วันที่ จันทร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับตาสึนามิถล่มญี่ปุ่น


รายการ ทันข่าว 9 โมง ช่วงรายงานพิเศษ จับตาสึนามิถล่มญี่ปุ่น

ผู้ดำเนินรายการ ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ผู้ร่วมรายการ รศ.สัญชัย นิลสุวรรณโฆษิต ภาควิชานิวเคลียร์เทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์

แหล่งข่าว ช่อง TPBS

ประวีณมัย : แต่ว่าความกังวลอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ก็คือ ผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสีถ้าเกิดกรณีที่ว่า มีสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลออกมา ซึ่งจับตาดูอยู่ที่โรงไฟฟ้าที่จังหวัดฟุกุชิมะ เพราะว่าฟุกุชิมะ นั้นเป็นจังหวัดที่อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 250 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเขนได จังหวัดมิยางิ ที่เสียหายรุนแรงจากเหตุแผ่นดินไหวประมาณ 100 กิโลเมตรนะค่ะ ล่าสุดนั้นก็ได้มีการอพยพประชาชนที่อยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตร รอบโรงไฟฟ้ามาอยู่ที่จุดปลอดภัยแล้วนะค่ะ ซึ่งเช้านี้ จะได้คุยกับ รศ.สัญชัย นิลสุวรรณโฆษิต จากภาควิชานิวเคลียร์เทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ถึงเรื่องของการรับมือแล้วก็การเฝ้าระวังเกี่ยวกับผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้าค่ะ สวัสดีค่ะ อาจารย์

รศ.สัญชัย : สวัสดีครับ

ประวีณมัย : อาจารย์ค่ะ ที่กำลังพูดกับอยู่ตอนนี้ ก็คือผลกระทบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากจังหวัดฟุกุชิมะ เนี่ยนะค่ะ โครงสร้างการออกแบบของโรงไฟฟ้าที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยเนี่ย ปกติแล้วเขาจะต้องมีการออกแบบกันอย่างไงค่ะ

รศ.สัญชัย : เผอิญว่า โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 1 ของฟุกุชิมะ 1 เนี่ยนะครับ ก็เป็นตัวเก่าแล้ว ประมาณ 400 เมกะวัตต์นะครับ สร้างขึ้นมาเมื่อ 40 ปีกว่าก่อน เป็นแบบที่เราเรียกว่า บอยลิงวอเตอร์รีแอคเตอร์ (Boiling Water Reactor, BWR) คือเป็นแกนปฏิกรณ์ที่ใช้น้ำเดือด แกนปฏิกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในโลกนี่ มักจะเป็นที่เรียกว่า เพรชเชอไรซ์วอเตอร์รีอคเตอร์ (Pressurized Water Reactor) ซึ่งไม่ให้น้ำเดือด คือความแตกต่างมันมีอยู่บ้าง ประเด็นก็คือว่าในส่วนของ โครงสร้างที่เห็นเป็นอาคารเหลี่ยมๆนี่ ก็คือเป็นอาคารที่บรรจุแกนปฏิกรณ์อยู่ และแกนปฏิกรณ์นี่มันจะมีเปลือกโลหะ ให้นึกภาพเหมือนระฆังนะครับ ก็คือหุ้มแกนปฏิกรณ์ไว้อีกชั้นหนึ่งนะครับ คราวนี้ถ้าสังเกตนี่ที่ระเบิดออกไป ดูว่าตัวอาคารด้านนอกนะครับ ถ้าตามข่าวของญี่ปุ่นเขายืนยันว่าตัวแกนปฏิกรณ์เอง รวมถึงตัวระฆังที่ว่าที่หุ้มไว้นี่ ยังอยู่ในสภาพดี เพราะฉะนั้นก็ถ้าหากว่าเป็นความจริง ก็ค่อนข้างมั่นใจว่า อย่างน้อย ก็คือสารรังสีอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น รวมถึงเชื้อเพลิงนี่นะครับ ก็น่าจะถูกกักเก็บไว้ในตัวคอนเทนเนอร์ตัวนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ถ้าหากเป็นอย่างนั้นนี่ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า สารรังสีส่วนใหญ่ยังถูกกักเก็บไว้ในนั้น คราวนี้มันจะมีสารรังสีบางส่วนนะครับ ที่อายุสั้นแล้วมักจะอยู่ในภาพของแก๊สนะครับ ข่าวตอนแรกที่ออกมาบอกว่ามีการระบายแก๊สออกมาบางส่วน ก็แก๊สพวกนี้แหละครับ ตามข่าวออกมาก็คือซีเซียม ไอโอดีน และ ซึ่ง 2 ตัวนี้นี่ โดยปกติแล้วมันไม่น่าเกิดขึ้น แสดงว่าเชื้อเพลิงบางส่วนมีการหลอมเหลวไปแล้วหรืออย่างน้อยสุดก็มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเชื้อเพลิงนะครับ 2 ตัวนี้ ตัวที่สำคัญก็คือ ไอโอดีน เพราะฉะนั้นจริงๆมีปริมาณไม่มาก แต่ถ้ามีสะสม คือจะทำให้ต่อมไทรอยด์ที่อยู่ข้างลำคอเนี่ยนะครับ คือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติก็คือ อาจจะทำให้เกิดต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรืออะไรพวกนั้น รวมถึงมะเร็งด้วย โดยวิธีการมักจะป้องกันก็คือ ให้กินเม็ดไอโอดีน ซึ่งข่าวช่วงต้น ทางคุณประวีณมัย ได้แจ้งไปว่า ทางญี่ปุ่นเขาได้แจกไอโอดีนให้กับประชากรในพื้นที่ล้อมรอบนะครับ เพราะว่าเมื่อกินไอโอดีนตรงนี้ไปมันก็โอเวอร์โดส (Overdose) ไอโอดีนที่ ต่อมไทรอยด์ จะไม่รับไอโอดีนใหม่ เพราะฉะนั้นสารรังสีพวกนี้ก็จะไม่สะสมในร่างกาย อันนี้จะป้องกันได้ง่ายค่อนข้างง่าย ทีนี้ตัวที่กลัวกันอีกตัวก็คือ ซีเซียม ตัวนี้อายุจะนานกว่านะครับ แล้วก็จะสะสมในกล้ามเนื้อในกระดูก เพราะฉะนั้นตรงนี้ให้ป้องกัน ก็คือมักจะแนะนำให้อยู่ในบ้านไม่ออกไปข้างนอก เพราะว่าอาจจะสัมผัสฝุ่นหรือ หายใจเข้าไป หากเจอฝุ่นก็ต้องทำความสะอาดนะครับ หายใจเข้าไปร่างกายแล้วมันจะกำจัดยากกว่านะครับ

ประวีณมัย : ค่ะ อย่างทางจังหวัดเค้า เค้าเตือนคนของเค้าให้อยู่ในบ้านแล้วก็ปิดระบบปรับอากาศ ถ้าออกไปนอกบ้านก็ต้องมิดชิดเลย

รศ.สัญชัย : เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปข้างในนะครับผม

ประวีณมัย : อย่างการออกแบบเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เนี่ย ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญเรื่องของโครงสร้างที่จะรองรับแผ่นดินไหว แต่ว่าพอมาเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ มันต้องตั้งคำถามอีกครั้งมั้ยคะอาจารย์

รศ.สัญชัย : คืออันนี้ก็ มันก็พูดยากนะครับ แม้ว่าจะตามประวัติศาสตร์ของเค้า ทางญี่ปุ่นเองเค้าก็คุ้นเคยกับแผ่นดินไหวพอสมควรนะครับ จริงๆแล้วในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของเค้านี่ คือเค้ามีห้องวิจัยที่ทำการทดลองเกี่ยวกับเรื่องของผลของแผ่นดินไหวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยเฉพาะนะครับ ซึ่งทุกตัวของเค้าต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานอันนี้ ผมเข้าใจว่าประเด็นสำคัญเลยก็คือ ครั้งนี้เนี่ย ขนาด 8.9 เนี่ย มันเป็นเกณฑ์ที่เค้าไม่คาดว่ามันจะเกิดขึ้น ครั้งก่อนหน้านี้ในปี 2007 นะครับ ที่เกิดกับคาชิวาซากิ-คาริวะ นั้นก็ 6.8 ซึ่งไม่หนักนักสามารถชัตดาวน์ ได้เรียบร้อยทุกตัว แล้วก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการรั่วไหลของน้ำที่อยู่ในบ่อเก็บเชื้อเพลิงที่อาจจะออกมาบ้างนั่นเป็นกรณีเล็กน้อยนะครับ ส่วนกรณีที่เกิดครั้งนี้นะครับ ชัตดาวน์ได้ทุกตัวนะครับ แต่ปัญหาก็คือทันทีที่ชัตดาวน์ พาวเวอร์ก็จะลดลงจาก 100 % อย่างเช่นตัวที่ 1 นี่ 400 เมกะวัตต์ ก็คือ 100 % ก็ลดลงทันทีที่ชัตดาวน์ จะเหลือประมาณ 10 % ก็คือเหลือ 40 เมกะวัตต์ อาจจะเห็นว่าน้อย เมื่อไม่ระบายความร้อนมันออก มันก็จะสะสมจนกระทั่ง อาจจะทำให้เตาปฏิกรณ์เนี่ยหลอมละลายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีระบบระบายความร้อนฉุกเฉิน ตามข่าวที่แจ้งมานะครับ คือตัวระบายความร้อนฉุกเฉิน ที่โดนสึนามินี่ถูกทำลายหมดเลย ใช้การไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็คือเตาปฏิกรณ์ข้างในนี่ มันก็ค่อยๆทำให้น้ำเดือดหมดไป ระหว่างที่น้ำเดือดนี่ก็ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น อันนั้นเป็นเหตุผลที่ว่าเค้าต้องพยายามลดความดันออก ตอนนี้นี่ก็คือ ตามข่าวที่ทราบ ได้ติดต่อกับผู้ที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่น ทราบว่าเบื้องต้น เค้าพยายามที่จะเอาระบบโมบายเข้าไปช่วย แต่อย่างไรแล้วระบบโมบายนี้ปัญหาสำคัญคือเรื่องน้ำ ถึงจุดนี้คือคงต้องบอกว่าคงต้องใช้น้ำทะเล ปัญหาของการใช้น้ำทะเลคือว่าต้องทำให้เป็นน้ำกลั่นก่อนนะครับ คือถ้าไม่ปรับปรุงคุณภาพให้เป็นน้ำกลั่นก่อน จะทำให้อุปกรณ์ข้างในหมดสภาพทันที เอามาใช้งานใหม่ไม่ได้แล้ว แต่ในขั้นตอนนี้เค้าคงไม่ได้คิดจะเอากลับมาใช้ใหม่หรอกนะครับ ก็คือเอาความปลอดภัยเข้าว่าไว้ก่อนแล้วเค้าจะเอาน้ำทะเลเข้าไป

ประวีณมัย : ค่ะ อย่างตอนนี้บอกว่ามีเตาแห่งที่ 3 ที่หยุดทำงานลงแล้ว ก็ยังจับตาดูอยู่ว่าจะเกิดผลกระทบอะไรต่อไป

รศ.สัญชัย : ตอนนี้ก็เข้าใจว่าเนื่องจากว่า ตัวที่กังวลกันคือตัวที่ 1 ปัจจุบันข่าวล่าสุดก็คือว่าควบคุมความดันไว้ได้แล้ว ก็คือการระบายความดันไม่น่าเป็นปัญหา ตัวที่ 3 นี่ก็คืออยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะฉะนั้นอุปกรณ์เสริมอะไรที่นำเข้าไปช่วยเหลือกันก็น่าจะสามารถนำมาชดเชยมาใช้ตรงนี้ได้ ยังคิดว่าไม่น่าจะร้ายแรงถึงขนาดตัวที่ 1 นะครับ เพราะตัวที่ 1 ก็คือเรียกว่าเหนือความคาดหมายจริงๆ ไม่ได้คิดว่ามันจะถึงขนาดว่าระเบิดขนาดนั้น แต่ตามข่าวก็ต้องยืนยันกันอีกครั้งว่าระเบิดตรงนี้ไม่ได้ระเบิดกับแกนปฏิกรณ์ เป็นการระเบิดที่เรียกว่าปรากฏการณ์ไฮโดรเจนคอมบัสชัน (Hydrogen Combustion) ก็คือว่ามันเกิดการสะสมของไฮโดรเจนในอาคารภายนอก อันเนื่องมาจากว่าแก๊สที่ระบายจากแกนปฏิกรณ์มันมีไฮโดรเจนเกิดขึ้น พอเราระบายมันก็ไปสะสมในอาคารภายนอกของตัวคอนเทนเนอร์อีกทีนึง พอสะสมในส่วนนอกเนื่องจากไฮโดรเจนเนี่ยถ้าหากมีการสปาร์เพียงเล็กน้อยมันก็เกิดการระเบิดได้ทั้งหมด คราวนี้ถ้าเกิดไปดูตามรูปเนี่ยจะเห็นว่าโครงเหลืออยู่ แต่มันจะมีรูปที่ละเอียดกว่านี้อีกนิดนึงมันก็จะเห็นว่าด้านล่างของอาคารที่ว่านี้ คือที่ระเบิดทิ้งไปคือด้านบน ด้านล่างยังอยู่ครบถ้วน แกนปฏิกรณ์แบบ BWR นี่โครงสร้างของมันส่วนหนึ่งจะอยู่ใต้ดิน เพราะฉะนั้นเข้าใจว่าส่วนที่ระเบิดออกไปคือบริเวณที่แก๊สไฮโดรเจนไปสะสมอยู่

ประวีณมัย : ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังอยู่นะคะ

รศ.สัญชัย : ยังไงก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะถ้าระเบิดขนาดนั้นนี่มันก็น่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวแกนปฏิกรณ์ด้วย ก็ต้องจับตาเฝ้าระวัง

ประวีณมัย : ช่วงนี้ขอบคุณอาจารย์นะคะ รวมไปถึงทีวีไทยก็ยังเกาะติดถึงสถานการณ์จากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นซึนามิที่ญี่ปุ่น จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 40 ชม.หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น สถานทูตไทยที่อยู่ที่กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่นได้แจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ว่าขอให้พิจารณาการเดินทางค่ะ คืออย่าเดินทางถ้าไม่จำเป็น เพราะว่าในญี่ปุ่นนั้นตอนนี้เส้นทางการเดินทางหลายจุดก็ยังมีปัญหาอยู่รวมไปถึงเรื่องของระบบอุปโภค สาธารณูปโภคต่างๆ เช่นน้ำ และไฟ หลายๆที่ก็ยังมีปัญหาอยู่ และช่วงนี้ดิฉันพร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ 

--------------------------------------

โดย energy

 

กลับไปที่ www.oknation.net