วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ค้นวิถี ”แม่ทา” ตัวตนคนต้นแบบ เกษตรยั่งยืน


 

 84 ตำบล วิถีพอเพียง ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ - วิกฤตของการปลูกอยู่ปลูกกินของตำบลแม่ทาในอดีต ได้กลายเป็นโอกาสในการสร้างผู้นำด้านการเกษตรยั่งยืน อย่าง พ่อสมศักดิ์ สิงทองแท้ สัญลักษณ์ของเกษตรกรรมยั่งยืนบนที่ลุ่ม จากสวนผสมผสานบนพื้นที่ 4 ไร่ ที่สร้างรายได้กว่า 200,000 บาท/ปี พ่อพัฒน์ อภัยมูล ที่เริ่มสร้างระบบความมั่นคงทางการเงินและอาหาร นำกระแสปลูกอยู่ ปลูกกินและเกษตรอินทรีย์หวนคืนมาอีกครั้ง

 พ่อพนมกร อภัยมูล ผันตัวเองจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มาสู่วิถีเกษตรอินทรีย์และรวมกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตกรรมยั่งยืนของแม่ทา มีทั้งพื้นที่สูง พื้นที่ดอนและพื้นที่ลุ่ม โดยมีเทคนิค วิธีการ รวมถึงพืชพันธุ์ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ

นายสุพัฒน์ อภัยมูล : สร้างชีวิตสู่ความผาสุกด้วยวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน

 เกิดในครอบครัวชาวนามีฐานะยากจน เมื่ออายุ 11 ปี พ่อได้เสียชีวิตลง ต่อมาเมื่ออายุได้ 12 ปีก็เริ่มช่วยงานครอบครัวอย่างเต็มตัว มีการดำรงชีวิตด้วยการปลูกผักอาทิ ขิง และมะเขือเทศแต่ไม่ได้ผลมากนัก ต่อมาจึงหันมาปลูกถั่วฝักยาวและถั่วลันเตาก็เป็นพืช ซึ่งสุดท้ายก็เหมือนเดิม ขายไม่ได้ราคา ไม่ผ่านมาตรฐานที่โรงงานรับชื้อ ส่งผลให้ยิ่งทำยิ่งจน

 ต่อมาจึงเกิดความคิดว่าต้องสร้างระบบความมั่นคงทางการเงินและความมั่นคงทางอาหารไปพร้อมๆ กัน จึงได้เริ่มลงมือปรับพื้นที่สวนที่มีหินจำนวนมาก กลับมาวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ตัดสินใจปลูกกล้วยและพืชผักอื่นๆ นำทุกอย่างที่กินได้มาปลูกตามแต่ละช่วงฤดู เพื่อให้ผลผลิตที่ได้เป็นอาหารสำหรับครอบครัวและขายเอาเงินมาใช้จ่ายในแต่ละวัน

 

 ต่อมาพ่อพัฒน์กลายเป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญที่เข้าร่วมการรวมกลุ่ม ก็มาคิดหาทางออกร่วมกันกับแกนนำในชุมชน พบว่า การสร้างกลุ่มต่างๆ ให้เข้มแข็งขึ้นมาได้นั้นจะต้องเข้าใจพื้นฐานอันเป็นธรรมชาติของการรวมกลุ่มว่ามีอยู่สามพวกคือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ กลุ่มที่เสียประโยชน์และกลุ่มที่แก้ปัญหา ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน

 พ่อพัฒน์ได้เรียนรู้จากองค์กรพัฒนาเอกชนในเรื่องการรวมกลุ่ม คือเรื่องกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ และเรื่องของการสร้างแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหาร จากชีวิตที่ต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด พ่อพัฒน์ก็เริ่มวางแผนระบบคิดการใช้ชีวิตใหม่ว่าจะไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง และมั่นใจว่าจะสามารถอยู่ได้ เลี้ยงลูกได้ เนื่องจากเมื่อก่อนพ่อของพ่อพัฒน์ไม่มีเงินแม้แต่จะชื้อรองเท้าให้ใส่แต่ว่ามีข้าวให้กิน เลี้ยงมาจนโต ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินสักบาท เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เริ่มวางแผนค่าใช้จ่าย ทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยแบ่งออกมาเป็นช่อง คือ ช่องที่หนึ่งรายรับ ช่องที่สอง ค่าอาหาร ช่องที่สาม ค่าเล่าเรียนของลูก ช่องที่สี่ ภาษีสังคม ช่องที่ห้า ยอดเงินคงเหลือ และเริ่มวิเคราะห์รายรับรายจ่ายก็พบว่ายังมีหนี้อยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย หรือที่เรียกว่า ‘สัญญาณไฟแดง’ หากไม่แก้ไขก็จะเกิดปัญหา อาจจะต้องขายบ้านเพื่อไปใช้หนี้ แต่หากว่าไม่ขายก็ต้องหันมาประหยัด  

 

 ณ วันนี้ พ่อพัฒน์ชวนมอง คำนิยามของการเป็นเศรษฐีเสียใหม่ ว่า ความร่ำรวย ไม่ใช่เรื่องของการร่ำรวยเงินทอง แต่คือการร่ำรวยความสุข ครอบครัวมีอยู่มีกิน ไม่มีหนี้สิน มีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

 นายพนมกร นามจันทร์: ผู้สร้างความมั่นใจให้ตนเอง

 ปัจจุบันอายุ 49 ปี ในช่วงชีวิตที่ผ่านมานั้น  ถือว่าลำบากมาก เมื่อเริ่มสร้างครอบครัวนั้นพ่อเรืองและแม่พิมพ์ทองต้องรับภาระเลี้ยงดูคนในครอบครัวถึง 9 คน ต้องทำงานหลายอย่างเพื่อให้มีเงินและอาหารเพียงพอในการเลี้ยงคนในครอบครัว โดยเน้นที่ทำการเกษตรสมัยใหม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว

 ด้วยความโชคดีที่มีเพื่อน คือ มูลนิธิสันกำแพง โดย คุณสวิง ตันอุด เข้ามาจัดเก็บข้อมูลชุมชนและชวนชุมชนวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งและหาทางออกร่วมกัน โดยพ่อเรืองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้นำข้อมูลที่มีการจัดเก็บและจดบันทึก มาสรุปบทเรียนร่วมกันในครอบครัว หาแนวทางแก้ไขร่วมกับแกนนำในตำบลหลายคน
ต่อมาได้เป็นครอบครัวนำร่อง ลองผิด ลองถูกกับการเกษตรแบบอินทรีย์ ปลูกผักปลอดสาร รวมเป็นกลุ่ม มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 14 คน เริ่มต้นต่างก็ไม่มีประสบการณ์ ทำในลักษณะลองผิดลองถูกกันไป แต่ก็ไม่ท้อ จึงสามารถผ่านมาได้

 

 จากประสบการณ์ปลูกผักปลอดสาร มากว่า 20 ปี อีกทั้งเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืน ดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์เกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทามาในช่วงวิฤกต

 มาในวันนี้ พ่อเรืองและแม่พิมพ์ทอง (ภรรยา) มีข้อสรุปว่า การเกษตรทางเลือกนี้มีประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เป็นเรื่องราวของความภูมิใจ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่มีระบบการจัดการที่ชัดเจน และยังเอื้อต่อระบบนิเวศน์ที่ดีด้วย

โดย ลุงแจ่ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net