วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

A moment of ปิ้ดจะลิว bird


ผมไม่ใช่นักดูนก ไม่ใช่คนเลี้ยงนก จะว่าไปแล้วแทบจะไม่สนใจเรื่องนกเลยด้วยซ้ำไป แต่มีอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนกที่ผมชอบ นั่นคือดูสารคดีชีวิตสัตว์ที่ BBC หรือ NG (National Geographic) ทำ ตอนไหนที่เกี่ยวกับเรื่องนก ผมจะชอบเป็นพิเศษ

การถ่ายทำสารคดีชีวิตสัตว์ในธรรมชาติ (ไม่จำเป็นต้องเป็นสัตว์ป่าหรอก) ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดล้วนยากทั้งนั้น คนทำสารคดีต้องเดินทางรอนแรมเข้าไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยของมัน สัตว์ในธรรมชาติส่วนใหญ่ก็อยู่ในป่ากันทั้งนั้น ยกเว้นสัตว์เมืองอย่างเช่นนกกระจอก ที่ธรรมชาติกับเมืองซ้อนทับกันอยู่ สารคดีสัตว์บกก็เดินเท้า นั่งรถ ลงเรือเข้าไปถ่าย สารคดีสัตว์น้ำก็ดำน้ำลงไปถ่าย สารคดีสัตว์ที่บินได้เช่นนกจึงถ่ายยากในความคิดของผม เพราะมนุษย์เราไม่มีปีกบินขึ้นไปถ่าย

นกส่วนใหญ่ทำรังอยู่บนที่สูง มีนกเพียงไม่กี่ชนิดทำรังบนพื้นดิน (ยกเว้นนกทะเล) จะถ่ายบ้านนก จะถ่ายครอบครัวนก ก็ต้องขึ้นที่สูง จะถ่ายนกบินก็ต้องบินไปกับนก ล้วนแต่เป็นงานที่ยากทั้งนั้น สารคดีชั้นดีอย่างของ BBC หรือ NG ไม่ได้สักแต่จะถ่ายเอาภาพสวย ๆ มาออกอากาศ คนทำสารคดีล้วนแต่เป็นคนรักธรรมชาติ งานของพวกเขาจึงเปี่ยมไปด้วยความรักทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง  คนทำสารคดีของ BBC และ NG ระมัดระวังอย่างมากในการเข้าไปถ่ายทำ ไม่พยายามรบกวนวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของสัตว์ที่เข้าไปถ่ายทำ สารคดีนกแต่ละเรื่องคนถ่ายทำต้องนั่งซุ้มบังไพรเป็นเวลาหลายวันเพื่อให้นกเกิดความคุ้นเคย ภาพของพวกเขาจึงเป็นภาพของนกที่อยู่ในธรรมชาติจริง ๆ

.

ผมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ แต่เลี้ยงอะไรไม่ค่อยรอดนอกจากเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ซึ่งสัตว์สองชนิดนี้ได้ปรับตัวให้เข้ากับสังคมมนุษย์มานานนับพันปี ในบรรดาสัตว์ทั้งหมดที่มีในโลก ผมว่ามีแต่หมาและแมวเท่านั้นแหละที่เราพอจะเรียกมันว่า "สัตว์เลี้ยง" ได้ (ไม่นับสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร และไม่นับสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นพาหนะเช่นม้า)

เราไม่จำเป็นต้องขังหมาและแมวไว้ในกรง (ยกเว้นว่ามันจะซ่าเกินเหตุ) ไม่ว่ามันจะไปเที่ยวที่ไหน ถึงเวลามันจะกลับมาบ้านเองเสมอ แถมยังรักและผูกพันธ์กับเจ้าของ (หมามีเจ้าของเป็นจ่าฝูงของมัน แมวมีเจ้าของเป็นขี้ข้าของมัน - -" ) สัตว์ชนิดอื่นถ้าไม่ถูกกักขังเอาไว้ ส่วนใหญ่จะหายสาบสูญไปถ้าหลุดจากที่กักขัง ไม่เชื่อลองเอาปลาทองไปปล่อยในบ่อดูสิ ดูว่ามันจะกลับมาขออยู่ในตู้ปลาหรือเปล่า นกลองเปิดกรงทิ้งไว้ดูสิ ร้อยตัวบินกลับมาสักตัวนึงก็โชคดีแล้ว (ยกเว้นนกพิราบอะนะ มันโง่ช่างมันเถอะ)

.

.
คนภาคใต้ของไทยชอบเลี้ยงนก บางคนก็บอกว่าเป็นค่านิยมที่ได้รับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็คงจะได้รับมาจากประเทศจีนอีกทีนึง เพราะประเทศจีนเลี้ยงนกในกรงกันมานานแล้ว น่าจะเป็นพันปีเหมือนกัน คนมีเงินในจีนไปไหนก็หิ้วกรงนกไปด้วย จิบน้ำชาคุยกันไปเอานกออกมาอวดกันไป เป็นเครื่องแสดงฐานะทางการเงิน เพราะกรงนกเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่งไม่ต่างจาก BB Iphone Ipad ของลูกคนรวยในปัจจุบัน นกในกรงสวยงาม เสียงร้องไพเราะเป็นเรื่องนึง กรงเป็นอีกเรื่องนึง กรงประดับมุก กรงประดับเพชรพลอย ไม้ที่ใช้ทำกรง ฯลฯ จะหิ้วเฟอร์เดินไปเดินมาอย่างเดียวไม่ใส่นกก็ตลกเลยต้องหานกใส่กรงไปด้วย

นกเลยต้องกลายเป็นสัตว์เลี้ยง ตลอดระยะเวลาเป็นพันปี มีนกไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ยอมเป็นสัตว์เลี้ยงโดยสมัครใจ (ยกตัวอย่างเช่นนกพิราบ ขนาดเค้าปล่อยไปแล้วยังบินกลับมากรง ถ้าไม่มีกรงประจำก็ทำกรงอยู่เองตามหลังคาวัด) นกไม่ได้มีปีกเพราะว่ามันรักอิสระอะไรอีกนั่นแหละ ถ้าจะบอกว่าการไม่ชอบถูกขังเป็นการรักอิสระแล้วหละก้อ สัตว์ทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์ล้วนรักอิสระ ตั้งแต่ผมเกิดมายังไม่เคยเจอสัตว์ที่ชอบถูกขังเลยสักตัว

คนในภาคใต้เลี้ยงนกในกรงมานานแล้ว นกเขา นกเขาชวา นกปิ้ดจะลิวที่คนแถบนั้นเรียกว่านกกรงหัวจุก (น็อก-กรอง-หว่า-จ๊ก) ก็เลี้ยงกันมากว่า 50 ปี มีคนเล่าว่าฮิตกันมาจากสิงคโปร์ ต่อนกเพาะนกกันมานานแล้ว นักเลี้ยงนกชาวกรุงเพิ่งจะเพาะนกปิ้ดจะลิวกันได้ไม่กี่ปีมานี้ แต่คนใต้ทำเป็นมาตั้งแต่ปีมะโว้

.

แมวเปอร์เซีย
ภาพแมวเปอร์เซีย
.
สก็อตทีชโฟลด์
ภาพแมวสก็อตทีช โฟลด์
.

การเพาะสัตว์เลี้ยง หรือจำหน่ายสัตว์เลี้ยง ไม่ทำให้คนที่ทำอาชีพนี้รวย แมวเปอร์เซียตัวสวย ๆ ราคาอยู่ราว ๆ สามพันห้าพันบาท สก็อตทีชโฟลด์แพงหน่อย ราวหมื่นห้าถึงสองหมื่นบาท แมวไทยพันธุ์ทางให้กันฟรี ๆ (ฮา) หมาไซบีเรียน ฮัสกี้ มีตั้งแต่ห้าพันถึงสองหมื่น ซิลกี้ เทอร์เรีย ค่าตัวพอ ๆ กับไซบีเรียน รวม ๆ แล้วหมาแมวหน้าตาน่ารักสายพันธุ์ดี ๆ ค่าตัวอยู่ราว ๆ หนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นบาท แพงสุดไม่เกินสามหมื่น
.

ไซบีเรียน ฮัสกี้
ภาพสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้
.
ซิลกี้ เทอร์เรีย
ภาพสุนัขซิลกี้ เทอร์เรีย
.

เห็นว่าตัวละเป็นหมื่นแบบนี้ เลี้ยงไปก็ไม่รวยหรอกครับ คนเพาะเลี้ยงส่วนใหญ่รวยระดับหนึ่งมาก่อนอยู่แล้ว ซื้อสก็อตทีชโฟลด์จากญี่ปุ่นมาคู่นึงประคบประหงมอย่างดี ปีนึงอาจจะได้ลูกสักครอกสองครอก ขายหมดก็คืนทุน ได้รายได้ปีละแสน สองแสน นี่ก็ถือว่าหรูแล้ว รายได้ดีครับ แต่ไม่ทำให้รวยพลิกฟ้าคว่ำดิน ถ้ามีวินัยในการทำธุรกิจก็จะค่อย ๆ รวยขึ้น เรียกว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี

วัวไทยตัวนึงราคาตกอยู่ประมาณตัวละหนึ่งหมื่นบาท วัวอินเดียต้อนผ่านพม่ามาขายในไทยตัวนึงตกห้าพันถึงเจ็ดพันบาท (คนอินเดียนับถือวัว เลยต้อนมาขายไทย - เรื่องจริงนะนี่) วัวอเมริกันบราห์มัน พันธุ์ที่ถูกพัฒนาให้เป็นวัวเนื้อ มีเปอร์เซ็นต์เนื้อแดงสูง พ่อพันธุ์สายเลือด 100% ตัวนึงราคาประมาณเจ็ดหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท น้ำเชื้อที่รีดจากพ่อพันธุ์บราห์มันหลอดละประมาณสองพันห้าร้อยบาท

อยู่มาวันหนึ่งพ่อค้าหัวใสกลุ่มหนึ่งนำเข้าวัวฮินดูบราซิลเข้ามาเลี้ยงในไทยฝูงเล็ก ๆ ฝูงหนึ่ง จากนั้นก็ให้นิตยสารเกษตรที่เป็นที่นิยมฉบับหนึ่ง เขียนเรื่องวัวพันธุ์นี้ลงตีพิมพ์ต่อเนื่อง บรรยายลักษณะที่แสนจะสวยงามของหูที่บิดเป็นเกลียว หัวกระบานใหญ่ หน้าผากโหนกนูน คิ้วเป็นสันโค้งสวยงาม โครงกระดูกใหญ่ ประกาศราคาขายตัวละเป็นแสนเป็นล้าน

เกษตรกรที่บอกรับหนังสือ อ่านแล้วก็หูอื้อตาลาย วัวพันธุ์ใหม่ไม่เคยเห็น แถมยังราคาตัวละเป็นแสนเป็นล้าน กลายเป็น Breaking news ฮือฮาไปทั่วประเทศ นักวิชาการเกษตรพากันส่ายหัว เพราะวัวสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดในอินเดีย เป็นวัวกระดูกไม่ค่อยมีเนื้อ บราซิลเอาไปพัฒนาสายพันธุ์เพื่อเป็นวัวเนื้อที่สามารถเลี้ยงในที่กันดาร พันธุ์ที่พัฒนาแล้วก็ยังไม่ดีพอ เปอร์เซนต์เนื้อต่ำกว่าอเมริกันบรามันมาก
.

วัวอเมริกันบราห์มัน
ภาพวัวพันธุ์อเมริกัน บราห์มัน
.
วัวฮินดูบราซิล
วัวฮินดูบราซิล
.

นักวิชาการเกษตรหรือจะสู้สื่อได้ ลำพังแค่นิตยสารที่เป็นที่นิยมนักวิชาการก็แพ้แล้ว พ่อค้ากลุ่มนี้ยังให้รายการเกษตรทางโทรทัศน์และวิทยุช่วยกันออกอากาศ ไม่ถึงสองเดือนคนไทยเราก็ได้รู้จักศัพท์ใหม่ "โคสวยงาม" (Fancy Type) ไม่ถึง 6 เดือนวัวฝูงเล็ก ๆ ที่ซื้อมาตัวละไม่ถึงหมื่นขายได้ตัวละครึ่งล้าน เกษตรต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจองซื้อวัวขี้ก้างจากบราซิล พ่อค้าต้องรีบบินไปเหมาวัวยกฝูงใส่เครื่องบินมาขาย ฟังไม่ผิดหรอกครับ เช่าเหมาลำเครื่องบินขนกันมาเลย ขายหมดแทบจะทันทีที่ลงจากเครื่องบิน หลักแสนทุกตัว

หนึ่งปีผ่านไปมีการจัดประกวด "วัวสวยงาม" แทบทุกหัวระแหง วัวขี้ก้างฝูงแล้วฝูงเล่าถูกขนใส่เรือมาจากบราซิล จากวัวตัวละไม่กี่พัน กลายเป็นวัวหลักล้าน ฟังไม่ผิดหรอกครับ วัวตัวละล้าน หูบิดเป็นเกลียวสวย หน้าผากกว้างโหนกนูนคิ้วโก่งดังวงจันทร์ หลักล้านก็เพราะเป็นวัวที่ได้แชมป์จากเวทีต่าง ๆ กินต่อกันไปเป็นทอด ๆ พอตลาดเริ่มอิ่มตัว พ่อค้ากลุ่มนี้ก็เบนเข็มไปหาสินค้าตัวอื่น ปล่อยให้เกษตรจมกองหนี้จมกองขี้วัวตัวละแสนที่ซื้อมา พาไปทับมาทั่วตำบลยังไม่ได้ทุนคืน

.

นกปิ้ดจะลิว
ภาพนกปิ้ดจะลิว
.

นกปิ้ดจะลิว (ปิ้ด-จะ-หลิว) เป็นที่นิยมในภาคใต้มานาน แต่ไม่เป็นภัยคุกคามจำนวนนกในธรรมชาติ เวลาที่อยากได้นกมาเลี้ยงเพิ่มก็จะใช้วิธีต่อนก จับมาสองสามตัว ส่วนใหญ่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมป่าไม้ในปี 2535 เพราะการขึ้นทะเบียนนี้เปิดโอกาสให้คนที่ครอบครองนกอยู่ก่อน ซึ่งก็คือคนกลุ่มนี้แหละ มาขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมไม่ให้เพิ่มจำนวน หลังจากปี 2535 มาอีกหลายปี จำนวนคนเลี้ยงเพิ่มขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก จำกัดวงอยู่ในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ภาคกลางบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ

การประกวดนกหรือที่เรียกว่าการแข่งนกมีกันมานานแล้วแต่เป็นงานระดับท้องถิ่น เริ่มจัดเป็นงานใหญ่ครั้งแรกในปี 2519 ที่หาดใหญ่ การแข่งนกปิ้ดจะลิวมาถึงกรุงเทพฯ ในปี 2524 โดยแข่งกันที่สวนจตุจักร นกปิ้ดจะลิวในธรรมชาติเริ่มถูกรบกวน จตุจักรเป็นตลาดใหญ่ อะไรที่คนกรุงเทพฯ ต้องการ ย่อมมีคนหามาสนอง แรก ๆ ก็ยังคงใช้วิธีเดิมคือต่อนกเอามาขาย
.

แข่งขันนก
ภาพการแข่งนกปิ้ดจะลิว

.

กระแสนกปิ้ดจะลิวดังอยู่ในกลุ่มคนเลี้ยงนกเพียงเท่านั้น แม้จะถูกรบกวนบ้างแต่ยังไม่ถึงกับคุกคาม จนกระทั่งในปี 2535 กรมป่าไม้จัดนกปิ้ดจะลิวให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เพราะระดับการคุกคามเพิ่มขึ้นจนน่าเป็นห่วง กระแสนกปิ้ดจะลิวจึงได้ค่อย ๆ ลดลง ปี 2546 นิตยสารเกษตรฉบับเดียวกันที่ปั่นเรื่องวัวหูบิดเป็นเกลียวก็ปั้นให้นกปิ้ดจะลิวเป็นดาวเด่น ปิ้ดจะลิว นกที่แอบซื้อแอบขายกันจำนวนไม่มากในตลาดจตุจักรกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ไม่รวยงานนี้จะรวยงานไหน ใคร ๆ ก็มาถามหาซื้อนกปิ้ดจะลิว ออเดอร์หานกปิ้ดจะลิวถูกส่งออกไปทั่วประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะอย่างแท้จริงของนกปิ้ดจะลิวในธรรมชาติ ก็อย่างที่บอก อะไรก็ตามที่คนกรุงเทพฯ ต้องการมันได้ราคาดี นกปิ้ดจะลิวที่บินกันอย่างอิสระเสรีในภาคเหนือไม่มีราคาค่างวด กลายเป็นตัวละ 150 บาทในตลาดนัดจตุจักร ไม่ต้องเพาะ ไม่ต้องเลี้ยง เงินติดปีกของจริง จากต่อนกมาขายกลายเป็นจับยกฝูง

.
หลังจากตีพิมพ์ต่อเนื่อง กระแสนกปิ้ดจะลิวจึงบูมไปทั่วประเทศ จากนกที่บินอย่างอิสระเสรี ค่าตัวของนกปิ้ดจะลิวในตลาดจตุจักรก็เพิ่มขึ้นจาก 150 เป็น 300 บาท ชมรมนกปิ้ดจะลิวเกิดขึ้นทั่วประเทศ มีการจัดแข่งนกตามจังหวัดต่าง ๆ จากนกหลักร้อยอัพค่าตัวเป็นนกหลักพัน นกที่ได้แชมป์ค่าตัวเป็นล้านก็มีให้เห็น

กระแสข่าวเรื่องนกปิ้ดจะลิวมีออกมาเป็นระยะ ๆ ไม่ใช่เพราะมันใกล้จะสูญพันธุ์ในระดับวิกฤต ปิ้ดจะลิวเป็นนกที่มีสถานะอนุรักษ์อยู่ในระดับมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ต่ำ ไม่ได้เป็นข่าวเพราะมันอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ไม่ได้เป็นข่าวเพราะมันมีลักษณะสวยงาม หรือมีเสียงร้องไพเราะ มันเป็นข่าวเพราะมัน ...
.
.

"ทำเงิน"

.

ล่าสุดรายการโทรทัศน์กบนอกกะลา ทำเรื่องนกปิ้ดจะลิวออกอากาศ "นกกรงหัวจุก วิหกเสียงทอง" จะด้วยความบังเอิญหรือเพราะเกิดสนใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลก็แล้วแต่ ประเด็นที่เด่นที่สุดในรายการก็หนีไม่พ้น "นกเงินล้าน"

.
นกปิ้ดจะลิวในท้องตลาดส่วนหนึ่งเป็นนกที่เพาะเลี้ยงขึ้นมาขาย โดยเฉพาะลูกนกที่เกิดจากแชมป์แข่งนกสนามต่าง ๆ ขายกันในราคาแพงมาก ผมลองไปสำรวจดูตามชุมชนนกปิ้ดจะลิวพบว่าคนส่วนใหญ่ในชุมชนเชื่อกันอย่างสนิทใจว่านกปิ้ดจะลิวราคาถูก ๆ หลักร้อย เป็นนกที่เกิดจากการเพาะเลี้ยง น่าแปลกใจที่เราไม่เคยเห็นฟาร์มนกปิ้ดจะลิวแห่งใดเลยที่สามารถเพาะเลี้ยงนกได้จำนวนมาก มากพอที่จะขายส่งไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีความต้องการสูง มีเท่าไหร่ไม่พอขาย

พวกเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนั้น ...

.

ผลประโยชน์ทำให้คำโกหกกลายเป็นเรื่องจริง พวกเขาเชื่อว่านกปิ้ดจะลิวหายไปจากธรรมชาติเพราะสาเหตุตามธรรมชาติของมัน เชื่อว่าการบุกรุกทำลายป่าทำให้นกมีจำนวนน้อยลง และพวกเขาคือผู้อนุรักษ์นกปิ้ดจะลิวตัวจริง ไม่ใช่นักดูนก ไม่ใช่นักอนุรักษ์ธรรมชาติ บางคนถึงกับเชื่อว่าถ้าพวกเขาไม่เลี้ยงนกปิ้ดจะลิวเอาไว้ในกรง ป่านนี้นกปิ้ดจะลิวคงจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย

คนเลี้ยงนกบอกว่าเลี้ยงเพราะรัก บอกว่ามันชอบร้องเพลง บอกว่าการแข่งนกเป็นกีฬา รักนกแล้วทำไมจำกัดอิสระภาพของมันหละ? รักนกแล้วเคยรู้ไหมว่ามันร้องเพราะต้องการประกาศเขตแดน รักนกแล้วทำไมต้องโกหกหลอกตัวเองว่าการร้องประกาศเขตแดนของมันเป็นการร้องเพลง? รักนกแล้วทำไมต้องเอามาแขวนตากแดดร้อน ๆ ให้มันร้องแข่งกัน? กีฬาบ้าบอคอแตกอะไรให้นกร้องจนเสียงแหบเสียงแห้ง เล่นแล้วร่างกายแข็งแรงตรงไหนไม่ทราบ?

.
กรมป่าไม้ หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน พยายามตรวจจับการลับลอบค้านกปิ้ดจะลิว สุ่มตรวจจับตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับปาหี่ เพราะถ้าจะปราบปรามกันจริง ๆ แล้วทำได้ไม่ยากอะไรเลย แค่ขอหมายค้นไปตรวจค้นตามชมรมนกปิ้ดจะลิว ก็จะได้รายชื่อคนครอบครองนก จับกันสักพักนกปิ้ดจะลิวจะได้อิสระโบยบินออกจากกรงกันทั่วประเทศเพราะคนเลี้ยงกลัวความผิดเอาไปปล่อย ไม่มี demand ก็ไม่มี supply ไล่จับคนดักนกมันยาก จับคนซื้อง่ายกว่าเยอะ

.

.
ปิ้ดจะลิวไม่ได้ถูกคุกคามเพราะความสวยงามหรือเสียงร้องที่ไพเราะของมันเป็นภัย มันถูกคุกคามเพราะความโลภของมนุษย์ มนุษย์ที่อ้างตัวว่าประเสริฐกว่าสัตว์นี่แหละ!!

.

.

.



เพลง : ป่าตะโกน(สุรชัย จันทิมาทร)
อัลบั้ม  : ป่าตะโกน
ศิลปินกลุ่มศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก

ขอบคุณภาพและเพลงจากบล็อกคุณชาลี และภาพจากเจ้าของภาพที่ผมไม่ทราบนามทุกท่าน


.

โดย ปรัตยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net