วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กอลิลลาหน้าแดง...แห่งเมืองเพชร


มหัศจรรย์ธรรมชาติ

คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ

www.tawanyimchang.com

กอลิลลาหน้าแดง...แห่งเมืองเพชร

.

ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือฝูงลิงหน้าแดงฝูงใหญ่ไม่ต่ำกว่า 50 ตัว ที่วิ่งโขยกไปบนถนนสาย สาระเห็ด-ยางชุม ที่ผ่านหน้าที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาตอหม้อนั้น เป็นภาพที่ผมยอมรับว่าตื่นตาตื่นใจ และไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนอาจจะด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างทั้งลิงหน้าแดงนี้คือ ลิงเสน ลิงที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาลิงที่พบในบ้านเราทั้งหมด อีกทั้งลิงชนิดนี้เป็นลิงที่หางสั้นจนดูเหมือนไม่มีหาง สำหรับส่วนตัวผม ผมว่าเวลาที่มันเดินที่ต้องใช้เท้าทั้งสี่ ลีลาการย่างเท้า และสรีระที่หางด้วนกุด อกหนา เอวคอด เดินไปช้าๆ ต่างจากลิงชนิดอื่นเดิน ดูละม้ายคล้ายกอลิลลามากที่สุด และที่สำคัญ ลิงเสนนี้ เป็นลิงที่มีให้พบเห็นในธรรมชาติเพียงไม่กี่แห่ง และมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ได้ในอนาคต

.

ในบ้านเรานั้น มีสัตว์กลุ่มลิงอยู่ 5 ชนิดคือ ลิงวอก ที่เราเห็นตามศาลพระกาฬ หรือที่เขาวัง เพชรบุรี ลิงวอกภูเขาหรือลิงไอ้เงี๊ยะ ชนิดนี้คงเป็นชนิดเดียวที่ผมไม่แน่ใจว่าเคยเจอในธรรมชาติหรือยังแต่ในตำราหลายเล่มบอกมักจะเจอทางภาคอีสานบ้านเรา อีกชนิดหนึ่งคือลิงกัง ก็เป็นลิงที่ชาวบ้านเอามาฝึกขึ้นต้นมะพร้าวนั่นเอง ส่วนลิงแสม เรามักพบเห็นอยู่ตามป่าชายเลน ลิงที่ว่ามานั้นส่วนใหญ่จะมีหางที่เห็นชัดเจน มีเพียง ลิงเสน เท่านั้น ที่มีหางสั้นกุด จนดูเหมือนไม่มีหาง บางคนเรียกลิงเสนว่าลิงหน้าแดง หรือลิงก้นแดง 

.

ลิงเสนนั้นมีชื่อสามัญคือ Stump-tailed macaque ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์คือ Macaca arctoides Geoffroy.1831 ลักษณะรูปร่างนั้นถ้าเทียบกับลิงในบ้านเราจะรู้สึกเลยว่าลิงเสนนั้นรูปร่างค่อนข้างบึกบึน ออกไปทางท้วมๆ (ในขณะที่ลิงส่วนใหญ่จะดูบางๆ ผอม ๆ ) ขนตามลำตัวดูออกจะหยาบ ขนยาว สีออกน้ำตาลเข้มปนแดง ส่วนลูกลิงสีขนจะจางจนดูเหมือนลิงเผือก แต่พอโตขึ้นก็จะมีสีขนเหมือนตัวเต็มวัยทั่วไป ที่สังเกตเห็นชัดสำหรับลิงเสนคือใบหน้าที่มีสีแดง หน้าที่เป็นสีแดงนี้ว่ากันว่าเวลาที่เขาตกใจหรืออากาศค่อนข้างร้อน ใบหน้าที่เป็นสีแดงอยู่แล้วจะแดงเข้มยิ่งขึ้น พออากาศเย็นลงสีก็จะจางลงจนเป็นสีฟ้าอ่อนๆ (แต่บอกตามตรงว่าผมเห็นตอนไหนก็มีหน้าแดงตลอดเวลา) มีก้นแดงและ...ขออภัยไม่ใช่ทะลึ่งหรือหยาบโลน เพราะว่าถ้าเป็นตัวผู้ อัณฑะ ก็จะเป็นสีแดงสะดุดตา ที่สำคัญ ตรงก้นแทบทุกตัว จะมีบริเวณที่หนังตรงก้นด้าน นั่นเป็นเพราะว่า ลิงเสนนั้นมักชอบหากินตามพื้นดินมากกว่าที่จะขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ เวลาหากินก็นั่งก้นจ้ำเบ้าตรงแก้มก้นจึงด้านหนาอย่างที่เน เวลานอนหลับก็จะนอนรวมกันเป็นกลุ่มตามเพิง โพรงถ้ำ หลืบถ้ำต่างๆ แต่ไม่ใช่ว่าเขาขึ้นต้นไม้ไม่ได้ ขึ้นได้เหมือนกัน แต่ไม่บ่อยนัก อาหารเขาจึงเป็นอาหารที่หาได้ตามพื้นดินทั่วไป อย่างเมล็ดพืช ผลไม้ แมลง รากไม้หรือสัตว์เล็กๆ อื่นๆ ที่จับได้ มีนิสัยที่ออกจะดูก้าวร้าวและไม่ค่อยกลัวคนนัก

.

ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขากระปุก-เขาตอหม้อ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นอกจากจะมีถ้ำเขาตอหม้อที่สวยงามแล้วก็คงมีลิงเสนธรรมชาติที่หาดูได้ไม่กี่แห่งในบ้านเรานั่นเองที่เป็นจุดสนใจ ผมไปที่ถ้ำเขาตอหม้อหลายครั้ง มักเจอฝูงลิงเสนหากินอยู่ในป่าใกล้กับทางขึ้นถ้ำ พอมีรถนักท่องเที่ยวไปจอด มันก็จะมักปรากฏตัวเพื่อหวังอาหารจากนักท่องเที่ยว แต่ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมซึ่งเป็นช่วงที่ป่าเบญจพรรณของเขตห้ามล่าฯ เขากระปุก-เขาตอหม้อเริ่มเข้าสู่ฤดูผลัดใบ ฝูงลิงเสนที่นั่นจะอพยพมาหากินทางด้านศาลเจ้า ที่อยู่ริมถนน ติดกับที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าของเขตห้ามล่า ฯ และมักจะเห็นตอนเย็นๆ ในวันแรกที่ผมแวะเวียนไปหาตั้งแต่ เที่ยงวันจึงไม่เห็นแม้ตัวเดียว มีก็แต่เพียงป้ายเตือนที่ทำเป็นรูปลิงเสนเดิน 4 ขา และนี่เองที่ดูเหมือนกอลลิลลา พร้อมทั้งป้ายบอกคนผ่านทางว่าอย่าให้อาหารสัตว์

.

ครั้นเข้าช่วงบ่ายผมจึงเห็นลิงเสนตัวแรกออกมาจากชายป่า แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนดูดำไปทั้งแถบ ผมสังเกตดูลิงฝูงนี้น่าจะราว 50 ตัว ในจำนวนนี้มีตัวผู้วัยฉกรรจ์อยู่ 6-7 ตัว และแน่นอนว่ามีอยู่ตัวหนึ่งที่ดูน่าจะเป็นจ่าฝูง ลิงเสนนั้นไม่ค่อยเข้ามา “อ้อร้อ” นักท่องเที่ยวเหมือนลิงบนเขาใหญ่ หรือลิงที่ศาลพระกาฬ ถ้าเรายืนดูอยู่เฉยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยิบยื่นอาหารให้ เขาก็จะหากินไปตามเรื่องของเขาโดยไม่เข้ามาวอแว กระชากของให้เป็นที่รำคาญใจ หรือว่านี่คือศักดิ์ศรีของลิงขนาดใหญ่ 

.

ตัวจ่าฝูงค่อยๆ เดินเลาะไปตามขอบถนน เดินไปหากินไป แล้วทั้งฝูงก็ค่อยๆ ทยอยตามกันไป เดินไปหากินไปตลอดทาง แต่ดูเหมือนว่าอาหารตามข้างทางจะมีไม่มากนัก ท้ายขบวนผมสังเกตเห็นหนุ่มใหญ่อีกตัวเดินตามกลุ่มอยู่ห่างๆ ผมเดาว่า ไอ้หมอนี่น่าจะเคยแย่งชิงอำนาจกับจ่าฝูงตัวปัจจุบัน และพ่ายแพ้ มันจึงยังเข้าสู้หน้าจ่าฝูงได้ไม่เต็มที่นัก แต่ลิงเป็นสัตว์สังคมยังไงก็ยังต้องอยู่ในสังคมแม้จะอยู่รั้งท้ายฝูงก็ตามที แต่ถ้าลิงมันมีเงินมหาศาล ผมว่ามันก็คงบินไปประเทศโน้นประเทศนี้ ถ่ายรูปมาลงทวิสเตอร์อวดชาวบ้านเขา ตามประสาลิงขี้เหงาหรือลิงจิตวิตกเหมือนกัน

.

แต่ภาพที่ตื่นตาคงเป็นภาพที่ผมบรรยายแต่แรกคือภาพของฝูงลิงเสน เกือบ 50 ตัว ทั้งวิ่งทั้งเดินกันเต็มถนน ไอ้ลูกลิงก็เล่นกันบนถนนบ้าง ส่วนตัวใหญ่บางตัวก็กัดกันแย่งอาหาร ตามนิสัยของลิงก้าวร้าว แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่เดียว ระหว่างนั้นมีรถยนต์ที่สัญจรไปมา ครั้นเห็นฝูงลิงเสนเต็มถนนก็ชะลอรถและบีบแตร กว่าที่ลิงจะหลีกทางให้บางครั้งก็ดูจวนเจียน ผมสอบถามชาวบ้านย่านนั้นดู ก็ได้ความว่าชาวบ้านเขารู้ มาเห็นก็จะชลอรถ ที่ถูกชนบ้างก็คงจะเป็นรถนักท่องเที่ยวจากที่อื่นที่ไม่รู้ว่าลิงเสนมันไม่ค่อยกลัวรถ ความบ้าบิ่น ประกอบกับคนที่ไม่รู้จักมัน จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นแก่มัน แต่นานๆจึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง และนี่เองที่ทางเขตห้ามล่าฯจึงติดป้ายห้ามไม่ให้อาหารมัน เพราะเกรงว่ามันจะออกมาชุมนุมที่ถนนจนถูกรถชนตายได้ แต่เท่าที่ผมยืนเฝ้าดูร่วม 2 ชม. ผมก็ไม่เห็นมีรถคันไหนให้อาหารแก่มัน

จ่าฝูงพาฝูงมันลงไปในทุ่งหญ้าแห้งที่มีป่าละเมาะขึ้นสลับ กระจายกันหากินอยู่สักครู่ จ่าฝูงตัวโตก็พาฝูงกลับขึ้นมาใช้ถนนเป็นเส้นทาง แล้วเหมือนหนังม้วนเก่าที่ฝูงลิงเสนวิ่งโขยก เล่นกันบนถนน เพียงแต่คราวนี้มันมุ่งหน้ากลับไปทางศาลเจ้าที่ผมเห็นฝูงตั้งแต่ทีแรก ผมถ่ายคลิปวีดีโดมาดูด้วย และทุกครั้งที่เปิดดูก็จะเห็นภาพของฝูงนี้ที่วิ่งเล่นเต็มถนนประทับใจไม่รู้ลืม

.

แต่ก็อดที่จะห่วงอนาคตลิงเสนฝูงนี้ไม่ได้ เพราะเข้าหน้าแล้งอาหารเขามีน้อยลง อีกทั้งไม่ส่งเสริมให้มีการให้อาหารแก่ลิงเสน ผมว่าทางจังหวัดเพชรบุรี น่าที่จะจัดการปลูกต้นไม้อาหาร ทำบ่อน้ำให้ลิงเสนในพื้นที่เพิ่มให้มันสักหน่อยดีไหม

อย่างน้อยต่อไปใครที่อยากเห็นกอลิลลาหน้าแดง ก็จะได้มาที่นี่ อีกทั้งลิงเสนก็หาดูได้ในธรรมชาติไม่ง่ายนัก ลองช่วยชีวิตกอลิลลาหน้าแดงนี้สักคราวดีไหมครับ ท่านผู้ว่าเพชรบุรี หรือกรมอุทยานฯจะเป็นเจ้าภาพก็ได้ ทำบุญแก่สัตว์ได้บุญนะครับ....

…………………………………………………..

การเดินทาง

ตรงหน้าเขื่อนเพชรจะมีทางแยกซ้ายไปเขาลูกช้าง ใช้ทางเขาลูกช้าง-ยางชุม จะผ่านทางเข้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาตอหม้อ ลิงเสนจะหากินอยู่แถวลานจอดรถ นอกจากนั้นเขตห้ามล่าแห่งนี้ยังมีถ้ำเขาตอหม้อที่สวยงามอีกด้วย

@ จาก...เสาร์สวัสดี นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ๖ มีนาคม ๒๕๕๓@

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net