วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร


-:วัดศาลพันท้ายนรสิงห์:-
ตั้งอยู่ที่ ต. พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร

วัดมีเนื้อที่ติดกับศาลพันท้ายนรสิงห์ ขับรถเลยเข้าไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน แล้วค่อยออกมาเยี่ยมชมสักการะท่านพันท้าย  สิ่งแรกที่เห็นคือพระอุโบสถอยู่ตรงข้ามประตูทางเข้าสวยงามมาก วัดมีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่  เริ่มจัดตั้งวัดมาตั้งแต่ปี 2532 ถึงตอนนี้ก็ยังเห็นมีการก่อสร้างกันอยู่ คงยังไม่แล้วเสร็จดีค่ะ

 อุโบสถพระราชพรหมยาน

 ราวบันไดทางขึ้น เป็นรูปพญานาค

  หน้าพระอุโบสถ


 
พระประธาน


 ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ


เสริมโชคลาภ กันด้วยเรือใบขนสมบัติ ซื้อกลับไปขนกันที่บ้านได้เลย ขอให้รวย ๆ

 จากในพระอุโบสถ มองออกมาเห็นพระพุทธรูปรายเรียงอยู่รอบวัด



 บริเวณรอบ ๆ วัด มองออกไปจะเห็น วังกุ้ง คูคลอง บรรยากาศเงียบสงบ ไร้คลื่นรบกวนดีจริง

 
-:ศาลพันท้ายนรสิงห์:-
 

ประวัติย่อ 

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ

ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต 

 รูปปั้นเท่าตัวจริง ถือไม้พายคัดท้ายเรือ

สมเด็จพระเจ้าเสือประพาสปากน้ำสาครบุรีเพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชยมีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ

พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าเสือทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาทจึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน 

แม้สมเด็จพระเจ้าเสือจะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล

  โบราณสถานของชาติ

 

ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น "อุทยานพันท้ายนรสิงห์"

เมื่อเข้าไปในบริเวณศาล สิ่งที่เห็นเด่นสะดุดตาอยู่โดยรอบ คือ รูปปั้นไก่ เก็บความสงสัยไว้ก่อน…

 

 เริ่มที่การสักการะพันท้ายนรสิงห์ ไปเคารพคุณงามความดีของท่านกันก่อนค่ะ

 
ดอกไม้ ธูปเทียน ทอง แล้วแต่จิตศรัทธาบริจาค

เมื่อยึดถือท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ศาลนี้จึงเป็นที่พึ่งทางใจของคนอีกแห่งหนึ่ง ที่นิยมกันมาขอพร ให้ตนประสบผลสำเร็จ เมื่อขอไปแล้วสัมฤทธิ์ผล ช่วงแรกคนจึงนำนวมชกมวยและไม้พายเรือ มาแก้บน เนื่องจากตามประวัติท่านชอบชกมวยและตีไก่ ต่อมาช่วงหลังจึงมีคนนำรูปปั้นไก่แก้วมาแก้บน ซึ่งตั้งคู่อยู่ตรงทางขึ้นก่อนเข้าประตูศาล เมื่อคนเห็นว่าบนแล้วประสบความสำเร็จ จึงเป็นที่นิยมบนกันในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น ปริมาณของนวมชกมวยและไม้พายเรือที่นำมาแก้บนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จึงนำออกประมูลขาย เพื่อนำรายได้เข้าทำนุบำรุงศาลพันท้ายฯ ต่อไป

 เรือขุดโบราณ

 

นิยมหาเลขกันขนาดไหน สังเกตุได้จากรอยแป้งขาวโพลนตลอดลำเรือ

ทำจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ มีความยาว 19.47 เมตร กว้าง 2.09 เมตร สูง 1 เมตร และกาบเรือหนา 7.5 ซ.ม. คาดว่ามีอายุกว่า 300 ปี ชาวบ้านใน ต. พันท้ายนรสิงห์ เป็นผู้ขุดพบ และนำมาบริจาคไว้ที่ศาลพันท้ายฯ ชาวบ้านในแถบนี้เชื่อว่า อาจเป็นเรือในขบวนเสด็จ หรือ เรือที่ใช้ลำเลียงทหารในอดีต

 หลักประหาร

 

เสาไม้ที่เห็นครอบแก้วไว้คือ หลักประหารของจริง ที่เหลือเพียงแค่เสาไม้ชิ้นเดียว ส่วนทางด้านซ้ายที่เป็นเสารูปไม้กางเขน เป็นเสาจำลองที่สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้คนที่ไปเที่ยวชมเห็นแล้วจะได้รู้ว่าตรงนี้เป็นหลักประหารเดิม พร้อมมีป้ายห้ามขีดหรือถูไว้ด้วย ซี่งเป็นที่เข้าใจได้โดยทั่วกันว่า...เพราะอะไร อิอิ

 ศาลเพียงตาพันท้ายนรสิงห์

 หัวเรือพระที่นั่งที่ชนต้นไม้หักลงมา

หลังประหารพันท้ายนรสิงห์แล้ว สมเด็จพระเจ้าเสือให้สร้างศาลขึ้นสูงเพียงตา

เอาศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือที่หักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาลนั้น

 ศาลาหุ่นจำลองเหตุการณ์

Photobucket

จำลองเหตุการณ์เมื่อพันท้ายนรสิงห์ เข้าไปถวายบังคมกราบทูลให้สมเด็จพระเจ้าเสือทรงประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล   

 ศาลแม่ศรีนวลภรรยาพันท้ายนรสิงห์



 ร้านค้าภายในบริเวณศาล

 
สร้อยข้อมือหินนำโชค เลือกซื้อได้ตามวันและปีเกิดค่ะ

 คลองโคกขามเดิม

สมัยก่อนเป็นคลองที่คดเคี้ยวมาก และน้ำไหลเชี่ยวยากแก่การเดินเรือ แต่ตอนนี้ดูสงบเงียบ ร่มรื่นดีคะ

 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งศึกษาการอนุรักษ์ป่าชายเลน


ขึ้นสะพานข้ามคลองไปก็จะเป็นเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนของกระทรวงเกษตร แหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเล

มีต้นโกงกางขี้นอยู่โดยรอบตลอดแนวชายคลอง สามารถพบเห็นปลาตีนและ ปูเปรี้ยว ได้ทั่วไป


 
เข้าใกล้หน่อยทำเป็นตกใจมุดลงรู แต่ยังวาง...ก้าม
ด้านหน้าอาคารเรือโบราณ 
 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงปลูกต้น พญาสัตบรรณ, สัตบรรณ, ตีนเป็ด


ชื่อสามัญ : White Cheesewood
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alstonia Scholaris
เมื่อ วันที่ 4 ส.ค.  2552

ด้วยคุณงามความดีและความซื่อสัตย์ของพันท้ายนรสิงห์  ถึงถูกถ่ายทอดให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้จดจำไว้เป็นแบบอย่าง

ผ่านทางละครเวที และละครโทรทัศน์ มาทุกยุคทุกสมัย เช่น ละคอนเวทีเรื่องแรกของกลุ่มละคอนฅนศิลป์ ปี 2536

 
รื่องย่อ
: ไอ้สินหรือพันท้ายนรสิงห์ คนกล้าแห่งวิเศษไชยชาญ ได้แต่งงานอยู่กินกับนวลคนรัก สินล่วงรู้แผนการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเสือ โดยมีพระพิชัยซึ่งเป็นนายเก่าผู้มีบุญคุณเทียบพ่อเป็นผู้บงการ แผนร้ายในครั้งนี้จะลงมือที่คลองโคกขาม ช่วงที่น้ำเชี่ยวที่สุด สินสุดที่จะยับยั้งเรื่องทั้งมวลให้ยุติได้ ตนจึงตัดสินใจเสียสละ สินจึงร่ำลานวลเมียรัก ด้วยบทเพลงอมตะ “น้ำตาแสงไต้” (แต่งโดย สง่า อารัมภีร์)
 
เพลงน้ำตาแสงไต้
 
“...นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย
น้ำตาอาบแก้ม เพียงแซมเพชรไสว
แวววับจับหัวใจ เคล้าแสงใต้งามจับตา
นวลแสงเพชร เกล็ดแก้วอันล้ำค่า
คราเมื่อแสงไฟส่องมา แวววาวชวนชื่นชม
น้ำตาแสงใต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม
ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล...”
 

 
ในเช้ารุ่งขึ้นพระเจ้าเสือออกเดินทาง (เพลง “แห่เรือ” แต่งโดย มนัส ปิติสานต์)

ปางเมื่อพระเจ้าเสือ
เสด็จประทับเรือ ‘เอกชัย’
ประพาสชลาลัย
ใคร่สำรวจตรวจธารา

พันท้ายนรสิงห์ ถือท้ายนิ่ง ระวังนาวา
เอกชัย เข้าคลองมา
ล่วงถึงท่า “โคกขาม” ตำบล

คลองคด คัดเรือไม่ไหว
โขนเรือโดนไม้ หักปี้ป่น
นรสิงห์ รู้โทษตน
กระโดดขึ้นบนฝั่งถวายชีวิตตัว

นรสิงห์ ทูลถวายชีวิต
เมื่อทำผิด ไม่คิดกลัว
เกียรติศักดิ์รักยิ่งกว่าตัว
ยอมเสียหัว ไม่ยอมเสียวินัย

จนพระทัยสั่งให้ประหาร
แล้วสร้างศาลคู่กันไป
เอาศรีษะนรสิงห์ไว้
กับโขนเรือคู่เคียงกัน...

ไอ้สินตัดสินใจคัดท้ายเรือพระที่นั่งให้โขนเรือ (หัวเรือ) กระแทกกับกิ่งต้นตะเคียนจนหัก พระเจ้าเสือพยายามจะช่วยให้พ้นผิด ด้วยทรงรู้ว่าพันท้ายนรสิงห์มีความซื่อสัตย์ต่อพระองค์เป็นที่สุด แต่พันท้ายนรสิงห์ก็ยืนกรานที่จะให้พระเจ้าเสือประหารชีวิตตน

จนพระทัย...พระเจ้าเสือจำต้องสั่งประหารชีวิตพันท้ายผู้สัตย์ซื่อ ต่อมาทรงทราบแผนลอบปลงพระชนม์จากนวล จึงทรงยกย่องพันท้ายนรสิงห์ความว่า..




"ไอ้สินเอ๋ย กูขอให้วิญญาณของมึง...
จงสถิตย์เป็นเทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่ออยู่ที่นี่

ขอให้หัวของมึง...จงเป็นพยานแห่งความกตัญญู
ขอให้ร่างของมึง...จงเป็นอนุสาวรีย์แห่งเกียรติวินัย
ขอให้เลือดของมึง...จงเป็นเครื่องหมายแห่งความเสียสละ
เป็นเยี่ยงอย่างแก่ชนรุ่นหลังสืบไป

ขอให้ชื่อพันท้ายนรสิงห์...จงเป็นอมตะชั่วนิรันดร์"

พิศาล พัฒนพีระเดช หัวหน้ากลุ่มละคอนฅนศิลป์ : ผู้บันทึก


-: การเดินทาง :-

จากถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 16-17 เข้าซอยข้างวัดพันท้าย มีป้ายบอกทางทุกระยะไปศาลพันท้ายนรสิงห์

ท่านสละชีวิตรักษากฎหมาย เพื่อไม่ให้พระเจ้าแผ่นดินทรงเสื่อมเสียพระเกียรติ ผ่านไปสมุทรสาครถ้าหากมีเวลาก็อย่าลืมแวะไปสักการะบูชาพันท้ายนรสิงห์ด้วยนะคะ

ที่มา: 1. เรื่องย่อละครเวทีพันท้ายนรสิงห์:

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=konsilps&id=69&page=2&page_limit=50,

2. ประวัติพันท้ายนรสิงห์และโบราณสถาน:http://www.navy22.com/smf/index.php?topic=15654.0,

 
 
 

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net