่อง

เหมยหลันฟังเป็นหนึ่งในศิลปินนักแสดงงิ้วปักกิ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก

ในปีค.ศ.1919 เหมยหลันฟังนำคณะงิ้วปักกิ่งเดินทางไปแสดงในประเทศญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกที่ศิลปะงิ้วปักกิ่งแพร่หลายไปสู่โพ้นทะเล ในปี 1930 เหมยหลันฟังนำคณะงิ้วปักกิ่งเดินทางไปแสดงที่อเมริกา ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกันต่อมา ปี 1934 เหมยหลันฟังเดินทางไปเยือนยุโรปตามคำเชิญ ได้รับความสนใจยิ่งจากวงการงิ้วของยุโรป หลังจากนั้น พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มถืองิ้วปักกิ่งเป็นสำนักวิชาการแสดงบนเวทีสำนักหนึ่งของจีน





การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

ปลายศตวรรษที่19และต้นศตวรรษที่20 ละครงิ้วปักกิ่งจึงได้ก่อรูปขึ้น และได้กลายเป็นรูปแบบละครที่ใหญ่ที่สุดของจีน ความหลากหลายและสีสันจากศิลปิน นักแสดง โรงละครและผู้ชม ตลอดจนความกว้างขวางของอิทธิพลของละครงิ้วปักกิ่งต่างก็อยู่อันดับต้นๆในละครชนิดต่างๆของจีน ละครงิ้วปักกิ่งเป็นศิลปการแสดงรวม ซึ่งได้ครอบคลุม"การร้อง(ร้องเพลง) การพูด(บทสนทนาละครงิ้ว) การแสดงท่าทาง การเล่นบทวิทยายุทธ)และการรำ(แสดงระบำ)"เข้าด้วยกัน เป็นการบรรยายเรื่องราวและอุปนิสัยของบุคคลโดยผ่านวิธีการแสดงรูปแบบต่างๆ

ตัวแสดงของละครงิ้วปักกิ่งได้แบ่งได้เป็นห้าแบบ ได้แก่ เซิง ตั้น จิ้ง ม่อ โฉ่ว แต่ละแบบยังสามารถแยกย่อยได้เป็นหลายสาขาที่ละเอียดลงไปอีก

เซิงจะแบ่งเป็น "เหล่าเซิง"หมายถึงผู้ชายวัยกลางคน ปกติจะแสดงตัวเป็นบุคคลที่มีนิสัยซื่อสัตย์หรือนายพลฮ่องเต้ ส่วน"เสี่ยวเซิง"หมายถึงหนุ่มๆ

ตั้นจะแบ่งเป็น "ชิงอี"หมายถึงสตรีวัยกลางคน ปกติจะหมายถึงสตรีในบ้านตระกูลสูงศักดิ์ "อู่ตั้น"หมายถึงสตรีที่เก่งทางวิทยายุทธ ส่วน"ฮัวตั้น"หมายถึงเด็กสาวรุ่น หรือสตรีชั้นต่ำสุด เช่น"หญิงผู้รับใช้"

จิ้งหมายถึงตัวแสดงที่ทาหน้าจนลาย ปกติจะเป็นตัวบุคคลฝ่ายชายที่มีลักษณะพิเศษในอุปนิสัยหรือหน้าตา

ม่อเป็นประเภทคนชรา หมายถึงคนชราชั้นต่ำที่มีอายุมาก ความคิดค่อนข้างเลอะเทอะ เนื่องจากเวลาแต่งหน้าจะทาแป้งขาวบนจมูกเลยได้ชื่อว่า"เสี่ยวฮัวเหลี่ยน"

ส่วน"โฉ่ว"หมายถึงเสี่ยวฮัวเหลี่ยน ส่วนมากหมายถึงบุคคลที่ดำรงชีวิตอยู่ชั้นต่ำสุดของสังคม

หน้ากากงิ้วเป็นศิลปะที่มีลักษณะพิเศษมากที่สุดในละครงิ้วปักกิ่ง ความซื่อสัตย์หรือชั่วร้าย ความสวยหรือขี้เหร่ ความดีหรือร้าย ฐานะชั้นสูงหรือต่ำของบุคคลต่างๆนั้น ล้วนสามารถแสดงออกโดยผ่านหน้ากาก ยกตัวอย่างเช่น สีแดงแสดงว่านิสัยซื่อสัตย์ สีม่วงแสดงว่านิสัยกล้าหาญและมีความเฉลียวฉลาด สีดำแสดงว่าบุคคลนี้มีอุปนิสัยที่ดีและซื่อสัตย์ สีขาวแสดงว่าบุึคคลนี้นิสัยชั่วใจร้าย สีน้ำเงินแสดงว่าแข็งแรงเก่งวิทยายุทธและกล้าหาญ สีเหลืองแสดงว่านิสัยเหี้ยมโหดทารุณ ส่วนสีทองและสีเงินส่วนมากจะใช้แสดงเทวดา พระพุทธรูปหรือพวกผีและปีศาจ หน้าทองตัวทอง เป็นสักลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความว่างเปล่าและความปาฏิหาริย์
















แบบการแต่งหน้าของงิ้วปักกิ่งที่เป็นเสน่ห์ของงิ้ว

中国国际广播电台

รูปแบบการแต่งหน้าของงิ้วปักกิ่งคือลวดลายในการแต่งหน้าของผู้แสดงงิ้วที่ทาสีชนิดต่างๆเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอุปนิสัย คุณลักษณะและชะตากรรมของตัวละคร โดยทั่วไป การแต่งหน้าสีแดงมีความหมายในทางดี เป็นสัญลักษณ์ของผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญ การแต่งหน้าสีดำมีความหมายกลาง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของผู้ห้าวหาญ ไม่เห็นแก่ตัวและเฉลียวฉลาด การแต่งหน้าสีน้ำเงินกับสีเขียวก็มีความหมายกลาง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของวีรบุรุษชาวบ้าน การแต่งหน้าสีเหลืองกับสีขาวมักจะมีความหมายในทางลบ เป็นสัญลักษณ์ของผู้เหี้ยมโหดและคดโกง ส่วนการแต่งหน้าสีทองกับสีเงินส่อความหมายที่ลึกลับ เป็นสัญลักษณ์ของภูตผีปีศาจ

งิ้วปักกิ่งเป็นศิลปะคู่บ้านคู่เมืองของชาวจีน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างมาก โรงเรียนการละครงิ้วปักกิ่งกำลังทดลองใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสืบทอดและพัฒนางิ้วปักกิ่งให้ยั่งยืนและให้ผู้ชมในปัจจุบันสามารถเข้าถึงแก่นสารของงิ้วปักกิ่ง




Beijing Opera: Ye Shen Chen

เรื่องราวงิ้วที่ผ่านมา

...งิ้ว..อุปรากรจีนพัฒนาการสู่การสะท้อนการแสดงออกทางการเมือง !!! ●• 

หมายเหตุ ที่มา : http://thai.cri.cn

ข้อมูลจาก หนังสือความเป็นมาของงิ้ว อาจารย์ถาวรสิกขโกศล

อุปรากรจีน (งิ้ว) ดร.มาลินี ดิลกวาณิช

งิ้วกับศิลปะการแต่งหน้า พรพรรณ จันทโรพานนท์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

http://www.ngiew.com/content-ต้น(กำเนิด)งิ้ว-4-1069-28394-1.html

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004277

Wikipedia

About this Blog..Just click ..the following pictorial links.

Outbound Tourism

Health&Cousine

Recreation

Inbound Tourism

Varity links

Activities

Lifestyle

PoliticsCurrentSituation

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net