วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระวังภัย 24 ชม.ประสานตร. 2 จว.รวบคนร้ายตุ๋นเข้าอบจ.


            การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ไม่เป็นที่ทันอกทันใจกับประชาชน จึงต้องเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่คาดว่าจะให้ความเป็นธรรมได้ "สื่อ" เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ประชาชนคาดหวังว่าจะสามารถเป็นที่พึ่งได้ เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะเข้าร้องเรียน ดังกรณีของ นางจินตนา คิมาตะ พร้อมด้วยนางวันเพ็ญ  เฟื่องบริบูรณ์  ได้เข้าร้องเรียนกับทีมข่าวระวังภัย 24 ชม. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ได้ถูกชายอ้างชื่อว่า “นายยงยุทธ ไม่ทราบนามสกุล” ไปหลอกลวงญาติว่า จะสามารถพาเข้าทำงานที่ศาลากลางจ.พระนครศรีอยุธยาได้

 

  

   พฤติกรรมของคนร้ายนั้นได้ทำทีมาตีสนิท โดยการสวมเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายปกครอง อ้างว่า เป็นผู้ที่ทำงานในศาลากลาง จึงมาบอกกับนางจินตนาว่า หากเสียเงินให้ 4,500 บาท จะสามารถฝากงานให้กับพี่ชายที่ทำงานรปภ.ไปเป็นข้าราชการในศาลากลางได้  ในขณะนั้นนางจินตนา จึงได้ชวนญาติอีกคนหนึ่งเพื่อให้ฝากเข้าทำงานด้วยเหมือนกัน จึงทำให้ต้องเสียเงินไปทั้งหมด 9,000 บาท

            เมื่อตกลงกันได้แล้ว คนร้ายที่ใช้ชื่อว่า นายยงยุทธนั้นได้มีการนัดหมาย พร้อมกับนำเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ แต่คนร้ายก็หาช่องทางอ้างว่า ยังไม่มีใบตรวจโรค ให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหรือคลีนิคใกล้ๆก่อนก็แล้วกัน พร้อมกับขอเงินและเอกสารทั้งหมดเอามาไว้ก่อน และขอตัวขึ้นไปทำงานบนศาลากลาง หลังจากนั้นเมื่อได้เงินแล้ว นายยงยุทธก็ปิดโทรศัพท์หนีเข้ากลีบเมฆไป เมื่อเหยื่อตรวจโรคเสร็จแล้วมาก็ไม่เจอนายยงยุทธ แม้จะขึ้นไปถามหาบนศาลากลาง ก็ไม่พบร่องรอยไม่มีใครรู้จักเลย

            การร้องเรียนครั้งนี้เกิดมาจากการทำงานของตำรวจไม่ได้ดั่งใจ เมื่อไปแจ้งความกับ ...วัลลภ เมืองลอย  พนักงานสอบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา ก็ไม่มีความคืบหน้า แถมยังให้ไปดำเนินการหาหลักฐานมาโดยเฉพาะ กล้องวงจรปิด ที่มีการพบหน้าคนร้ายกันที่ห้างสรรพสินค้า ใกล้ๆกับศาลากลาง

            นางจินตนา ได้พยายามขอภาพจากกล้องวงจรปิด แต่บ.เอกชนก็ไม่ยอม เนื่องจากต้องมีหนังสือจากทางราชการมายืนยัน  ทำให้เหยื่อต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนหลายครั้ง และได้หนังสือรับรองจากตำรวจมา ทำให้บ.เอกชนดังกล่าว ยินยอมเซฟข้อมูลภาพหน้าคนร้ายมาให้กับตำรวจ

            การทำงานของตำรวจก็ยังไม่มีความคืบหน้าอีก จึงต้องเข้าร้องเรียนดังกล่าว เมื่อทีมข่าวไปพบกับพนักงานสอบสวน จึงกลายเป็นแรงกดดันที่ต้องเร่งทำงานสะสางคดีนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้

            จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจเมืองสมุทรปราการ สามารถจับกุม “นายวีระเดช จันทราศักดิ์” สวมชุดข้าราชการ อบจ.สมุทรปราการ ได่ไปหลอกลวง นายอุดม โฉมศรี พนักงานบ.รปภ.แห่งหนึ่ง  ว่า สามารถฝากงานเข้าอบจ.สมุทรปราการได้ แต่ต้องเสียเงิน 4,500 บาท

            หลังจากนั้นนายอุดม ได้นำเงินและเอกสารมาพบนายวีระเดช ที่อบจ.ดังกล่าว แต่เหยื่อนั้นยังขาดเอกสารเรื่องของการตรวจร่างกายอีกเช่นกัน  คนร้ายจึงให้ใบตรวจร่างกายบริเวณคลีนิคหรือรพ.ใกล้ๆก่อน แล้วให้นำใบรับรองแพทย์มา และให้ขึ้นไปหายังห้องทำงานบนอบจ.ปากน้ำแห่งนี้

            นายอุดม ใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถไปตรวจร่างกายและมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน แต่วายร้ายวัยนี้ ได้ปิดโทรศัพท์มือถือ หายวับไปจากอบจ.แห่งนี้แล้ว  ทำให้เหยื่อต้องรออยู่หลายชั่วโมงแต่ก็ไม่พบหน้า

            "ผมโกรธมาก นอกจากจะเสียเงินแล้ว ผมยังต้องโกหกภรรยาเรื่องเงินที่หายไปอีกด้วยหากถูกจับได้ผมตายแน่ ผมจึงต้องไปตามตัวนายวีระเดช ให้เจอให้ได้ หากเจอหน้าผมฆ่ามันตายแน่ และผมใช้เวลา 24 ชั่วโมงจึงพบหน้าแต่ก็เปลี่ยนใจด้วยการเรียกตำรวจมาจับ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" นายอุดมระบุ

            พฤติกรรมของนายวีระเดช ซึ่งตรงกับคนร้ายที่ชื่อ ยงยุทธ ก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อที่จ.พระนครศรีอยุธยาอย่างยิ่ง ทีมข่าวระวังภัย จึงสังเกตุพฤติกรรมศาสตร์ของคนร้าย 3 ส่วนด้วยกันคือ 1. การแต่งกายเหมือนกับข้าราชการ 2.การเรียกรับเงิน ที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน 3. การหลอกให้เหยื่อไปตรวจร่างกายแล้วหายวับไปเลย

            ทีมข่าวจึงได้ขอรูปจาก ...ศุภกร ธัญญกรรม สารวัตรสืบสวนสภ.เมืองสมุทรปราการ ที่เป็นผู้ดำเนินการจับกุมและถ่ายภาพเอาไว้ เพื่อส่งอี-เมล์ไปให้นางจินตนาและนางวันเพ็ญ ผู้เสียหายที่จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทั้งสองยืนยันทันทีว่า เป็นคนร้ายรายเดียวกัน

            หลังจากนั้นจึงนัดผู้เสียหายไปยืนยันต่อหน้า ร...วัลลภ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ทันที โดยเจ้าของคดีได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้ได้มีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องนายยงยุทธ ไม่ทราบนามสกุลส่งไปให้อัยการแล้ว เมื่อมีหลักฐานใหม่มาเช่นนี้ ตนคงจะต้องสรุปสำนวนส่งไปให้อัยการเพิ่มเติมอีก พร้อมกับแจ้งอายัดตัวนายวีระเดช ไปยังสภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีเพิ่มเติมขึ้นอีก

            เป็นที่น่าสังเกตุว่า พนักงานสอบสวนนั้นได้ถูกเหยื่อเข้าไปตรวจสอบถึงความคืบหน้าหลายครั้งและยังเข้าร้องเรียนกับสื่ออีกด้วย จึงทำให้เร่งปิดคดี แม้ว่าทราบชื่อคนร้าย ไม่ทราบนามสกุล ก็ยังสรุปสำนวนให้พ้นความรับผิดชอบในระดับการสอบสวน หากเหยื่อมาสอบถามความคืบหน้าเพื่อจะตอบว่า ปิดคดีส่งให้อัยการไปแล้ว

            ขณะที่นางวันเพ็ญเอง ระบุว่า ในระหว่างการติดตามการทำงานถามความคืบหน้าคดีดังกล่าว ปรากฏว่าได้ถูกมือดีกรีดท้ายรถกระบะ กรีดยางรถจยย. ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่อง มีปัญหากับใคร ดังนั้นจึงมั่นใจว่าน่าจะเกิดจากการติดตามคนร้ายในคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณทีมข่าวที่สามารถประสานงาน ตำรวจทั้งสองจังหวัดให้รู้ว่า คนร้ายตัวจริงถูกจับกุมได้แล้ว ซึ่งตำรวจทั้งสองจังหวัดนี้ไม่รู้กันเลยว่า นายวีระเดช ได้ไปหลอกลวงคนอื่นอีกมากมาย ซึ่งตนได้สอบถามอยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

            ขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดนี้ ตำรวจพระนครศรีอยุธยาได้แจ้งอายัดตัวมายังตำรวจสมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังขอบคุณทีมข่าวที่ได้ประสานงานเรื่องนี้ จนทำให้รู้ว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร

 

 

////////////////////////////

 

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net