วันที่ พุธ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กฟน.พลาดตัดไฟมั่วทำชาวบ้านช็อค 2 ครั้งหวิดดับ


            การไฟฟ้านครหลวงพลาดตัดไฟมั่ว เสียเงินแล้วไม่เข้าระบบ ชาวบ้านโวยลูกชายป่วยอัมภาตร่างกาย-สมองเปิดพัดลมไม่ได้ ช็อค 2 ครั้งหวิดดับ แม่ต้องยื้อชีวิตนำลูกชายแช่น้ำในห้องน้ำคลายความร้อนรอดตายหวุดหวิด ขณะที่ร้านเสริมสวย ทำผมให้ลูกค้าได้ครึ่งหัว ไฟไม่มาทำผมไม่ได้ ลูกค้าเผ่นขอทำร้านอื่น ด้าน กฟน. ยอมรับผิดมีปัญหาทั้งตัวบุคลากรและระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมรับดำเนินการแก้ไข

      

      ประชาชนร้องเรียนว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน) ส่งเจ้าหน้าที่ตัดไฟ-ยกมิเตอร์ จนได้รับความเดือดร้อนครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ ผู้บริหารบริษัท พรีซิพาร์ท จำกัด และหัวหน้านักประดิษฐ์อุปกรณ์นิรภัย เจ้าของโครงการ "เสื้อเกราะบางระจัน” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ว่าทาง กฟน. นนทบุรีได้ทำการตัดไฟฟ้าอาคารห้องเช่าเลขที่ 8 ซ.ประชานิเวศน์ ซ.8/3 ถ.ติวานนท์ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในตึกแถวให้เช่าได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน

            พ.ต.ทรงพล เจ้าของตึกแถวห้องเช่าดังกล่าวเล่าว่า ได้รับใบแจ้งค่าไฟ ซึ่งต้องไปชะรำเงินภายในวันที่ 31 ม.ค. เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,070.15 บาท ตนจึงนำเงินไปชำระที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ซึ่งถือว่าชำระก่อนกำหนด 5 วัน หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ได้มีหนังสือมาถึงแจ้งเรื่องการค้างชำระหนี้ค่าไฟ จึงได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปสอบถามผ่านพนักงานคอลเซนเตอร์ ทางพนักงานจึงบอกให้แฟกซ์หลักฐานการจ่ายเงินเข้าไปเพื่อเป็นการยืนยัน

            พ.ต.ทรงพล ได้ทำตามคำแนะนำของ กฟน. แต่แล้วเวลาผ่านไป 13 วัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เวลาประมาณ 10.00 น. ทาง กฟน.ได้ให้เจ้าหน้าที่มาถอดมิเตอร์ไฟฟ้าโดยไม่ได้บอกกล่าวกับผู้ใช้ไฟเลย

            “เมื่อผมได้รับหนังสือแจ้งเตือน ผมก็งง เพราะผมจ่ายค่าไฟไปแล้ว ผมจึงโทรไปถามที่คอลเซนเตอร์ รับเรื่องโดยคุณพรพิมล เขาบอกให้ผมแฟกซ์สลิปการจ่ายเงินเข้าไปเพื่อเป็นหลักฐาน ผมก็ดำเนินเรื่องให้ แต่ปรากฏว่า 2 อาทิตย์ผ่านไป ทาง กฟน. ไม่ได้มีการประสานงานอะไรกันเลย จนกระทั่งมามั่วตัดไฟบ้านผม ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อน”

            พ.ต.ทรงพล ยังกล่าวอีกว่า หากจะมายกมิเตอร์ไฟฟ้าก็ควรที่จะมาบอกกับเจ้าของบ้านให้รับทราบเสียก่อน เพราะมิฉะนั้นเหล่าบรรดามิจฉาชีพอาจจะใช้ช่องทางนี้ทำมาหากินได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การตัดไฟประชาชน ควรที่จะไปตรวจสอบดูประวัติการชำระเงินเสียก่อนว่า เคยค้างชำระบ้างหรือไม่ เพราะถ้าตรวจสอบกันดูแล้วจะพบว่า ตนไม่เคยค้างชำระเลยแม้แต่ครั้งเดียว

            “ก่อนตัดไฟควรมาแจ้งให้เจ้าของทราบเสียก่อน เพราะถ้าหากเขาเกิดความจำเป็นต้องใช้ไฟจะทำอย่างไร หรือมีผู้ป่วยที่นอนให้ออกซิเจนอยู่จะทำอย่างไร หากเขาเสียชีวิตก็เท่ากับเป็นการฆ่าประชาชนเลยทีเดียว”

            หลังจากที่ได้รับการร้องเรียน จึงได้ลงไปสำรวจพื้นที่ พบว่า ประชาชนที่เดือดร้อนดังกล่าวได้เช่าบ้านของ พ.ต.ทรงพล ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าร่วมกัน เมื่อทาง กฟน. ยกมิเตอร์ไฟฟ้าไป ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

            นางพรทิพย์ เพชรสิงห์ อายุ 57 ปี อาชีพขายข้าวเหนียวหมูทอด อาศัยอยู่กับน้องหมู อายุ 20 ปีบุตรชาย ป่วยเป็นอัมพาต-สมองใช้การไม่ได้ กล่าวว่า หลังจาก กฟน. มาตัดไฟแล้ว ทำให้ใช้พัดลมไม่ได้ ซึ่งปกติลูกชายต้องใช้พัดลมเป่า เพื่อให้คลายความร้อยอยู่ตลอดเวลา เมื่อขาดพัดลมไม่นาน ลูกชายเกิดอาการช็อคชักกระตุกไปหนึ่งครั้ง ตนจึงนวดเฟ้นที่ท้ายทอย แขนและไหล่ทำให้ลูกชายฟื้นขึ้นมา

            “หลังจากนั้นจึงได้ปล่อยให้ลูกชายนอนอยู่ข้างบน ฉันได้ลงมาขายของอยู่ด้านล่าง ไม่นานนักลุกชายก็ร้องเสียงดังเอะอะโวยวาย ฉันจึงรีบวิ่งขึ้นไปดู เห็นลูกชายมีอาการชักกระตุกอีกครั้ง ฉันจึงรีบเข้านวดเพื่อให้ลูกฟื้นขึ้นมา หลังจากนั้นจึงพยุงลูกลงมาจากบันไดแคบๆ ไปไว้ที่ห้องน้ำมืดๆ แล้วเปิดน้ำแช่ตัวไว้ ลูกชายจึงรอดตายได้ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันหากลูกชายช็อคตายไป ก็ไม่รู้จะเรียกร้องกับใคร”

            เมื่อถามว่าใครควรที่จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ นางพรทิพย์ ตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจว่า ตนก็ไม่รู้ว่าจะโทษใคร เมื่อเรื่องเกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะเรียกร้องให้ใครช่วย เพราะตนเป็นประชาชนตัวเล็กๆ จะมีใครมาสนใจ ?

            ด้าน นางสุนิสา สิงหบุตร อายุ 37 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยบ้านกิ๊งกะตูน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการตัดไฟครั้งนี้เช่นกัน กล่าวาว่า ในระหว่างที่ถูกตัดไฟนั้น มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการพอดี ขณะนั้นกำลังไดร์ผมให้กับลูกค้า แต่ทำได้เพียงครึ่งหัวเท่านั้น ไฟฟ้าก็ไม่มา จึงค่อยๆ ปรับทุกข์กับลูกค้าแบบขำไม่ออก ลูกค้าจึงได้ค่อยๆ เดินออกจากร้านไปอย่างเหนียมอายเพื่อไปทำร้านอื่น

            ช่างทำผมได้กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะทำการตัดไฟฟ้านั้น ควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้า มิฉะนั้นแล้วประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับการเยียวยาจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนอีกหลายคน ได้รับความเดือดร้อนจากการตัดไฟในครั้งนี้ โดยเฉพาะร้านไอศครีมที่แช่ตู้เอาไว้ ละลายจนหมด มูลค่าความเสียหายนับหมื่น หรือแม้กระทั่งแม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูทอดก็ได้รับผลกระทบ โดยหมูที่แช่ไว้เน่าเสียหายไป 5-6 กก.ซึ่งผลของเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครรับผิดชอบอีกเช่นกัน

            ความเดือดร้อนของประชาชนครั้งนี้ ทีมข่าววังภัย 24 ชม.ได้ติดต่อทางการไฟฟ้านครหลวงเพื่อให้ชี้แจ้งเรื่องนี้ครั้งที่ 1 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กฟน. แจ้งว่า จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ ขอเวลาให้ผู้ใหญ่เตรียมข้อมูล หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 20 ชม. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ร้องเรียนได้รับการแจ้งว่า ทาง กฟน. ได้โทรศัพท์มาขอโทษ และต่อไฟฟ้าตรงใช้เป็นการชั่วคราวก่อน แต่ยังไม่ได้นำมิเตอร์ไฟฟ้ามาติดตั้งไว้ให้

            ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปเป็นครั้งที่สอง ทาง กฟน.ได้เชิญให้ไปรับฟังคำชี้แจง แต่ไม่อนุญาตให้มีการบันทึกวิดีโอ นำโดย นางสิริพร หัสดิเสวี ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์พร้อมทีมงานอีก 5 คน ชี้แจงว่า ผู้เสียหายได้โทรศัพท์เข้ามาเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา แจ้งว่า ได้รับใบแจ้งค้างชำระค่าไฟทั้งๆ ที่ได้ชำระไปแล้ว ทางพนักงาน กฟน. ได้ให้แฟกซ์ใบชำระเงินเข้ามา แต่พนักงานไม่ได้ติดตามจึงเท่ากับว่าเป็นความผิดของพนักงานคนนั้น ซึ่งได้ตักเตือนไปแล้ว

            ความผิดพลาดอีกประการหนึ่ง นางสิริพร ชี้แจงว่า เป็นเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกัน ที่ลูกค้าไปชำระค่าไฟฟ้าแล้ว ทำไมบาร์โค๊ตที่ธนาคารสแกนเข้าไปนั้น แต่ไม่ลิงค์มายังระบบของกฟน. ทำให้บัญชีของลูกค่ายังค้างชำระอยู่ ทางกฟน.ต้องมีการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกันว่า เกิดความผิดพลาดได้อย่างไร เมื่อมีใบแจ้งเตือนซ้ำไปอีกจึงทำให้ไม่สามารถเคลียร์บัญชีที่ค้างชำระก่อนหน้านี้ได้

            ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการรับผิดชอบต่อความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการทำผมได้ครึ่งหัว ผู้ป่วยที่ช๊อคเพราะไม่มีพัดลมใช้ ไอศครีมละลาย ฝ่ายประสัมพันธ์ ชี้แจงว่า ทาง กฟน. คงต้องไปตรวจสอบดูในพื้นที่ เพื่อขอโทษประชาชนเหล่านั้น ซึ่งทาง กฟน.ยังไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ

 

                                                            ++++++++++

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net