วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘หน้าหล่อ’ ผู้ก่อความเดือดร้อนตัวพ่อ



ความเสียหายกรณีพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบเขาพระวิหาร ที่พบว่าทางกัมพูชาที่รุกคืบเข้ามายึดครองพื้นที่ทีละเล็กละน้อย จนเต็มพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาเรียกว่าพื้นที่ปฏิบัติการ ทางไทยก็เน้นแต่การเจรจา แล้วมีการจับคนไทยไปขึ้นศาลกัมพูชา ทำให้ไทยตกเป็นรอง ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาโดยสิ้นเชิง ฟังจากนายตายแน่ มุ่งมาจน นักข่าวภาคสนาม FMTV ที่ไปสัมภาษณ์ชาวบ้านบริเวณชายแดนที่มีปัญหา ได้ความว่ากัมพูชาได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ของไทยจริง คนไทยไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินของตนเองได้ เคยร้องเรียนกับทางการ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล ดินแดนของประเทศไทยตกเป็นของกัมพูชานานแล้ว แสดงให้เห็นถึงเรื่องความอ่อนด้อยในการบริหารและจัดการปัญหาของประเทศของผู้นำไทย ทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้น เกิดความเสียเปรียบ และเสียศักดิ์ศรีประเทศ 

.

ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์เผากรุงเทพกลางเดือนเมษายน 2552 ของกลุ่มนปก. มีการเผารถเมล์ เผายาง ทั่วกรุงเทพ ไม่ว่าบริเวณสามแยกดินแดง ถนนราชดำเนิน เป็นเรื่องน่าสลดหดหู่สำหรับคนไทย จากนั้นมีการประชุมสภาผู้แทนระหว่างวันที่ 22-23 เมษายนศกเดียวกัน นายกเป็นผู้สรุปการประชุมว่า 1) ให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินทันที 2) ให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง 3) ให้ทุกฝ่ายหยุดละเมิดสถาบัน 4) ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด 5) ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อเสนอสูตรแก้ไขกติกาการเมือง

ฟังนายกสรุปแล้วมึนงง “ให้” ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยไม่มีการพูดถึงการใช้หลักนิติรัฐที่เคยกล่าวอ้างมาใช้ตามสภาพการที่เป็นจริง ให้ “ยกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉินทันที”และบอก "ให้ชุมนุมได้ ภายใต้กรอบกฎหมาย"

กลุ่มนปก.ฟังนายกแถลงแล้ว เกิดความผิดคาดเช่นกัน มีความรู้สึก 2 อย่าง อย่างแรกคือรู้สึกว่าที่กลุ่มตนเผากรุงเทพนั้นไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอะไร อย่างที่ 2 คือ นายกท้าทายให้มาชุมนุมต่อ 


 

การตั้งกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือดปี 2552 ไปทับซ้อนการทำงานของตำรวจ ตำรวจก็รอการสืบสวนของกรรมการกลาง งานสืบสวนกรรมการกลางไม่ก้าวหน้า ไม่รู้เรื่องข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด ว่าเป็นอย่างไร และไม่ได้มีการกล่าวโทษและจับกุมผู้กระทำผิดแต่อย่างใด เรื่องเงียบหายไป 

.

ผิดกับการเข้าไปในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพธม.ก่อนหน้านั้น มีการกล่าวโทษว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัว และมีการจับกุมตัวด้วย

.

เรื่องการชุมนุม เป็นเรื่องที่เลวร้ายของประเทศ การบริหารจัดการการชุมนุมกลุ่มนปก.ของปี 2552 ของนายกรัฐมนตรี ล้มเหลว ไม่สามารถยุติได้ ทำให้ในปี 2553 มีการชุมนุมของกลุ่มคนนปก.ที่ใหญ่ ที่รุนแรง และเลวร้ายมากกว่าเดิมขึ้นอีก มีคนตายจำนวนมาก

ต้นปี 2553 ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตายจากการชุมนุมรวมกันมากเป็นประวัติการณ์  91 คน การชุมนุมส่วนใหญ่ทำกันที่บริเวณศูนย์การค้าราชประสงค์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่สำคัญของเมืองหลวง จบลงด้วยการเผาศูนย์การค้าในบริเวณที่ชุมนุม ที่ต่างจังหวัดก็มีการเผาศาลากลางจังหวัด เป็นที่น่าสลดใจ

เดือนพฤศจิกายน 2553 พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพบ อดีตนายกรัฐมนตรี พตท.ดร.นช.ทักษิณ ชินวัตรที่ประเทศนอร์เวย์ แทนที่จะหาทางจับตัวนักโทษหนีคดี กลับจากนอร์เวย์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ไปเจอกันโดยบังเอิญ” 
 
 

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายคณิต ณ.นคร คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.) นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ และ พล.ต.ต.วิชัย สังขประไพ ผบก.น.1 ขึ้นเบิกความ ขอปล่อยตัว 7+1 แกนนำก่อการร้าย โดยอ้างว่า จะทำให้แนวโน้มการปรองดองเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ไม่มีวิธีอื่นใดแล้ว นอกจากวิธีนี้ ที่ศาลเคยยกคำร้องการประกันตัว 5 ครั้ง ก็เป็นยอมให้ประกันตัว และลดวงเงินประกันจากคนละ 2 ล้านบาท เหลือ 6 แสนบาท

ข้ออ้างการการขอปล่อยตัวแกนนำผู้ก่อการร้ายเพื่อการปรองดอง เป็นวาทะที่ดี แต่จะเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น คล้ายกับระเบิดที่เกิดกับจังหวัดทางใต้ นอกจากความปรองดองจะไม่เกิด ยังเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทำลายหลักนิติรัฐรุนแรง รัฐบาลเป็นฝ่ายทำลายหลักนิติรัฐเสียเอง

กรณีพื้นที่รอบเขาพระวิหาร และกรณีศาลกัมพูชาตัดสินจำคุกนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ คือความเดือดร้อนต่อเนื่องที่ผู้นำรัฐบาลก่อไว้ นำมาซึ่งการชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มพธม.บริเวณสะพานมัฆวาน

เดือนกุมภาพันธ์ 2554 รัฐบาลได้นำพรบ.ความมั่นคงมาประกาศใช้

โดยอ้าง กลุ่มผู้ชุมนุมก่อความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นส่วนน้อยของกรุงเทพ

แต่ รัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลต่างหาก ที่เป็นผู้สร้างความเดือดร้อนให้คนทั้ง 65 ล้านคน ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

.

รัฐบาลปฏิบัติการผิดมาตราฐาน สร้างเหตุการณ์ สร้างวาทกรรมมาปล่อยกลุ่มคนเผาบ้านเผาเมืองออกจากคุก อีกด้านกลับเอาพ.ร.บ.ความมั่นคงมาเล่นงานคนไทยที่รักชาติ   

.

ล้มเหลวในการแก้ปัญหา และบานปลายปัญหา

>ปัญหาชายแดน
พื้นที่รอบเขาพระวิหารถูกทางกัมพูชารุกล้ำและตกไปเป็นของกัมพูชา ประเทศไทยนอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหากลับเพิ่มขึ้น โดยคนไทยถูกจับไปขึ้นศาลกัมพูชา แล้วก็ถูกตัดสินให้จำคุกที่กัมพูชา เมื่อจะประกาศหยุดยิง กัมพูชาก็ครอบครองพื้นที่ที่เป็นของคนไทยไปแล้ว คนไทยติดคุกกัมพูชาไปแล้ว นักการเมืองไทยต้องขนทุเรียนไปคารวะผู้นำกัมพูชาอีก ก้มหน้าขอพระราชทานอภัยโทษอีก ทางกัมพูชามีข้อแม้ ทำให้คนไทยประเทศไทยเสียศักดิ์ศรี

กรณีนายวีระ สมความคิด/ อ.ไพศาล http://www.mixpod.com/playlist/78370887

>ปัญหาการปกครอง ความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ และอยุติธรรม

1) ปี 2552 การชุมนุมของนปก. เพียงเผารถเมล์เผายางที่กรุงเทพมหานคร ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการตั้งข้อหาผู้กระทำการ 

2) ปี 2553 การชุมนุมของนปก. รุนแรงมากกว่าเดิม คนตาย 91 คน มีการเผาศูนย์การค้า เผาศาลากลางจังหวัด คนตายจะตายโดยฝ่ายไหนทำให้ตายก็ตาม แต่มันก็คือความผิดพลาดของการบริหารการจัดการของรัฐบาล 

3) ปี 2554  เพิ่มความเลวร้ายมากขึ้นอีก รัฐบาลกลายมาเป็นผู้ทำลายหลักนิติรัฐเอง รัฐบาลเป็นผุ้กล่าวโทษแกนนำผู้ก่อการร้ายเผากรุงเทพและเผาประเทศเสียเอง แล้วรัฐบาลกลับมาเป็นพยานให้มีการปล่อยตัวแกนนำผู้ก่อการการร้ายเสียเอง อ้างเรื่องการปรองดอง โดยการปรองดองแบบหาหลักประกันไม่ได้ว่าจะเกิดการปรองดองขึ้นจริง ตัวอย่างเช่นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ไม่สามารถทำให้เกิดความปรองดองขึ้นได้

ความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ และหลักยุติธรรม ล้มเหลว อยากจะจับก็จับ อยากจะปล่อยก็ปล่อย ง่ายดายมาก 

>ปัญหาเศรษฐกิจ
ปัญหาเศรษฐกิจถูกหมักหมมเพิ่มขึ้น และซุกไว้ใต้พรมมากขึ้น รัฐบาลอภิสิทธิ์มาช่วงหลังการพังทลายของตลาดหุ้นปี 2551 เศรษฐกิจชะลอตัว งบประมาณขาดดุลกว่า 4 แสนล้าน นายทุนคนหนึ่งแนะนำการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยนโยบาย 2 สูง 1) ให้ขึ้นเงินเดือน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ 2) ให้เพิ่มค่าใช้จ่าย(ภาครัฐ)ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มกำลังซื้อเช่นกัน นายกเอาด้วยทันที ก็นายทุนคนนี้เขามี 711 ทั่วประเทศ การเพิ่มเงินเดือนและเพิ่มการใช้จ่าย ก็จะได้มีเงินไปซื้อสินค้าใน 711 มากขึ้นไง

2 ปีมานี้ ทำแต่เรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งมีมูลค่า  0.12 ล้านล้านบาท แต่หนี้สาธารณะที่มีมูลค่า 4.5 ล้านล้านบาท ไม่แก้ไข การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินมีจุดอ่อนอย่างมาก จะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะในอนาคตมากขึ้นไปอีก หมายความว่าอนาคตจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อใช้หนี้เงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะมากขึ้น

รมว.คลัง ไม่รู้ว่าสภาพคล่องท่วมประเทศ ออกไปโร้ดโชว์ เชิญต่างชาติขนเงินมาลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ สภาพคล่องยิ่งท่วมประเทศมากขึ้น

เปิด Gold futures 50 บาท และ 10 บาท Gold futures เป็นอบายมุข ต่างชาติขนเงินมาเก็งกำไรในกระดาษทองคำล่วงหน้าอีก เงินท่วมประเทศมากขึ้นอีก

ตั้งแต่กลางปี 2553 ขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25 เปอร์เซ็นต์ 5 ครั้ง ตอนนี้ดอกเบี้นยโยบายอยู่ที่่ 2.50 เปอร์เซ็นต์ การขึ้นดอกเบี้ยคือทำให้เงินบาทมีค่าสูงขึ้น เงินก็แห่ไหลเข้ามาในไทยอีก เงินก็ท่วมประเทศมากขึ้นอีก

ก่อนปี 2540 ทุนสำรองเรามี 38,500 ล้านเหรียญสรอ. ต้นปี 2554 ทุนสำรองเกือบจะทะลุ 200,000 ล้านเหรียญสรอ. สภาพคล่องท่วมประเทศไทยหนัก ทำให้ช่วงกว้างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ (Spread) สูงเป็นประวัติการณ์ 9.35 เปอร์เซ็นต์

ผลจากการที่เงินท่วมระบบ ธนาคารและสถาบันการเงินไม่มีกำไรจากดอกเบี้ย จึงหันมาหารายได้จากค่าธรรมเนียม รัฐมนตรีกรณ์ไม่เข้าใจ ไปบอกให้ธนาคารลดค่าธรรมเนียมการบริการต่างๆลง แล้วเขาจะลดได้อย่างไร มีข่าวออกมาแบงก์ชาติดีเดย์พ.ค.54 นี้ ขึ้นราคาเช็คเท่าตัว จากใบละ 15 บาทเพิ่มเป็น30บาท (ประชาชาติ)

ปัญหาเศรษฐกิจน่าเป็นห่วงที่สุด เรื่องเงินเฟ้อ การระบายสภาพคล่อง ถลุงเงินแบบไร้ความปราณี แก้แต่ปลายเหตุ เปิดธนาคารไปรษณีย์ ชาวบ้านไม่เคยมีหนี้ ก็จะมีหนี้กันมากขึ้น เรื่องสินเชื่อนอกระบบอีก ทำแต่เรื่องเล็กๆ เรื่องหนี้สาธารณะ เรื่องสภาพคล่องท่วมระบบ ไม่แก้ไข จะทำให้เกิดความเสียหายตามมาในอนาคต  

อภิสิทธิ์ - กรณ์ ควบเงินเฟ้อทะลุชั้นเมฆ
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031192 

.

คำว่าความเดือดร้อน..

นายกใช้สื่อเบี่ยงเบนชาติ ที่ว่าประชาชนต้องมาก่อน ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ประชาชนที่มาชุมนุม ไม่ใช่คนทำให้เกิดความเดือดร้อน แต่เป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน 

นายกเป็นต้นเหตุทำให้ประชาชนเดือดร้อน

นายกเป็นต้นเหตุของการมาชุมนุม

จะแก้ปัญหาคนที่มาชุมนุม ต้องแก้ที่มิจฉาทิฏฐิที่ตัวนายก

การมาสลายการชุมนุมของผู้ชุมนุม เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 

เอา พ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้ก็ไม่ถูกต้อง

ที่ถูกต้อง ต้องสลายอวิชชาที่ติดอยู่กับตัวของนายกออก

ทำสิ่งที่เป็นปัญญาให้เกิด การชุมนุมก็จะยุติ

จะเกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และประเทศชาติจะเข้มแข็งขึ้นจริง

.....................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net