วันที่ พุธ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นกไต่ไม้สีสวย (Beautiful Nuthatch) ดอกเสี้ยวขาว และ ชมพูภูคา


 

ในยามที่ความท้าทายหลายแท่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในบ้านเมืองเรา มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะมานั่งเขียนเรื่องราวความงดงามและคุณค่าของธรรมชาติ ไม่ทราบว่า ปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มก้อนสีต่าง ๆ อย่างไม่รู้จบเหมือนเลขคณิตที่หารผลประโยชน์ไม่ลงตัว และภาวะตีบตันของสื่อบางแขนงในการนำเสนอเรื่องราวด้านเดียวของนกปรอดหัวโขน ได้กลืนกินอารมณ์สุนทรียะอันน้อยนิดของผม ให้หายไปไหนหมด...ไม่อาจทราบได้

     ทว่านั่น ไม่ใช่คำอ้างของคนที่เคยพูดโต้ง ๆ ว่า จะสื่อเรื่องเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติต่อไปจนกว่าจะไม่มีคนฟังคนอ่านอีก

     แม้ว่าอารมณ์จะพลุ่งพล่านและร้อนรุ่มด้วยสถานการณ์ที่คุกคามสังคมและบ้านเมืองอยู่เยี่ยง ณ ปัจจุบัน แต่ผมเชื่อว่า มนุษย์เรามีหลายฉากของชีวิต ดังนั้น นัยยะสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ไม่ควรหมกหมุ่นในด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป จนลามใปถึงอีกมิติของชีวิต

     ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ทำให้ผมยับยั้งชั่งใจไปได้บ้าง แม้นมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยก็ตาม เมื่อเราพูดถึงการระงับอารมณ์และความรู้สึกที่ทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากหุ่นยนต์ หรืออาจจะไม่ต่างไปจากสัตว์ป่าตัวหนึ่งก็ตาม

     ดีที่แต่ว่า การกลั่นความคิดและอารมณ์ออกมาเป็นตัวอักษรบนจอเทคโนโลยี ไม่จำเป็นต้องเก็บ กลั่น กรอง อย่างยาวนานเป็นปี ๆ ดั่งการหมักดองเครื่องดื่มรสเลิศ มิเช่นนั้นแล้ว ผมคงต้องใช้เวลานานไม่น้อยทีเดียวกว่าที่จะนั่งลงและขีดเขียนเรื่องนี้ออกมาได้

 

     เหมือนการจิบกาแฟชั้นดีสักแก้วหนึ่ง ย่อมนำมาซึ่งรสชาติแห่งการลิ้มลองอันหลากหลาย

 

     แต่เมื่อปลายลิ้นได้สัมผัสสายธารอันกรุ่นระอุ แล้วปล่อยให้ไหลผ่านลำคออย่างละเมียดละมัย เติมเต็มแรงปรารถนาของหัวใจ

     ชั่วไม่กี่วินาที ก็อาจนำมาซึ่งโลกแห่งความปรีเปรมดิ์ในอีกด้านหนึ่งได้ แม้นเรายังต้องเปิดหูเปิดตารับฟังเรื่องราวของความไม่สมบูรณ์แบบในอีกซีกหนึ่งก็ตาม

     ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีอะไรมากกว่าไปกว่านี้จริง ๆ ...

 

 

ขณะที่มือสัมผัสแป้นพิมพ์ดีดที่แปดเปื้อนอย่างฉาบฉวยด้วยสีน้ำตาลคล้ำของคราบไคลกาแฟดำที่ผมต้องดื่มเป็นประจำทุกวัน ๆ ละ 2 เวลาในยามเช้าและยามบ่าย หูข้างซ้ายที่เสียบลำโพงเล็ก ๆ (แชนเนล A) กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเพลง "ยูงรำแพน" ที่น้าหงา สุรชัย จันทิมาทร ร้องไว้ในอัลบั้มชุดผืนป่าตะวันตก ส่วนหูฟังข้างขวา (แชนเนล B) ไม่ต้องเอ่ยถึงกันอีก เพราะไม่ได้ใช้มานานแล้วครับ แถมตัวหูฟังยังขาดหายไปเฉื่อย ๆ เสียอีก

     หากมองในแง่บวก กรณีที่ลำโพงเล็กๆหายไปข้างหนึ่ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ในเมื่อลำโพงอีกข้างยังใช้งานได้ดีอยู่ หากไม่แหว่งหวิ่นหรือขาดหายไปซิ อาจถูกมือมืดหยิบฉวยไปโดยไม่บอกกล่าวก็เป็นไปได้

     ยามเมื่อยืนอยู่ในมุมหนึ่งของธรรมชาติ ผมเห็น ใบไม้แหว่งเหว้า จันทร์โค้งเสี้ยว ธารน้ำคดเคี้ยวไปมา สายลมพัดพลิ้ว นึกแปลกใจที่คนเราพยายามแสวงหาความสมบูรณ์ในแบบฉบับของตัวเองที่มันอาจมีหรือไม่มีวันค้นพบเลยก็เป็นไปได้

     เสียงเพลงยูงรำแพน ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของผม สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ...

     ...เมื่อก่อนนี้ มีดงมีป่า
     มาบัดนี้ ไม่มีให้เห็น
     อยู่ป่าลึก ลึกล้ำลำเค็ญ
     จึงได้เห็นนกยูงรำแพน
     ยูงรำแพน สุดแสนอิสระสวยงาม
     ยูงเยื้องย่าง ยักย้ายคล้ายเทพธิดา...

 

ฟังเพลงนี้แล้ว นึกถึงเมื่อครั้งเดินทางไป "ชมนกชมไม้" ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน กับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวโอเค เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่ได้ ถือเป็นทริปที่น่าอภิรมย์อีกทริปหนึ่งในชีวิตหยาบๆ (ที่ไม่หยาบคาย) ของผม

      เมื่อเราร่วมเดินทางไปกับ "กลุ่มคนที่ร่ำรวยความสุข" เราย่อมถูกความสุขระบาดใส่เข้าเต็มหัวใจ ไหนจะมีธรรมชาติที่สวยงามให้ชื่นชมอีกด้วยเล่า

     ถือเป็นทริปชมนกชมไม้ระดับเกรดเอแห่งมวลมิตรภาพ เพราะนอกจากมีนกป่าให้ดูกันอย่างอิ่มเอมแล้ว ยังมีดอกไม้งามให้ชื่นชมกันอีกต่างหาก

     เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมเดินทางไปดอยภูคา ไม่ได้ไปค้นหาความหมายอะไรของชีวิตอย่างที่คนชอบพูดกัน แต่เราไปค้นหานกตัวหนึ่ง... เป็นนกตัวหนึ่งจริง ๆ    

      ระหว่างเส้นทางขึ้นดอยภูคา เราเห็นทุ่งหญ้าปกคลุมบนภูเขาเป็นบริเวณกว้างอยู่หลายจุด นั่นเป็นผลพวงจากการแผ้วถางป่าของชาวบ้านเมื่อก่อนที่จะมีการประกาศให้ดอยภูคาเป็นผืนป่าอนุรักษ์ แต่สภาพป่าโดยรวมถือว่ายังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

     มีป่าให้ชมหลายระดับตามความสูง ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และยังมีป่าสนเขากลุ่มเล็กๆ อยู่บริเวณทางตอนใต้ของดอยภูคาด้วย

     แน่นอนว่าดอยภูคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดน่าน มีไฮไลท์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจคือ ดอกชมพูภูคาซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก และพบบนดอยภูคาที่เดียวในประเทศไทย

     นอกจากนั้น ไม่อาจพลาดได้หากท่านเป็นนักเดินทางตัวยงสำหรับการเดินป่า เพื่อชม ต้นเต่าร้างยักษ์ ป่าดึกดำบรรพ์ น้ำตกภูฟ้า พิชิตยอดดอยภูแว ชมถ้ำยอดวิมาน และถ้ำผาฆ้อง

     ในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคมของทุกปี จะพบนักท่องเที่ยวแห่แหนเดินทางไปดอยภูคาเป็นจำนวนมาก เพื่อชื่นชมความงามของ ดอกชมพูภูคาที่ผลิดอกสีชมพูอ่อน ในช่วงนี้พอดี ทว่าเมื่อพูดถึงสีสันของพรรณไม้หลาย ๆ ต้นในช่วงฤดูหนาวของดอยภูคา ยังมีหลายต้นที่สวยสะพรั่งไม่แพ้กัน เช่น ดอกสีส้มของทองหลางป่า ดอกสีนวลของเสี้ยวป่า หรือสีชมปูแซมขาวของดอกกัลปพฤกษ์


 "ดอกชมพูภูคา" นอกจากจะเป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่งของโลกแล้ว ยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดน่าน อดีตเคยมีรายงานการเก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้ชนิดนี้ในประเทศจีนตอนใต้ และได้มีการค้นพบบนดอยภูคาในปี 2532 ซึ่งต้นชมภูพูคาจะขึ้นอยู่ใน ป่าดิบเขาระดังสูงที่มีร่มเงาของใบไม้หนาทึบ มีอากาศหนาวเย็น มีเมฆหมอกปกคลุม

     ต้นชมพูภูคาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร ใบประกอบด้วยใบย่อย 4-9คู่ ปลายใบแหลมยาวเรียงสลับกัน ดอกจะออกเป็นช่อออกตามปลายกิ่ง ช่อตั้งตรงยาว 30-45 เซนติเมตร ดอกสีชมพูเมื่อบานแล้วจะชิดกันแน่น ทำให้ช่อดอกเป็นพุ่ม

     ดอกชมพูภูคาจะบานประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม สามารถแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติโดยใช้เมล็ด เติบโตได้ดีในป่าดิบเขาที่มีร่มเงา ของไม้ใหญ่ปกคลุม

     แต่เนื่องจากการที่เมล็ดของชมพูภูคามีเมือกสำหรับยับยั้งการเจริญเติบโต และระบบนิเวศน์ของป่าดิบเขาเริ่มเปลี่ยนไป ทำให้ชมพูคาแพร่ขยายพันธุ์ได้ยาก


     "ดอกเสี้ยวขาว"หรือ"เสี้ยวป่าดอกขาว" มีถิ่นกำเนิดจากอินเดีย, มาเลเซีย เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดน่านและตาก ลำต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลม ใบเดี่ยวค่อน ข้างกลม ปลายและโคนใบเว้า คล้ายใบแฝดติดกัน ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายกิ่ง 6-10 ดอก มี 5 กลีบคล้ายดอกกล้ายไม้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

     ดอกเสี้ยวขาวจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม มีผลเป็นฝักแบน เมื่อแก่จะแตกเป็น 2 ซีก การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ระบายน้ำดี ความชื้นสูง แสงแดดจัด

บริเวณร้านค้าสวัสดิการของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่เรียงรายทั้งบริเวณในตัวร้านและระเบียงที่ยื่นออกไปทิ่มแทงอากาศ จุดนี้ มีต้นไม่ใหญ่ขึ้นรกครึ้ม ทั้งทองหลางป่า กัลปพฤกษ์ รวมไปถึงต้นชมพูภูคาอายุ 15 ปีที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำเมล็ดมาปลูกไว้ด้วย

     บรรยากาศรื่นรมย์มากทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ต้นทองหลางป่าผลิดอกสีส้มสดบานสะพรั่ง เรียกฝูงนกป่านานาพันธุ์มากินน้ำหวานกันอย่างพร้อมเพียง รวมไปถึงนกที่กินบุ้งกินแมลงก็มาร่วมงานกับเขาด้วย

     ปาร์ตี้ต้นทองหลางป่าของบรรดานกน้อยนานาพันธุ์ จึงเกิดขึ้นไปตามวิถีทางแห่งธรรมชาติที่พึ่งพากัน นกกินน้ำหวาน ช่วยผสมเกสรดอกไม้ นกกินแมลงกินหนอน ช่วยกำจัดศัตรูพืช

     เราหมายถึง พี่ลูกเสือหมายเลข 9,พี่อังศนา,วันศุกร์,พร ,น้องป่านPlainswanderers,คุณป้อม ,น้องแจน และตัวผมเอง จึงยึดโต๊ะอาหารที่มีระเบียงยื่นออกไปในหน้าผา เป็นกองบัญชาการในการกินอาหารและถ่ายภาพนกอย่างครื้นเครงทั้ง 3 มื้อ ด้วยน้ำหวานของไม้ดอกอย่างทองหลางป่าแสนสวย ดึงดูดนกกินน้ำหวานและนกกินแมลงกินหนอนกินบุ้งมาเต็มต้นไปหมด

     นกที่พบมีหลายชนิดมาก ทั้ง นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง (Striated Yuhina) ชนิดย่อย torqueola (น่าน) ที่มากันเป็นฝูงใหญ่ รงมไปถึงนกแว่นตาขาวสีทอง ,นกพญาไฟพันธุ์เหนือ,นกปรอดดำ ,นกขมิ้นปากเรียว ,นกจาบปีกอ่อนสีกุหลาบ ,นกกินปลีหางยางคอดำ ,นกหัวขวานด่างแคระ ,นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่,นกแซงแซวสีเทา, นกโพระดกคอสีฟ้า และนกปรอดหัวโขน ฯลฯ

     ใครจะเชื่อว่า "นกจับแมลงคอน้ำตาลแดง" สีสวยทั้งตัวผู้และตัวเมีย จะมาเกาะคอนอยู่ใกล้ ๆ กองบัญชาการของเรา แถมยังบินโชว์ตัวให้ชมกันอย่างเพลิดเพลินเสียด้วย ช่างเป็นนกที่สีสวยและมีพฤติกรรมน่ารักน่าชังจริง ๆ

     ข้างห้องน้ำตรงข้ามกับร้านค้าสวัสดิการ มีกล้วยป่าขึ้นดงใหญ่ หลายต้นกำลังออกปลีกล้วยสีม่วงคล้ำ ถือเป็นอาหารรสเลิศของนกปลีกล้วย เราเห็น "นกปลีกล้วยลาย" หลายตัวมากินน้ำหวานของ

     นกปลีกล้วยมีลีลาการกินน้ำหวานที่น่าสนใจมาก ๆ มันจะเกาะตรงปลีกล้วยแล้วใช้ลิ้นยาว ๆ ยิ้นเข้าไปดูดน้ำหวานจากดอกกล้วยสีเหลืองอ่อน เมื่อกินเสร็จแล้วจะสะบัดปากให้น้ำหวานหลุด แล้วจะกลับไปดูดกินน้ำหวานอีกครั้ง

     เป็นภาพที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวและตาของคุณเอง

     ผมถึงได้พูดบ่อย ๆ ว่า ธรรมชาติเลี้ยงนกให้คนเรา อยากดูอยากฟังเสียงเมื่อไหร่ก็เข้าไปในป่า ได้ดูได้ชมอย่างเต็มตาของคน และอย่างเต็มใจของนก

     การจับนกมาเลี้ยงในกรงจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ทั้งสิ้น

นกไต่ไม้สีสวย (Beautiful Nuthatch)

นกไต่ไม้สีสวย (Beautiful Nuthatch)

นกไต่ไม้สีสวย (Beautiful Nuthatch)

 

เอ็นทรีนี่จะไม่สมบูรณ์เลย หากผมไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการเดินขึ้น "ดอยดงหญ้าหวาย" เพื่อตามหา "นกไต่ไม้สีสวย" นกไต่ไม้ที่ได้ชื่อว่ามีสีสวยเหนือบรรดานกไต่ไม้อื่น ๆ ซึ่งในคู่มือดูนกเมืองไทยของคุณหมอบุญส่ง เลขะกุล บรรยายถึงสถานะของนกชนิดนี้ว่า เป็นนกประจำถิ่นที่หายากและพบเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น

     จึงเป็นนกอีกชนิดหนึ่งที่นักดูนกทุกคนอยากพบอยากเจอตัวมากที่สุด

     ในประเทศไทย มีรายงานการพบนกไต่ไม้สีสวยเฉพาะบนภูเขาสูงทางภาคเหนือ 2แห่งเท่านั้น หนึ่งนั้นคือ ดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ และอีกหนึ่ง คือ ดอยภูคา จ.น่าน แต่มีเพียงดอยภูคาที่ยังคงมีการพบนกชนิดนี้เป็นประจำแม้จะมีจำนวนน้อยมาก

  

คลิกชมวิดีโอนกไต่ไม้สีสวยจากดอยดงหญ้าหวาย

.     บนความสูงกว่า 1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเลของดอยดงหญ้าหวาย หมายความว่า เราจะต้องไต่ความสูงขึ้นไปอีก 700 เมตรจากบริเวณที่ทำการอุทยานฯที่มีความสูงประมาณ 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล พูดแล้วฟังดูเหมือนง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

     แต่ช้าก่อน มันเป็นระดับความสูง 700 เมตรจากการไต่ระดับขึ้นไปเกือบ 4 กิโลเมตรที่ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในทางลาดชันตั้งแต่ 60-80 องศา บนเทรลเล็กๆ ที่ไม่อาจเรียกว่าเทรลได้เต็มปาก

     เพราะบางช่วงเต็มไปด้วยความรกชัฎของเถาวัลย์และกลาดเกลื่อนด้วยหินน้อยใหญ่

    พวกเรา บล็อกเกอร์ป่าน คุณป้อม วันศุกร์ และผม ปีน ป่าย คืบ และคลาน ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ฯนำทางอีก 2 คน น่าจะเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับการขึ้นสู่ดอยดงหญ้าหวาย ที่ความยากลำบากไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาในการขึ้นไปชมนกหายากระดับโลกได้

     บนเส้นทางขึ้นดอยดงหญ้าหวาย เราพบนกหลายชนิดก่อนถึงปลายทาง ที่น่าสนใจได้แก่ นกโพระดกคางเหลือง นกจับแมลงสร้อยคอขาว นกหางรำหลังแดง ฯลฯ และแน่นอน นกไต่ไม้สีสวย

     ต้องขอโทษด้วย หากจะให้เล่าถึงประวัติความเป็นมา สถานภาพ และพฤติกรรมของนกไต้ไม้สีสวย เพราะผมคงจะให้รายละเอียดได้ไม่ดีเท่ากูรูนกอย่าง บล็อกเกอร์plains-wanderer คอลัมนิสต์นกป่าสัปดาห์ละตัวในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และกรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ที่เคยเขียนแนะนำนกชนิดนี้ผ่านตาหลาย ๆ ท่านไปแล้วใน entry ชื่อ นกไต่ไม้สีสวย / Beautiful Nuthatch (Sitta formosa)

     และต้องขออภัยอย่างที่สุดอีกครั้ง หากจะให้เล่าถึงความรู้สึกของการเดินขึ้นดอยที่เหนื่อยจนใจเจียนขาดชนิดที่แทบจะก้าวขาข้ามความลาดชันของเส้นทางไปไม่ไหว รวมไปถึงอารมณ์ต่าง ๆ ที่พรั่งพรูออกมาเมื่อพบนกตัวนี้ เพราะผมคงทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาได้ไม่เฉียบขาดเท่า บล็อกเกอร์วันศุกร์ ผู้ซ่อนคมในรสหวานของตัวอักษร ซึ่งคาดว่าเธอคงจะเขียนเรื่องนี้จบในเวลาไม่ช้าไม่นานนี้

     เมื่อเขียนบล็อกมาถึงตรงนี้ ผมได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่งมนุษย์เราจะทำความเข้าใจกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น มองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร เลิกมองสัตว์ป่ารวมไปถึงนก เป็นต้นทุนทางธุรกิจที่พร้อมจะไปหยิบฉวยออกมาจากป่ามาซื้อ-ขายกันเมื่อไหร่ก็ได้

     บอกแล้วว่า ผมไม่เบื่อที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ขอเขียนไปจนกว่าจะหมดแรงกันไปข้างหนึ่งครับ ...(555+)

+ ++++++++++++++

เรื่องแนะนำที่เกี่ยวเนื่อง ;

Many-Splendored Thing!  พี่อังศนา


....กอดน่าน ให้หายเหนื่อย....   สิงห์มือซ้าย

ไต่ดอยดงหญ้าหวาย ตามหานกไต่ไม้สีสวย  wansuk

 

สุรชัย จันทิมาทร
เพลงยูงรำแพน
อัลบั้มผืนป่าตะวันตก

 

 

 

 

 

 

    

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net