วันที่ จันทร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าได้แคร์ ก็แค่ยุโรป Day 21 ภาษาฝรั่งเศส ภาษาไทยหรือภาษาใจ


Day 21

ช่วงสายแห่งวัน..หลังจากที่ได้กินกาแฟและขนมปังฝรั่งเศสในประเทศฝรั่งเศสเข้าจริง ๆ แล้ว อีริคกับฉันก็เริ่มออกตะลอนไปตามหาหมอคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยโหลดภาพออกจากเมโมรี่การ์ดของกล้องฉัน

เราเริ่มหาจากเมืองเล็ก ๆ จนสุดท้าย ก็เตลิดเปิดเปิงเข้าไปถึงประเทศสเปน

อันที่จริงมันก็ใกล้กันนิดเดียว โดยถ้าไม่มีใครบอก ฉันก็ไม่มีทางรู้หรอก ว่าแผ่นดินที่เรายืนอยู่นั้นมันคือประเทศอะไร

มาเริ่มสังเกตอีกที ก็เมื่อได้เห็นผู้คนในย่านนั้นมีผิวสีน้ำผึ้งคล้าย ๆ กับฉัน แต่ต่างกันที่จมูกของเขาไม่แบนเท่าเรา

ออกไปทางใต้ของหมู่บ้านเซยากูส ประเทศฝรั่งเศส ประมาณ 30 นาที เราขับรถมาถึงเมืองพิคเซดา (Puigcerda) ของสเปน ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าวันแรกที่ได้เห็นชายแดนสเปนเสียอีก เพราะวันนี้ฉันได้เหยียบแผ่นดินสเปนจริง ๆ

เมืองพิคเซดา เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก ที่พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แถมมีสวนสาธารณะให้พักผ่อนหย่อนใจ กระทั่งโบสถ์เก่าแก่และแหล่งช็อปปิ้งที่หาได้ตั้งแต่ยี่ห้อเบเนต็องไปจนถึงแบกะดิน..

ภาพบน : มุมจากสวนสาธารณะ

ภาพบน : อาคารสีสวยหวานเหลือเกิน

วันนี้เป็นวันอาทิตย์...”พิคเซดา” มีตลาดนัดทำมือ ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของสินค้าได้มานั่งทำไปขายไป เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก มีสินค้าหลายอย่างที่ต้องตาต้องใจฉันนัก แต่ราคาไม่ค่อยถูกชะตากับค่าเงินในกระเป๋าสตางค์ของฉัน แถมแต่ละอย่าง ทั้งใหญ่และมีน้ำหนักเกินกว่าจะแบกอีกต่างหาก ฉันได้สบู่ทำมือมา 1 ก้อน ในราคาที่เกิดมาไม่เคยซื้อสบู่แพงขนาดนั้นมาก่อน...ไม่แน่ใจว่ามันจะดีสมกับที่จ่ายหรือเปล่า..แต่ทำอย่างไรได้..ก็ที่นี่มันเมืองนอก

ภาพบน : ถนนแคบ ๆ แต่น่าเดินและปลอดภัยดี

ภาพบน : ที่อยู่อาศัยภายในเมืองพิคเซดา

ฉันไม่เพียงแต่จับจ่ายซื้อของให้ตัวเอง แต่ยังตะล่อมชวนให้อีริคเสียเงินเป็นเพื่อน โดยขอให้เขาซื้อหมอนอิงลายอินเดียที่มีสีสันขัดใจแม่สำหรับบ้านของเขา ฉันก็แค่อยากช่วยปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในบ้านของอีริคก็เท่านั้น เพราะบ้านของเขาดูเหมือนซาฟารีเวิร์ลเข้าไปทุกที

ทุกอย่างภายในบ้านของชายที่เคยผ่านการผจญภัยในลุ่มน้ำอะแมซอนมาแล้วนั้น ไม่น่าแปลกใจ ที่เขาจะมีแต่สิงสาราสัตว์นานาชนิดประดับอยู่เต็มไปหมด และที่ขาดไม่ได้คือปลาปิรันญ่า และแม้กระทั่งโซฟาที่นั่ง ฉันก็ยังไม่กล้านั่งเพราะมีตัวอะไรก็ไม่รู้ ขนฟู ๆ พาดอยู่บนพนักพิงหลัง

ภาพบน : คุณลุงกำลังถักตะกร้าขาย

ภาพบน : สินค้าเครื่องเคลือบสีสันสดใสสไตล์สเปน

แม้ตลาดทำมือจะน่าสนใจเพียงใด แต่เมื่อถึงเวลาปิดเพื่อพักผ่อนนอนงีบตอนกลางวันของคนที่นี่ (siestas)พวกเขาจะไม่สนใจไยดี พวกที่ยังเดินอยู่บนถนนเลย ในช่วงเวลาไม่กี่นาที...เมืองพิคเซดา...จึงเงียบพอที่จะทำให้คนด้านในตึกสามารถหลับกันได้ ก่อนจะกลับมาเปิดร้านต่อในตอน 4 โมงเย็นไปจนถึง 2 ทุ่ม

ภาพบน : อ่านไม่เข้าใจ แต่เดาได้ว่าตัวเลขที่หายไปก็คือคือเวลานอนกลางวันค่ะ...อิ อิ...

ภาพบน : วิวสวย ๆ ของเมืองพิคเซดา

ภาพบน : มีทางลงแบบลิฟท์แก้ว

ภาพบน : มีโบสถ์เก่าแก่

เมื่อหมดเรื่องช็อปปิ้ง...ฉันจึงหันมาสนใจเรื่องกิน อาหารกลางวันมื้อนี้ เป็นอาหารฝรั่งเศส ซึ่งมีทั้งหอยแมลงภู่ตัวเขื่องและหอยทากอบซอสเนยกระเทียม ที่ต้องเอาไม้เคาะกิน สลัดปลา เฟร้นฟรายด์และเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์แบบเมาได้อย่างเนียน ๆ อาหารทุกอย่างที่ลองในวันนี้...ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยทาก ที่ฉันเคยเห็นมันลากตัวไปมาอย่างนิ่ม ๆ วันนี้ฉันได้มีโอกาสเอาไม้จิ้มลากตัวมันออกมาใส่ปาก...คิดแล้วไม่อยากเชื่อว่ามันจะอร่อยจนฉันไม่อยากยอมรับใบหน้าค่าตาของมันในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

(ปล.ฉันคาดว่า..หอยทากที่กินคงจะเป็นคนละชนิดกับที่เห็นในเมืองไทยนะคะ)

ภาพบน : อาหารกลางวันในมื้อนี้

ภาพบน : ร้านขนมที่ขายอยู่ข้าง ๆ

 “เทหญ้า...วันนี้ ฉันชวนเพื่อน ๆ ของฉันมานัดพบปะกัน โดยฉันบอกกับพวกเขาว่า ฉันจะพาเธอไปแนะนำให้พวกเขารู้จัก” สิ้นเสียงอิริค หอยทากในปากฉันแทบพุ่ง ฉันบอกไม่ถูกว่าเกิดอาการแพ้หอยทากฉับพลัน หรือ ความเครียดลงกระเพาะ...ฉันเกิดคำถามในใจว่า อีริคต้องการเปิดตัวฉันในฐานะอะไร...

“เพื่อนคนไทย...แฟนคนใหม่ หรือ เจ้าสาวในอนาคต” ฉันยังอยากเป็นเพื่อนคนไทยไปเรื่อย ๆ ก่อน แต่เขาคงอยากจะเป็นสองข้อหลังเสียมากกว่า

ฉันปฏิเสธที่จะไปร่วมงานสังสรรค์ ด้วยลึก ๆ ในใจรู้ดีว่า ทุกอย่างมันรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวไปเสียหมด ฉันไม่อยากให้อีริคต้องอับอายขายหน้าเพื่อน หากว่าถึงวันที่ “ผู้หญิง” ที่เขาแนะนำตัวในวันนี้ เดินทางกลับเมืองไทยไป แล้วเธอเกิดตัดสินใจไม่ย้อนกลับมาหาเขาอีกเลย ฉันแคร์เขามากพอที่รู้สึกว่าไม่อยากให้เขาเสียใจและอายเพื่อน....หากว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริง

อีริค..ไม่ใช่บุคคลที่ฉันต้องการทำร้าย แม้ฉันจะเดินทางผ่านมาเพียงไม่กี่วันที่นี่ แต่ทุกวินาที่ผ่านไป ฉันก็อยากให้มันเต็มไปด้วยความสุข สนุกของเราทั้งสองคน ...ฉันไม่อยาก เป็นผู้ผ่านมาเยือน แล้วสร้างประวัติศาสตร์เหตุการณ์ใด ๆ ให้เป็นรอยแผลเป็นไว้กับเขาแต่เพียงผู้เดียว

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม..แต่ความรักที่แท้จริง ควรใช้เวลาในการก่อตัวมิใช่หรือ

ระหว่างฉันกับเขา ”เวลา” ของเรามีขนาดที่ต่างกัน

ทำไมในวันนี้...สมองของฉันสั่งการช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะกับความคิดเรื่องการตัดสินใจในความรัก

ฉันคิด เพราะฉันไม่ชอบหลอกใคร โดยเฉพาะหลอกหัวใจตัวเอง...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีริค ชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้ฉันไปร่วมงานในวันนี้

“ถ้าเธอกลัวว่าฉันจะเสียหน้าในวันนั้น...แต่วันนี้ที่เธอไม่ไป ฉันก็เสียหน้าอยู่ดีเพราะฉันบอกเพื่อนไว้หมดแล้ว” อีริคเริ่มมัดมือชก

ในระหว่างที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนมีรถไฟวิ่งอยู่หลายขบวนภายในหัว...สายตาของฉันก็เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลาย...

ตรงมุมชานบ้านด้านหน้า..มีเรือนไม้เล็ก ๆ สำหรับนั่งดื่มชากาแฟ ที่นั่นมีโคมไฟลายไทยทำด้วยอะลูมิเนียมซึ่งเขาซื้อมาจากถนนคนเดินในเชียงใหม่เมื่อครั้งที่เราไปเที่ยวเหนือด้วยกัน เขาเพิ่งสร้างมุมนั้นเสร็จก่อนฉันจะเดินทางมาถึงเพียงไม่กี่วันและให้ชื่อมุมนั้นว่า “บ้านไทย”

ฉันรู้สึกสำคัญตัว แต่ในเวลาเดียวกันก็เหมือนมีคนนำเชือกมาผูกแขนและพันขา พร้อมยัดเยียด “บ้านไทย” ให้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง...เขาสร้างฝัน โดยเอาฉันเข้าไปวางในนั้น..แต่ฉันอยากสร้างฝันไปพร้อม ๆ กันกับเขา...เมื่อฉันพร้อมมากกว่านี้

ภาพบน : บ้านไทย..ฝันที่อีริคสร้าง...

ฉันรู้สึกเหมือนต้องรับผิดชอบ หยาดเหงื่อที่เขาตั้งใจทำเพื่อบ้านไทย..ซึ่งไม่ต่างไปจากความรู้สึกในตอนนี้ที่ฉันจะต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบกับเพื่อนของเขา

มันอึดอัด เหมือนถูกจับมัดเอาไว้ และวันหนึ่งฉันจะต้องรับรักเขาเพราะถูกทุกอย่างยัดเยียดโดยไม่เคยได้รับการร้องถามว่าสิ่งนั้นฉันต้องการบ้างหรือไม่

“ใครทำแบบนี้กับตัวอะไรสักตัวที่ชอบบิน...ยิ่งไล่จับ ..มันก็ยิ่งบินหนี...”

เหมือนฉันในตอนนี้...ถ้าหากมีรองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่วางไว้ตรงหน้าบ้าน เพื่อให้ฉันเตรียมวิ่งหนีเขา...ฉันคงกำลังคว้ารองเท้าข้างใดข้างหนึ่งมาสวมรอไว้แล้วกระมัง ..แล้วฉันจะถอดมันวางเอาไว้ที่เดิมหรือจะสวมอีกข้างต่อกันนะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

“เธอนัดเพื่อนไว้กี่โมงล่ะ อีริค” ฉันถาม

“อ๋อ..เดือนที่แล้ว” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนถามเป็นภาษาอังกฤษอย่างช้า ๆ ชัด ๆ กับเขาอีกครั้ง

“วันนี้ เธอนัดเพื่อนไว้กี่โมง”

“อ๋อ...ฉันเข้าใจแล้ว...นัดไว้ตอน 5 โมงเย็นน่ะ” เขาตอบโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าอดทนของฉัน

วันนี้..ฉันไม่รู้สึกอยากหัดพูดภาษาฝรั่งเศส และฉันไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ

วันนี้..ฉันอยากพูดภาษาไทย....”จะมีใครเข้าใจไหม ฉันเหนื่อยกับการพูดซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้เราได้สื่อสารเข้าใจกัน ฉันอยากพูดภาษาไทย ฉันอยากพูดภาษาไทย ฉันอยากพูดภาษาไทยโว๊ย”...เฮ้อ..โล่งขึ้นเมื่อได้พูดคำว่า โว๊ย (อยู่ในใจ)

การเดินทางวันที่ 21 เป็นวันแรกที่ฉันคิดถึงภาษาไทยเป็นที่สุด

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ภาพบน : หมู่บ้านในหุบเขาตรงเบื้องหน้า..ฉันกำลังจะไปงานเลี้ยงของวันนี้

เมื่อน้ำนิ่ง ลมสงบ ป่าสงัด...รถจิ๊ปสีขาวก็พาฉันมุ่งไปยังอีกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเซยากูส

 “อีโรดี้” และสามี เจ้าของสถานที่...ออกมาต้อนรับเราอย่างอบอุ่น บ้านของพวกเขาอยู่ติดกับภูเขา ชนิดที่ชิดแนบแน่นกัน จนเราต้องเดินไล่ระดับจากที่จอดรถขึ้นไปยังตัวบ้าน

อีโรดี้อ้าแขนต้อนรับฉัน เอาแก้มชนแก้มทั้ง 2 ข้าง ก่อนจะชี้ทางเดินไปยังสถานที่สังสรรค์หลังบ้านของเธอ

สามีภรรยาคู่นี้..มี “หลังบ้าน” ที่แตกต่างไปจากที่ฉันเคยพบ เพราะพวกเขามีหลังบ้านอยู่บนเขาที่เป็นลานกว้างพอให้คนนับสิบได้ขึ้นไปมองวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดนั้นได้อย่างน่าบันเทิงเริงรมย์

ทางเดินขึ้นไปบริเวณที่จัดงานมีระยะทางประมาณเพียง 300 เมตร แม้จะไม่ไกลนักแต่เมื่อบวกกับความสูงชันที่ต้องไต่ขึ้นไป กว่าจะถึงที่นั่น ก็เล่นเอาฉันหอบเป็นสุนัขไปพักใหญ่

บนลานหน้าผาที่เราเดินไปถึง...มีการก่อกองไฟและผู้คนยืนล้อมรอบเพื่อรับไออุ่น พวกเขาแลกเปลี่ยนบทสนทนาพาทีกันตรงที่แคบ ๆ ที่นั่น และเบื้องหลังของพวกเราที่นอกจากจะเป็นหินผาแล้ว อีกด้านหนึ่งของลานกว้างบนนี้..ได้ถูกตีเป็นห้องด้วยปีกไม้เล็ก ๆ เพียงแค่ 3 ด้าน ส่วนด้านที่เหลือ ก็คือภูเขาที่มีรูปร่างเกือบตัดตรงตามลักษณะธรรมชาติของมัน

ภายในห้องนั้น ถูกวางเรียงไปด้วยโต๊ะกลมขนาดเท่าโต๊ะจีนเตรียมไว้ 4 ตัว ที่นี่คือสถานที่สำหรับดื่มด่ำบรรยากาศของธรรมชาติล้วน ๆ เพียงแต่ แค่ถูกคลุมด้วยบ้านไม้เพื่อกันลมฝนและความหนาวเย็นที่มักกระหน่ำในยามวิกาลก็เท่านั้น

ภาพบน : ภาพจากอินเตอร์เน็ต...(ขออภัย..วันนี้ไม่พกกล้องไปไหนเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะสนุกสนาน)

เพื่อนของอีริคทั้งหญิงชาย ล้วนแล้วแต่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งสิ้น ทุกคนมีรูปร่างดี ซึ่งดู ๆ ไป ก็คล้ายเหมือนพวกเขาคือนักกีฬาทีมชาติก็ว่าได้ แต่พอเห็นริ้วรอยบนใบหน้าใกล้ ๆ ก็น่าจะเดาได้ว่าอายุอานามคงเกินเลข 4 กันหมดแล้วทุกคน (ยกเว้นฉันและอีโรดี้) ฉันเห็นหุ่นเฟิร์มของพวกเขา..แล้วก้มลงไปมองพุงตัวเอง...แล้วพลางคิดไปว่า..หุ่นอย่างฉัน ถ้าจะต้องเป็นนักกีฬากับเขาบ้าง...อย่างดี ก็คงเป็นได้เพียงแค่นักกีฬาฮูลาฮูบ..ห่วงยางไม่ต้องเพราะฉันพกมาเอง

สังคมเพื่อนของอีริค คือสังคมของคนรักธรรมชาติและกีฬาโลดโผนเป็นชีวิตจิตใจ นี่คือคลับเล็ก ๆ ที่พวกเขามักจับกลุ่มเพื่อออกไปปีนเขาด้วยกันในช่วงวันหยุด เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา...พวกเขาเพิ่งสูญเสียเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งไป โดยเธอผู้นั้น..เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีนเขา...ทุกคนเสียใจแต่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เธอหมดลมหายใจไปพร้อมกับกีฬาที่เธอรักมากที่สุด...แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ทุกคนเชื่อว่าเธอมีความสุขและไปดี..ฉันเองก็ขอให้เป็นเช่นนั้นด้วยเถิด

หลังจากได้รับการบำบัดอารมณ์และจิตใจด้วยไวน์จากประเทศฝรั่งเศสไปเสียหลายขนาน ฉันจึงเริ่มจินตนาการไปว่า...ถ้าวันนึง ฉันและอีริคลงเอยกันด้วยดี..ชีวิตฉันคงจะกลายเป็นคนบ้ากีฬาไปกับพวกเขาด้วยอย่างแน่นอน

ถ้าเป็นเช่นนั้น..มันก็คงจะดีกับสุขภาพกาย แต่สุขภาพใจของฉันอาจเสื่อมลง ถ้ายังคงพูด ฟัง อ่าน เขียน ภาษาฝรั่งเศสไม่ได้อยู่เช่นนี้...ไฟกองนั้น..มันลุกโชน ฉายแสงสีสวย ช่วยทำให้ฉันได้มองเห็นภาพผู้คนรอบข้างสนทนากันอย่างสนุกสนาน โดยมีฉัน..คนเอเซียคนเดียวที่ยืนคุยกับแก้วไวน์อย่างเปลี่ยวเหงา เพราะเราไม่เข้าใจประโยคใด ๆ ของพวกเขาสักคำ...

“ขอโทษนะคะ..ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ฉันอยากคุยด้วยค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มเดินเข้ามาทักฉัน ด้วยบทสนทนาเรียบง่าย ก่อนจะมีเพื่อนคนอื่น ๆ ตามมาคุยกับฉันอย่างกระท่อนกระแท่นเพื่อไม่ให้ฉันเมาก่อนเพื่อน

วันนี้...ฉันได้รู้จักกับวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่งของชาวฝรั่งเศสในแถบท้องถิ่นนี้ มันคือเรื่องงดงามกับการใช้ชีวิตสมถะ เรียบง่าย ในอากาศที่มีเพียงโอโซนบริสุทธิ์ พวกเขาไม่ได้แต่งตัวโก้หรูหรือดูสะอาดสะอ้านเหมือนคนในเมืองหลวง แต่ทว่า ความจริงใจที่ผ่านสายตาของพวกเขา อ่านออกมาได้ว่ามันใสสะอาดกว่าคนเมืองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ถ้าใครว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม..คืนนี้..ฉันขอไม่อาบน้ำจะดีกว่า..ก็ฉันจะได้เป็นพวกเดียวพวกเขาไง

โดย tanthainium

 

กลับไปที่ www.oknation.net