วันที่ อังคาร มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิด้าโพลชี้ ชาวบ้านอยากให้ไล่ ส.ส.นิสัยเสียออกนอกสภา


นิด้าโพลชี้

ชาวบ้านอยากให้ไล่ ส.ส.นิสัยเสียออกนอกสภา

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล”  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา” ระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2554 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 1,201 หน่วยตัวอย่าง กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ในทุกระดับการศึกษาและกลุ่มอาชีพ ทำการวิเคราะห์โดยการถ่วงน้ำหนักตามขนาดของประชากร พบว่ามีความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 1.5 ผลการสำรวจสามารถสรุปได้ดังนี้

1.     สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นในการทำหน้าที่ของ ส.ส. ในสภา สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้

สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นในการทำหน้าที่ของ ส.ส. ในสภา

ร้อยละ

ไม่บิดเบือนข้อมูล ป้ายสี

54.2

ไม่พูดจาหยาบคาย ยั่วยุ ส่อเสียด

43.0

ไม่ประท้วงพร่ำเพรื่อ

35.3

อภิปรายกระชับ/ตรงประเด็น

27.8

ไม่ขาดประชุม

25.9

ไม่ก้าวร้าว

20.0

เคารพประธาน/กฎระเบียบ

14.8

ใช้เวลาตามกำหนด

9.4

                ประชาชนเกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 54.2  อยากเห็น ส.ส.ไม่บิดเบือนข้อมูลหรือป้ายสี รองลงมาคือไม่พูดจาหยาบคาย ยั่วยุส่อเสียด ร้อยละ 43  ไม่ประท้วงพร่ำเพรื่อ ร้อยละ 35.3  รวมถึงอภิปรายกระชับตรงประเด็น ร้อยละ 27.8

2.    พฤติกรรมของ ส.ส. ที่ประชาชนคาดว่าจะเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้

พฤติกรรมของ ส.ส. ที่ประชาชนคาดว่าจะเห็น

ร้อยละ

วาจาหยาบคาย พูดจาก้าวร้าว

59.8

ค้านพร่ำเพรื่อ

43.4

ไม่เคารพกติกา /ไม่เคารพประธาน

41.4

พฤติกรรมก้าวร้าว ใช้กำลัง

23.9

หลับในที่ประชุม 

10.7

คุยเล่น/คุยโทรศัพท์ในสภาผู้แทนฯ 

10.2

การบิดเบือนข้อมูล การใส่ร้ายป้ายสี 

0.4

ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

8.6

                ผลสำรวจพฤติกรรมของส.ส.ที่ประชาชนคาดว่าจะเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ พบว่าเกือบร้อยละ  60 เชื่อว่าจะเห็น ส.ส.แสดงวาจาหยาบคาย ก้าวร้าว รองลงมา คือ ส.ส.ค้านพร่ำเพรื่อ ร้อยละ 43.4 และไม่เคารพกติกาหรือประธานในที่ประชุมร้อยละ 41.4 โดยมีบางคนคาดว่าจะได้เห็นพฤติกรรมก้าวร้าว ถึงขั้นใช้กำลัง ร้อยละ 23.9 นอกจากนี้ผู้ตอบยังคาดว่าจะเห็น ส.ส.หลับในที่ประชุม ร้อยละ 10.7 ตลอดจนพูดคุยเล่นหรือคุยโทรศัพท์ในช่วงอภิปรายร้อยละ 10.2

3.              ความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการ/บทลงโทษ ส.ส. ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสภาระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

มาตรการ/บทลงโทษ ส.ส. ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ร้อยละ

ไล่ออกนอกห้องประชุม  

46.1

ตัดสิทธิลงคะแนนเสียง

30.7

ตัดเงินเดือน

19.5

ทำทัณฑ์บน

19.0

ตัดเบี้ยประชุม

14.6

ประณามอย่างเป็นทางการ

13.8

อื่น ๆ เช่น  ตัดออกจากการเป็น ส.ส. , ตัดสิทธิ์การสมัครเป็น ส.ส. 5 ปี ,

  ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานในภา

1.4

ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

7.5

               

ความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการหรือบทลงโทษ ส.ส. ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างทำหน้าที่ในสภา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ควรลงโทษโดยการไล่ออกจากห้อประชุมร้อยละ 46.1  ตามด้วยการการตัดสิทธิลงคะแนนเสียง ร้อยละ 30.7  นอกจากนี้ ประชาชนยังเห็นว่า ควรลงโทษด้วยการตัดเงินเดือน และทำทัณฑ์บน ใกล้เคียงกันคือประมาณ ร้อยละ 19.0 ทั้งสองกลุ่ม

4.              ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร  

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร  

ร้อยละ

ไม่เด็ดขาดในการควบคุมการประชุม

36.5

ไม่เป็นกลาง

35.2

หลงประเด็น

22.6

ไม่แม่นยำในระเบียบข้อบังคับ

18.9

ไม่น่าเชื่อถือ/ไม่น่าเคารพ

18.4

ใจร้อน ไม่อดทน

13.2

ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว

0.2

ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

45.7

               

ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร สรุปได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นว่าประธานสภา ไม่เด็ดขาดในการควบคุมการประชุมร้อยละ 36.5  ซึ่งใกล้เคียงกับความเห็นที่ว่า ไม่เป็นกลางร้อยละ 35.2  และมีถึงร้อยละ 22.6 ที่เห็นว่า หลงประเด็น

              5. เรื่องที่ประชาชนอยากฟังหรือให้ความสำคัญมากที่สุด ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

เรื่องที่ประชาชนอยากฟังหรือให้ความสำคัญมากที่สุด

ร้อยละ

ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น

59.9

ปัญหายาเสพติด

19.3

ปัญหาการชุมนุมของคนกลุ่มต่างๆ

9.2

เรื่องอื่น ๆ เช่น นโยบายรัฐบาล, 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

7.8

ปัญหาเศรษฐกิจ ของแพง

3.6

ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ

0.2

ประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญ หรืออยากฟังการอภิปราย พบว่า ประเด็นปัญหาทุจริต คอรัปชั่น ประชาชนให้ความสำคัญหรืออยากฟังมากเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 59.9 รองลงมาคือ ปัญหายาเสพติดร้อยละ 19.3  เป็นที่สังเกตว่าปัญหาการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ และ ปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวของแพง ประชาชนกลับอยากฟังเพียงร้อยละ 9.2  และร้อยละ 3.6 ตามลำดับ

    รายละเอียดรายงานผลการสำรวจฉบับสมบูรณ์ download ได้จาก http://nidapoll.nida.ac.th   ติดต่อ สำนักงานศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล”   โทร. 02 727 3308   โทรสาร 02 727 3308  Email: nida_poll@nida.ac.th

บทวิเคราะห์และความคิดเห็นจากนักวิชาการต่อผลการสำรวจ

 

                รศ.ดร.พิชาย  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

                กล่าวถึงผลการสำรวจฯ ในครั้งนี้ ว่า “ประชาชนเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของบ้านเมืองเรามักพูดไม่ค่อยจริง หรือจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง หรือพูดอย่างทำอย่าง  มักบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนหรือพวกพ้อง  ซึ่งสิ่งนี้ขัดกับคุณธรรมสำคัญของนักการเมือง”ตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา หากนักการเมืองไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมพื้นฐานข้อนี้ ก็จะถูกกดดันให้ต้องพูดจริง หรือถึงขั้นให้ลาออกไป “การที่ประชาชนคาดว่าจะได้เห็น ส.ส.มีพฤติกรรมหยาบคาย ก้าวร้าว ค้านพร่ำเพรื่อก็เพราะเขาเห็นสิ่งนั้นในอดีตที่ผ่านมา ส.ส.ควรตระหนักในพฤติกรรมของตนที่แสดงออกต่อสังคมและสื่อต่างๆ ให้มากและไม่ควรแสดงพฤติกรรมดังกล่าว  ด้วยบทบาทหน้าที่ของ ส.ส.ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลอันทรงเกียรติ ฉะนั้น ส.ส.ก็ไม่ควรแสดงพฤติกรรมที่ขัดต่อความคาดหวังของสังคม”

                สำหรับความต้องการเห็น ส.ส.ที่ทำผิด ถูกลงโทษด้วยวิธีต่างๆ “ก็เห็นด้วยกับประชาชน แต่ว่าการลงโทษด้วยการห้ามออกเสียงคงทำไม่ได้  อย่างไรก็ตาม  สังคมสามารถช่วยแก้ไขพฤติกรรมไม่เหมาะสมได้ หากประชาชน พร้อมทั้งสื่อต่างๆ ร่วมมือกันกดดัน  เช่น แสดงความคิดเห็นโดยตรงไปที่ตัว ส.ส.คนนั้น หัวหน้าพรรค บุคคลใกล้ชิดของ ส.ส.คนนั้น โดยอาจใช้โทรศัพท์, (SMS), Facebook, หรือช่องทางอื่นๆ เช่น สื่อต่างๆ”

                ส่วนปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่ประชาชนต้องการฟังมากที่สุด “เรื่องนี้เป็นวิกฤติใหญ่ของประเทศไทยและมีการสั่งสมมาทุกรัฐบาล ต่อเนื่องยาวนาน ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาและชุดปัจจุบัน อย่างเรื่องน้ำมันปาล์ม บุหรี่ และอื่นๆ  สะท้อนว่าประชาชนเอือมระอากับปัญหานี้ และเป็นวิกฤติของระบอบรัฐสภาไทย ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตอนนี้ใกล้ถึงจุดที่ผู้คนใกล้จะปฏิเสธระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา หากยังปล่อยให้อยู่ในวังวนนี้ อาจนำไปสู่การปฏิเสธระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาได้ ทิศทางหรือผลการอภิปรายจะไปในทิศทางใดก็ขึ้นอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะตอบประเด็นต่างๆ ได้ขนาดไหน หาเหตุผลมาทำให้ประชาชนเห็นพ้องหรือคล้อยตามได้เพียงใด ซึ่งไม่ง่ายเลย อย่างปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนและการแก้ปัญหาที่ล้มเหลว”

                ส่วนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายประเด็นทหารยิงประชาชนจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว   “รัฐบาลอาจได้เปรียบและได้รับการสนับสนุนในข้อนี้และทำให้ฝ่ายค้านลำบากก็ได้ หากสามารถเสนอคำตอบและข้อมูลสนับสนุนชัดเจน”

 

                รศ. ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน  ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และประธานที่ประชุมสภาอาจารย์แห่งประเทศไทย (ปอมท.) 

            กล่าวถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ว่า สอดคล้องกับมุมมองที่คาดไว้ และสะท้อนสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมอย่างชัดเจน  “ประชาชนอยากเห็น ส.ส.ทำงาน อย่างตรงไปตรงมาและทำตามบทบาทหน้าที่ของตน  ต้องการเห็นรัฐบาลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก  ผู้คนมิได้อยากเห็น ส.ส. ใช้การอภิปรายในสภา พูดเรื่องความขัดแย้งนอกสภา หรือการใช้อภิสิทธิ์ความเป็นสส. มาพูดจาก้าวร้าว หยาบคายใส่กัน นั่นไม่ใช่พฤติกรรมที่ชาวบ้านคาดหวัง  ขณะนี้ การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องการแสวงหรือรักษาผลประโยชน์ส่วนบุคคลหรือพรรคของตนเองและไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ มีการละเลย ประเด็นการอภิปรายบางประเด็นถูกหยิบยกขึ้นมา เพียงเพื่อใช้โจมตีเอาชนะพรรคการเมืองหรือ ส.ส.ฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงว่าจะส่งผลกระทบเสียหายต่อประเทศชาติ”

“บางประเด็น ที่เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเราต้องมีการเจรจากับประเทศอื่นเพื่อหาข้อยุติ  ไม่ควรนำขึ้นมาใช้กล่าวโจมตีกันเพียงเพื่อใช้เป็นเกมการเมืองภายในสภา จนเสียหายต่อประเทศและผลประโยชน์ของชาติอย่างใหญ่หลวง ส่วนอีกฝ่ายก็มุ่งแต่จะแก้ตัวจนไม่เกิดประโยชน์ต่อชาติเช่นกัน  เรื่องบางเรื่องเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและประโยชน์ของชาติไม่ใช่สิ่งที่จะควรนำมาเปิดเผยกันได้ทั้งหมดในสภา”

            “ส่วนบทบาทของประธานสภาฯ ต้องใช้กฎกติกาชัดเจน เด็ดขาด คุมเกมให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะส่งผลเสียต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส.ได้เช่นกัน  ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวคนทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสภาหลายคน บางคนไม่เป็นกลาง โน้มเอียงสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนขาดความน่าเชื่อถือ” 

 

โดย kwant

 

กลับไปที่ www.oknation.net