วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คลายปมข้อเท็จจริง บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ และ จรัล มโนเพ็ชร์ : ความจริงฤาสิ่งลวงกรณี มิดะ ใครฆ่าความจริง?


คลายปมข้อเท็จจริง บุญช่วย  ศรีสวัสดิ์ และ จรัล  มโนเพ็ชร์ : ความจริงฤาสิ่งลวงกรณี มิดะ
 ใครฆ่าความจริง?


 อนุสนธิจากกรณีมีข่าวคราวการสัมมนาโดยชมรมอาข่าในประเทศไทยและมีการเสนอข่าวตามสื่อต่างๆ มีรายละเอียด ดังนี้ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ชมรมอาข่าในประเทศไทยร่วมกับโครงการพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง “มายาคติอาข่าในสังคมไทย คลายปมมิดะและลานสาวกอด” มีกลุ่มผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ประชาชน และเยาวชนชาวอาข่าร่วมเสวนาจำนวนมาก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น และคลี่คลายปมวาทกรรม “มิดะ” และ ”ลานสาวกอด” 
                อาข่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ ในภาคเหนือของประเทศไทย, เชียงตุง,รัฐฉาน ของประเทศพม่า และทางแคว้นสิบสองปันนาทางตอนใต้ของจีน ในประเทศไทย คนไทยรู้จักชาว “อาข่า” มาเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะ “มิดะ” และ “ลานสาวกอด”คำว่า “มิดะ”  เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2492 ในหนังสือ 30 ชาติในเชียงราย ผู้เขียนชื่อบุญช่วย  ศรีสวัสดิ์  และหลังจากนั้นปี พ.ศ. 2496 ได้เขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ชื่อ ชาวเขาในประเทศไทย  ต่อมามีหนังสือมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่รู้จักคำว่า “มิดะ” นั้นมาจากศิลปินเพลงชาวเหนือ จรัล  มโนเพ็ชร์ ได้แต่งเพลงชื่อว่า “มิดะ” ที่กล่าวถึง มิดะ หญิงสาวผู้เป็นครูสอนเพศศึกษาให้แก่ชายหนุ่มชาวอาข่าที่กำลังเข้าสู่วัยออกเรือน อีกทั้งยังกล่าวถึง “ลานสาวกอด” อีกด้วย จากชื่อ “ลานสาวกอด” นี้ ทำให้คนทั่วไปเกิดความเข้าใจว่า ลานสาวกอดเป็นสถานที่พลอดรัก เป็นสถานที่ที่สามารถกอดสาวได้ตามใจชอบ ด้วยความเข้าใจใน “มิดะ” และ “ลานสาวกอด” ที่ได้ถ่ายทอด ตอกย้ำ ซ้ำ ทวน ตามสื่อต่างๆทั้งบทเพลง หนังสือ ภาพยนตร์ จึงทำให้เกิดวาทะกรรม “มิดะ” และ “ลานสาวกอด” ขึ้น ซึ่งชาวอาข่าได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้าง อัตลักษณ์ “ความเป็นอาข่า” ในแบบที่เขาไม่ได้เป็นผู้สร้างชาวอาข่าได้กล่าวถึงคำว่า “มิดะ” หรือ “หมี่ดะ” ว่า เป็นคำเรียก หญิงสาวธรรมดาของอาข่าที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้เป็นชื่อตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น ส่วน “ลานสาวกอด” นั้นไม่มีอยู่จริง มีเพียงแต่ “ลานวัฒนธรรม” หรือ “แต ห่อง” เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในทางพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนในหมู่บ้าน เป็นแหล่งถ่ายทอดบูรณาการความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เป็นแหล่งแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความสมัครสามัคคีแก่ผู้คนในหมู่บ้าน
              นายอาจู จูเปาะ ประธานชมรมอาข่าในประเทศไทย กล่าวว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องมิดะและลานสาวกอด จนมีการเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะในทางที่ผิดสร้างความเสียหายและความอับอายแก่ชนเผ่าอาข่าขณะนี้ความพยายามที่จะใช้คำว่า มิดะและลานสาวกอด ไปเผยแพร่ในทางที่เสียหายยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เดือนธันวาคมที่ผ่านมา  มีนิตยสารบางฉบับนำเสนอออกมาในรูปของการ์ตูนล้อเลียนว่า  มิดะเป็นผู้สอนกามารมณ์ ซึ่งในข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น คำว่า มิดะ ไม่มีในภาษาอาข่ามีเพียงคำว่า “หมี่ดะ” ที่แปลว่า   ผู้หญิงสาวธรรมดาชาวอาข่าที่ยังไม่ได้แต่งงาน” ส่วนลานสาวกอดที่ถูกมองว่าเป็นลานที่ให้คนหนุ่มสาว   มากอดกันนั้นก็ไม่มี  มีเพียงลานวัฒนธรรมที่มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นหลังที่เรียกว่า “แตห่อง” เท่านั้น ชาวอาข่าในประเทศจึงต้องขับเคลื่อนด้วยตัวเองเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและชื่อเสียง หากยังมีกลุ่มองค์กรหรือบุคคลที่ยังละเมิดนำไปล้อเลียนหรือไปใส่ร้ายในทางที่ผิดก็จำเป็นต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายหากพึ่งทางรัฐบาลไทยไม่ได้ก็จำเป็นต้องพึ่งสหประชาชาติให้เข้ามาช่วยเหลือ ระยะนี้จะมีบทสรุปของการเสวนาโดยทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะทำเป็นหนังสือออกแจกจ่ายไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจของประเพณีและวัฒนธรรมชาวอาข่า
                 ทางด้านนายแสนชัย จูเปาะ อายุ 22 ปี ชาวอาข่าบ้านห้วยนำมา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่าความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม เชื้อชาติและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของจารีตประเพณีขาวอาข่า ทำให้ตนและเยาวชนอาข่าถูกมองในทางลบ และถูกล้อเลียนมาโดยตลอด ทั้งที่แต่ละชนชาติมีวัฒนธรรมทีดีงามเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบเห็นผู้หญิงที่มาสอนเรื่องเพศหรือลานที่ให้หนุ่มสาวมากอดกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้ชาวอาข่ารู้สึกบอบช้ำ แต่เพื่ออนาคตในการเล่าเรียนก็จำเป็นต้องทน แต่อยากให้ทุกคนเข้าใจและเห็นใจ อยากให้มองชาวอาข่าเป็นเหมือนคนอื่น ๆ
 ในเวลาใกล้เคียงกันที่ มหาวิทยาลับราชภัฎเชียงราย  โครงการสร้างสุขด้วยประวัติศาสตร์ (วาระครบรอบ ๗๕๐ ปี เมืองเชียงราย) , เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา, สถาบันยวนเชียงราย, คณะทำงานบูรณาการจังหวัดเชียงราย และภาคีร่วม ๑๔ องค์กร ก็ได้จัดงาน ‘เจียงฮายฮู้จักตัวเก่า’ ชำระประวัติศาสตร์เชียงราย : ท้องถิ่นเป็นสุขด้วยการรู้จักตนเอง ขึ้นในวันที่ ๒๕-๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยในภาคบ่ายวันแรก มีการจัดเสวนาเรื่อง ล้านนา ต้นธารวรรณกรรมสยามประเทศขึ้นโดยมี   มาลา  คำจันทร์ ,ผศ.วิลักษณ์  ศรีป่าซาง,ไพฑูรย์   พรหมวิจิตรและ อ.นิคม  บุญเสริม  เป็นวิทยากร  อ.นิคม  บุญเสริม แห่งศูนย์เชียงรายศึกษา  มหาวิทยาลัยราชกัฏเชียงราย ได้กล่าวถึงประวัติและผลงานบุญช่วย  ศรีสวัสดิ์ และได้กล่าวถึงความคลาดเคลื่อนในข้อเขียนของบุญช่วย ในหนังสือ สามสิบชาติในเชียงราย โดยเฉพาะในส่วนของชาติพันธุ์อาข่าซึ่งเนื้อความที่คลาดเคลื่อนก็คล้ายคลึงกับข้อมูลในการเสวนาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
                        แต่ท้ายการอภิปราย ดร.อุดร   วงษ์ทับทิม นักเขียนสารคดีและอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยราชกัฏเชียงราย ได้เสนอความเห็นแย้งเรื่องดังกล่าวเก็บใจความได้ว่า “ขออนุญาตเสริมข้อมูลเรื่องหนึ่ง  เรื่องของอาจารย์บุญช่วย   ศรีสวัสดิ์ นั้นจริงๆท่านเป็นนักมานุษยวิทยาที่เก่งมากๆของเมืองไทยก็ว่าได้เพราะว่าที่ท่านศึกษาในสามสิบชาติในเชียงรายนี้ข้อมูลที่ท่านพูดถึงเรื่องขะจีราดะนั้นนะเรื่องลานสาวกอดนี่ จริงๆแล้วมันมีจริงในพม่านี่เพราะว่าในพม่ามีหลักฐานเยอะมากแล้วก็ชุมชนอาข่าในพม่าจะอยู่บนภูเขาสูงและก็จะไม่ค่อยยุ่งกับวัฒนธรรมอื่นก็จะรักษาฐานวัฒนธรรมเดิม วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของอาข่าจริงๆในพม่านี่สมบูรณ์มาก แล้วมันมีเอกสารหลายชิ้นที่เป็นเอกสารวิชาการโดยนักมานุษยวิทยา คนหนึ่งคือ ดร.หม่อง ถิ่นท่านเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยร่างกุ้งท่านก็ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับวิถีของชาติพันธุ์ในพม่าในกรณีของอาข่าท่านก็พูดถึงเรื่องคะจีราดะ ที่เป็นผู้หญิงที่จะสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ให้กับเด็กผู้ชายและก็มีผู้ชายอาข่าทำหน้าที่สอนเพศสัมพันธ์ให้กับผู้หญิง   และลานสาวกอดนี้จะมีเพราะว่า การสอนเรื่องเพศทุกชุมชนต้องมี              คนเมืองก็มี คนเมืองเรียกว่าข่วง ในหมู่บ้านมันจะมีวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ชายผู้หญิงจะพบกันเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างทางวัฒนธรรม  วัฒนธรรมอาข่าในพม่านี่ผู้หญิงเป็นใหญ่เหมือนกับคนละว้าสังคมพม่าเป็นสังคมที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ดังนั้นเพศสัมพันธ์ในอาข่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องของความเจริญความงอกงามเหมือนกับลาหู่ก็เหมือนกัน   ทำไมฝรั่งมองว่านักศึกษาเมืองไทยฟรีเซ็กส์อันนี้มีเอกสารหลายเรื่องที่ฝรั่งเขียนนะว่าคนชาติพันธุ์ในพม่า ในจีนนี่ผู้หญิงฟรีเซ็กส์  ผู้ชายฟรีเซ็กส์ คือจริงๆแล้วมันไม่ใช่ฟรีเซ็กส์แบบฝรั่ง เพราะว่ามันเป็นเรื่องของความเจริญงอกงามอย่างกรณีของในพม่านี่ลานสาวกอดนี่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาข่าพูดถึงการก่อความงอกงามแล้วก็ภาพที่อาจารย์บุญช่วยวาดไว้มีจริงแน่นอนยืนยันได้ จรัลเองก็เป็นคนเดินตามรอยเท้าของอาจารย์บุญช่วย จรัลเป็นคนชอบเดินป่าเป็นชีวิตจิตใจผมก็เป็นหนึ่งที่อยู่ร่วมกับการเดินทางของเขา จรัลเป็นคนรู้จริงมากเกี่ยวกับชาติพันธุ์นะเพราะว่าเขาจะคลุกคลีมาตลอดแล้วก็เพลงที่จรัลแต่งมาจากประสบการณ์ตรงในการเดินป่าป่าเชียงดาวทะถึงแม่ตื่น ไปถึงฝาง ช้างป่าที่ป่าแม่ตื่นนี่จรัลก็รักษาไว้โดยออกทุนให้ชาวบ้านรักษาป่าแล้วก็ให้เงินชาวบ้านปกาเกอะยอได้ส่งลูกสาวเรียนจนจบมหาวิทยาลัย จรัลเป็นคนรักษาวิถีชีวิตของคนชาติพันธุ์เพียงแต่เขาไม่เปิดเผย ภาพที่เห็นคือวิถีเขาเป็นนักแต่งเพลงนักเล่นดนตรีอย่างนั้นดังนั้นเพลงทุกเพลงไม่ว่าบ้านบนดอย มิดะหรืออะไรต่างๆนี่มาจากประสกการณ์ตรงที่เขา   คือผมยืนยันได้ว่าข้อมูลเขาตรงกับข้อมูลของนักมานุษยวิทยานักวิชาการในพม่าและก็สารานุกรมที่ฝรั่งเขียนถึงมิดะก็ อยู่ในสารานุกรม หนังสือเล่มนั้นน่าจะชื่อว่า Encyclopedia of Southeast Asian Ethnic Minorities. มีการให้คำจำกัดความเกี่ยวกับคำว่า "มิดะ" และ "คะจิราดะ"  ไว้ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ในห้องสมุดที่บ้านของ Dr. Leo Alting Von Gersau ที่เชียงใหม่  เป็นห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับมานุษยวิทยาภาควัฒนธรรม  โดยเฉพาะเกี่ยวกับองค์ความรู้และภูมิปัญญาด้านสมุนไพร ขนบจารีตวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต  การเกษตรกรรม  ระบบนิเวศของชุมชนอาข่า  ไว้จำนวนมาก น่าเสียดายที่เพิ่งทราบจาก อาทู่  ซึ่งทำงานอยู่ที่สมาคมอาข่าเชียงราย  ว่า ห้องสมุดดังกล่าวถูกไฟไหม้  เอกสารเสียหายทั้งหมด แต่เราจะพบข้อมูลในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย-ภาคเหนือ ฉบับแม่ฟ้าหลวง  ที่ ศจ.อุดม รุ่งเรืองศรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำไว้ เล่มที่ ๑ ในส่วนของคำว่า "ก้อ"มีการกล่าวถึง "มิดะ" และ "คะจีราดะ" รวมทั้ง "แดข่อง"  ไว้ด้วยเช่นกัน”
 จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ทุกคน ทุกกลุ่มชนกล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริง แต่เรื่องจริงใน พ.ศ.นี้ อาจไม่ตรงกับเรื่องจริงใน พ.ศ.โน้น  บุญช่วย   ศรีสวัสดิ์ จึงถูกปรามาส และ จรัล  มโนเพ็ชร์จึงถูกย่ำยีใน พ.ศ.นี้  และไม่นานนี้ความจริงจะต้องปรากฏไม่ว่าความจริงนั้นจะแสลงใจหรือเป็นที่ยอมรับหรือไม่ ความจริงก็เป็นความจริงอยู่มิเสื่อมคลาย และไม่มีใครฆ่าความจริงได้ไม่ว่า พ.ศ.นี้หรือ พ.ศ.ไหน จริงไหมครับ?.

โดย ประกายพฤกษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net