วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

From Chernobyl 25th Anniversary to Fukushima 2011: เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วที่เชอร์โนบิล


เหตุการณ์ที่ Chernobyl กำลังจะครบรอบ 25 ปีในเดือนเมษายนนี้ จึงมีเรื่องราวสรุปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วและกำลังจะเป็นไปออกมาเป็นระยะ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ Sendai ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

การระเบิดของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่เชอร์โนบิล เมื่อเช้ามืดของวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2529 ก่อให้เกิดเพลิงลุกไหม้ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 10 วัน เพลิงที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูระเบิดพินาศ จน radioactive materials (สสารที่มีอนูของกัมมันตภาพรังสี / สารกัมมันตภาพรังสี*) แพร่กระจายออกสู่บรรยากาศตลอดเวลาสิบวันเต็ม ในปริมาณมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏบนโลกใบนี้มาก่อน

Radioactive materials ที่แพร่ออกมาปะปนในสภาพแวดล้อมนั้นมีหลายชนิด แต่ที่กล่าวถึงเป็นหลัก คือ Iodine-131, Caesium-137, strontium-90 และ plutonium ในขณะที่ Iodine-131 สลายตัวได้อย่างรวดเร็วจึงหายไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์ให้หลัง แต่ Caesium-137 นั้นยังตรวจพบได้ในดินและพืชผลในหลายส่วนของยุโรป (ตามรายงาน พ.ศ. 2549)

20 ปีหลังจากเหตุการณ์นั้น เกิดการสำรวจโดย UN Chernobyl Forum เพื่อดูผลกระทบในแง่มุมต่างๆ คือ

ผลกระทบที่เกิดกับสุขภาพร่างกายของมนุษย์และสัตว์โลก

สารกัมมันตภาพรังสีเข้าสู่ร่างกายได้สองทาง คือจากภายนอกด้วยการสัมผัสโดยตรงจากสารที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศที่ค่อยๆ ร่วงหล่นตกสะสมบนพื้นดิน และเข้าสู่ภายในด้วยการหายใจ การดื่มกินน้ำและอาหารที่เจือพิษ หน่วยวัดสารกัมมันตภาพรังสีเหล่านี้มีสองแบบ คือ

absorbed dose ดูปริมาณที่ร่างกายรับสารเข้าไป มีหน่วยวัดเป็น gray (Gy)

effective dose ดูปริมาณที่เกิดอันตรายแก่ร่างกาย วัดเป็น millisieverts (mSv)

ในกรณีของ Absorbed dose หากร่างกายได้รับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูงจะเกิดอาการ Acute radiation syndrome (ARS) ซึ่งเริ่มจากการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย อาเจียน หากปริมาณสารที่ได้รับสูงตั้งแต่ 10Gy ขึ้นไปก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ในเวลา 2-4 สัปดาห์ หลังการระเบิดที่เชอร์โนบิล คนทำงานที่อยู่ใกล้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูสัมผัสกับ Gamma radiation ในปริมาณ 2 – 20 Gy หลายคนจึงเสียชีวิต

สำหรับ Effective dose คนธรรมดามีโอกาสได้รับสารกัมมันตภาพรังสีตามธรรมชาติทั่วไปในระดับตั้งแต่ 1 – 10 mSv ต่อปี และกัมมันตภาพรังสีอื่นอันเกิดจากมนุษย์ด้วยกันเองสร้างขึ้นมา (man-made source) อีกในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1 mSv ต่อปี

คนที่อพยพออกจากเชอร์โนบิลได้รับสารกัมมันตภาพรังสีโดยเฉลี่ยสูงถึง 33 mSv ถึงแม้ในปีที่สำรวจคนจำนวนห้าล้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่โดนกัมมันตภาพรังสีจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณที่ต่ำกว่า 1 mSv แล้วก็ตาม ก็ยังมีคนอีกประมาณแสนในศูนย์กลางของกัมมันตภาพรังสีสัมผัสกับสารเหล่านี้เกินปีละ 1 mSv

  

 เด็กที่ดื่มนมวัว จากวัวที่กินหญ้าที่ได้รับกัมมันตภาพรังสีจำนวนหนึ่งเริ่มเป็น Thyroid cancer ขณะที่คนที่พรีเพียท (Pripyat) เมืองติดกับเชอร์โนบิล ต้องกินไอโอดีนเม็ด (Iodine tablets) ให้ร่างกายปฏิเสธการรับ radioactive iodine เพิ่ม

จำนวนผู้เสียชีวิตและสาเหตุ

ความน่าสะพรึงกลัวของการระเบิด ทำให้มีการคาดการณ์ผลกระทบที่ถึงแก่ชีวิตไว้ค่อนข้างสูงเกินจริง เพราะภายหลังพบว่าการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อันตรายกลับเกิดจากสาเหตุธรรมชาติทั่วไปเหมือนกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

ในปีที่เกิดเหตุ ประชาชนที่เกี่ยวข้องประมาณ 600,000 คน ที่เป็นทั้งผู้อยู่อาศัย คนงาน หน่วยกู้ภัย คนเคลียร์พื้นที่ มีคนที่สัมผัสกับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูงมากอยู่ประมาณหนึ่งพันคน ในจำนวนนั้น มี 134 คนที่ตรวจพบอาการ ARS (Acute Radiation Syndrome) และจำนวน 28 คนเสียชีวิตจากอาการนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ ของเหตุการณ์ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง

มีการคาดการณ์ว่าผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในพื้นที่ความเสี่ยงสูงสุดน่าจะเพิ่มขึ้น จำนวนที่ประเมินไว้เพื่อการเตรียมการดูแลรักษาคือ 4,000 คน เมื่อทำการสำรวจในช่วงปี พ.ศ. 2535 – 2545 ในพื้นที่อันตรายที่อื่นพบผู้เสียชีวิตจาก Thyroid Cancer เพียง 15 คน มีทั้งผู้ที่ยังเป็นเด็กในปีเกิดเหตุและผู้ใหญ่ทั่วไป     

แต่...จริงหรือที่กัมมันตภาพรังสีจะไม่มีผลกระทบกับร่างกายมนุษย์เลย?

ที่จริงแล้ว Thyroid Cancer ถูกตรวจพบในคนถึง 4,000 คน ซึ่งคนเหล่านั้นโชคดีที่ร่างกายตอบรับกับการรักษาเป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อกันว่าจำนวนผู้ป่วยเจ็บก็ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ในอีกหลายปีข้างหน้าตามระยะเวลาการก่อตัวของอาการ การที่จำนวนผู้ป่วยไม่สูงลิบก็เชื่อกันว่าเป็นเพราะการอพยพคนออกจากพื้นที่ และการให้คนกิน iodine tablets ได้ทันท่วงที

ในช่วงสิบปีแรก โรคที่ตรวจพบมากในคนงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยรัสเซียที่ปฏิบัติหน้าที่ในตอนนั้น คือ Leukaemia (non-CLL type), solid cancers (มะเร็งในอวัยวะทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับระบบเลือด) และโรคหัวใจ (cardiovascular diseases)

การสำรวจสรุปผลไว้ให้คิดต่อว่า ถึงจำนวนของผู้ได้รับผลกระทบของสุขภาพทางร่างกายจะมีไม่สูง ก็ไม่ได้แปลว่าปราศจากผลข้างเคียง และยังมีผลที่รุนแรงกว่า คือ ผลกระทบทางด้านจิตใจ

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายของสารกัมมันตภาพรังสี ครอบคลุมบริเวณในสามประเทศ คือ Belarus, Russia และ Ukraine ประมาณ 200,000 ตารางกิโลเมตร มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ การเดินทางของอนุภาคกัมมันตภาพรังสีไปตกสะสมบนพื้นดิน และระยะเวลาของการเสื่อมสลายของกัมมันตภาพรังสีแต่ละชนิด (Half life)

การเดินทางของอนุภาคกัมมันตภาพรังสีนั้น เป็นไปอย่างอิสระเสรีบน ถนน สนาม สวน หลังคาอาคารบ้านเรือน เมื่อเจอฝนชะก็จะเคลื่อนตัวลงสู่แหล่งน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ระยะเวลาเป็นปัจจัยเดียวที่ทั้งชำระล้างพิษ และนำเข้าสู่การเสื่อมสลายตาม Half life ของสารแต่ละชนิด

ช่วงสองเดือนแรก พืชผัก สัตว์ รวมทั้งอาหารนม เป็นสิ่งที่ต้องระวังลำดับแรก จากการตกค้างของพิษบนหญ้า และใบ ไม่นานนัก radioactive iodine ก็จะเสื่อมสลายได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงต่อไปก็ต้องระวังพืช ผัก ต้นไม้ ที่สารตกค้างลงสู่ดินอย่าง caesium และ strontium จะเข้าสู่ราก กินเวลาต่อไปอีกหลายปีกว่าจะสลายสิ้น

สำหรับสัตว์น้ำ หนีไม่พ้นสารกัมมันตภาพรังสีตกค้างแน่ แต่เป็นโชคดีของสัตว์น้ำ ที่ระดับสารกัมมันตภาพรังสีสามารถลดปริมาณลงได้อย่างรวดเร็วจากการเจือจางลงและการเสื่อมสลายที่รวดเร็ว ถึงแม้สารตกค้างเหล่านี้จะเดินทางไปกับปลาได้ไกลถึงสแกนดิเนเวียและเยอรมนี แต่สารอย่าง strontium-90 จะไปสะสมอยู่ที่กระดูกและก้างที่เราไม่ได้บริโภคกัน ปัจจุบันนี้ระดับของสารพิษได้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์อันตรายมากแล้ว

ส่วนปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่มีการหมุนเวียน เช่นทะเลสาบ ก็ยังไม่พ้นอันตรายจนวันนี้

ต้นไม้ พืช และสัตว์ในระยะรัศมีไม่เกิน 20-30 กิโลเมตรจากเชอร์โนบิล ที่เรียกว่า Exclusion Zone ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งค่อยๆ ตาย ลดการออกดอกออกผล จนถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ปรากฏเป็นรายงานถึงความวิปริตผิดรูปของพืชและสัตว์มาตลอด

หลายปีผ่านไป เมื่อมนุษย์ต้องละทิ้งพื้นที่ปัญหา กลับเป็นเรื่องดีต่อธรรมชาติให้ค่อยฟื้นตัวขึ้นมาแกร่งได้โดยปราศจากการรบกวนของมนุษย์ เกิด Biodiversity ที่มีความเปลี่ยนแปลงในสิ่งมีชีวิตทั้ง ชนิด ปริมาณ พันธุ์ สร้างระบบนิเวศของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง

กระทั่ง White-tailed eagle chick ซึ่งหาดูได้ยากตอนก่อนเกิดเหตุ ก็กลับมาปรากฏให้เห็นใหม่  

 การดูแลจัดการกับพื้นที่ที่สัมผัสสารกัมมันตภาพรังสี

หลังการระเบิดมีการสร้างสิ่งปกคลุมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อกันการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี แต่การก่อสร้างเป็นไปอย่างเร่งรีบพอให้ใช้การได้ เพราะสภาพพื้นที่ยังเป็นอันตรายกับคนงานเจ้าหน้าที่อยู่ เมื่อเวลาผ่านไปถึง 20 ปี จึงต้องมีแผนการสร้างอาคารคลุมใหม่ ป้องกันละอองกัมมันตภาพรังสีแพร่กระจายหากของเดิมเกิดการถล่ม

ความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากค่าเสียหายจากการระเบิด ขบวนการปิดพื้นที่ การควบคุมความปลอดภัยในระยะยาว แล้วยังมีความรับผิดชอบดูแลคนที่ได้รับผลกระทบอีกถึง 7 ล้านคน และการอพยพสร้างที่อยู่ใหม่ให้ประชาชนอีก 330,000 คน การเกษตรกรรมหยุดชะงัก อาหารที่ ‘สะอาด’ ยังพอหาได้ แต่ขายยากเพราะคนไม่แน่ใจในความปลอดภัย ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงอุตสาหกรรมอาหาร

25 ปีให้หลังที่เชอร์โนบิล

ในขณะที่รัฐบาลยูเครนกำลังเตรียมงานเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์หายนะเมื่อ 25 ปีก่อน ความคิดเห็นของคนก็ยังแยกเป็นสองฝ่าย (ก่อนเหตุการณ์ที่ประเทศญี่ปุ่น)

ฝ่ายสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ เชื่อว่าอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลแค่เกิดจากความด้อยคุณภาพในการสร้างของโซเวียต และผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมก็ไม่ได้เลวร้ายเพราะธรรมชาติในเขต Dead Zone ได้กลับสู่ภาวะปกติที่ 66 สายพันธุ์สัตว์ต่างๆ รวมถึงหมูป่า หมาป่า กวางป่า ได้คืนสู่พื้นที่

หลายประเทศรวมทั้งอินเดีย อิหร่าน ก็เตรียมการสร้างแหล่งพลังงานปรมาณูของตนเอง คนที่ได้สัญญาก่อสร้างไป ก็ใช่ใครอื่น Russia’s atomic energy agency ทายาทของโซเวียตผู้สร้างเชอร์โนบิลนั่นเอง

ข้อมูลอีกด้าน ของฝ่ายที่รอดตายเล่าว่าความน่ากลัวของการระเบิดที่ปล่อยอนุภาค Plutonium ที่มี half life ถึง 24,360 ปี ออกมาลอยละล่องไปถึงญี่ปุ่นและสกอตแลนด์นั้น เป็นสัญญาณสะกิดเตือนอันตรายของพลังงานปรมาณู

โซเวียตเก็บเรื่องเงียบอยู่สามวัน จนละอองกัมมันตภาพรังสีลอยไปถึงสวีเดนจึงปิดข่าวไม่มิด การรักษาหน้าของโซเวียตทำให้ไม่รู้จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง แม้วันนั้นเจ้าหน้าที่ 176 คนจะเสียชีวิตทันที มีการอ้างอิงจากแพทย์ว่าอัตราของการเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้นมาก คนงานที่รอดชีวิตพูดถึงอาการปวดหัวผิดปกติ และความดันโลหิตสูง

ขณะที่ผู้รอดชีวิตอย่าง Yuri Andreyev ที่ปฏิบัติงานในวันนั้น กลายเป็นผู้นำองค์กรที่เป็นตัวแทนของผู้รับผลกระทบจากเชอร์โนบิลจำนวน 450,000 คน รู้สึกใจสลายเมื่อนึกถึงความสูญเสียและกลับไปเห็นสภาพบ้านที่เคยพักที่ Pripyat    ในวันนี้รัฐบาลยูเครนกลับอนุญาตให้มีการจัดนำคณะนักท่องเที่ยวเข้าชม Chernobyl และ Pripyat ได้อย่างถูกกฎหมายตั้งแต่เดือนมกราคม ในราคาประมาณคนละ 100 ปอนด์ต่อวัน

รัฐบาลตั้งใจจะสร้างที่นี่ให้เป็นจุดท่องเที่ยวก่อน 2012 European Football Championship โดยอ้างถึงความต้องการจากตลาดท่องเที่ยวของยุโรปตะวันตก และยืนยันว่าพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว ทั้งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเซ็นเอกสารไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นหากเกิดปัญหาสุขภาพในภายหลัง ไกด์ที่นำชมทุกร่องรอยของความพินาศ คอยเร่งผู้คนให้จบการชมเร็วที่สุด และห้ามแตะต้องทุกชิ้นส่วนในเมือง

ภาวะปัจจุบันที่ญี่ปุ่นในวันนี้ ไม่รู้จะทำให้เชอร์โนบิลยังเริงร่าสร้างตัวเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่อีกหรือไม่

แต่ใครกันจะอยากเดินเที่ยวชมสถานที่ที่กลืนชีวิตผู้คนไม่ทราบจำนวนเอาไว้ภายใต้ซากอาคาร

สิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์กว่า จึงควรเป็นข้อมูลจากบทเรียนที่ผ่านมาให้ชาวโลกได้ใช้เตรียมรับสถานการณ์และการก้าวต่อไป..

ข้อมูล

UN Chernobyl Forum 2006

Chernobyl: The Toxic tourist attraction by Andrew Osborn, The Daily Telegraph 6 March 2011

*กรุณายึดคำในภาษาอังกฤษเป็นหลัก

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net