วันที่ จันทร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.... วีรสตรีสึนามิ ยืนหยัดปฎิบัติภาระกิจ ช่วยเพื่อนร่วมชาติ จนที่สุดถูกสึนามิกลืนหายไป ....



(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

.... วีรสตรีสึนามิ ยืนหยัดปฎิบัติภาระกิจ ช่วยเพื่อนร่วมชาติ จนที่สุดถูกสึนามิกลืนหายไป ....

หมายเหตุบลอกเกอร์
เพื่อนชาวญี่ปุ่น ส่งเรื่องราวของวีรสตรีตัวน้อยๆผู้นี้มาให้ผม
เป็นเรื่อง ที่แสดงความรับผิดชอบ ความเสียสละ ของหญิงสาวผู้หนึ่ง
ที่ยืนหยัด ปฎิบัติภาระกิจของตน เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น จนถึงวาระสุดท้าย
ผมขอสรุปความ นำมาเสนอ เพื่อให้เพื่อนบลอคเกอร์ได้อ่าน เพื่อเราจะได้เข้าใจกัน
ว่าความแข็งแกร่งของสังคมนั้น เริ่มจากความรู้รับผิดชอบ รู้เสียสละ ของสมาชิกสังคมแต่ละคน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เมืองหนึ่ง ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดจากสึนามิครั้งนี้ คือเมือง Minamisanrikucho ซึ่งอยู่ในจังหวัดมิยางิ
เมืองนี้มีประชากรประมาณ 17,000 คน แต่ภายหลังสึนามิพัดกระหน่ำ ปรากฎว่า มีประชากรประมาณ 9,500 คน หายไปและยังไม่สามารถติดต่อได้
บ้านเรือนของชาวเมืองถูกกวาดเรียบจนไม่เหลือซาก
แม้สำนักงานเขตที่เป็นอาคารเสริมเหล็ก ก็ถูกสึนามิกระหน่ำจนเสียหาย แทบไม่เหลือสภาพเดิมให้เห็น
เจ้าหน้าที่เขต รวมถึงตำรวจ และพนักงานดับเพลิงจำนวนมาก สูญหาย ยังติดต่อไม่ได้


สภาพของสำนักงานเขตฯ


มีเรื่องราวสะเทือนใจ ของหญิงสาวญี่ปุ่นในเมืองนี้ผู้หนึ่ง ซึ่งปฏิบัติภาระกิจในความรับผิดชอบของตน เพื่อช่วยเหลือชาวเมือง จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
หญิงสาวผู้นี้ ทำหน้าที่ประกาศ แจ้งเตือนให้ชาวเมืองรีบหนีขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย (ซึ่งทางเขตได้เตรียมไว้แล้ว)
(ทันที ที่เกิดแผ่นดินไหว เมืองที่อยู่ริมทะเล จะมีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ก่อนทีสึนามิจะกระหน่ำเข้ามาถึง และมีเวลาเพียงประมาณ 30 นาที เพื่อจะหนีไปสู่ที่ปลอดภัยได้)
คุณเอนโด มิเอโกะ (53) แม่ของหญิงสาวผู้นี้กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า
“ลูกคงป่าวประกาศสุดเสียง จนถึงวาระสุดท้าย..”
ลูกสาวของคุณเอนโด คือ คุณเอนโด มิกิ (25) เป็นเจ้าหน้าที่กองบริหารสถานการณ์วิกฤติ
ภายหลังเกิดแผ่นดินไหว เธอยังคงทำงานอยู่ในสำนักงานเขต ที่เป็นอาคารสาธารณะภัย (เป็นอาคารสามชั้น)
ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่กระจายเสียง แจ้งเตือนให้ชาวเมืองหนีไปสู่บริเวณซึ่งปลอดภัย

เจ้าหน้าที่เขตคนหนึ่ง (33) ที่รอดตายเล่าให้ฟังว่า
ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวเพียงประมาณ 30 นาทั สึนามิความสูงกว่า 10 เมตรก็กระหน่ำเข้ามา
มีเจ้าหน้าที่ของเขต 10 คน รอดตายจากภัยพิบัตินี้ โดยทุกคน ต้องเกาะอยู่กับหอคอยส่งวิทยุ ที่อยู่บนหลังคาของอาคาร
แต่ คุณมิกิ ไม่ได้อยู่ที่นั่น
เพื่อนร่วมงานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์บอกว่า “ เห็นคุณมิกิ ถูกน้ำพัดกระหน่ำหายไป”

ภายหลังเหตุการณ์สงบลง  เพื่อนของคุณเอนโด (61) เล่าให้ฟังว่า
เธอได้ยินการกระจายเสียงเตือนภัยของคุณมิกิ ที่ว่า
 “มีสึนามิสูง 6 เมตร พัดกระหน่ำเข้ามา ให้ทุกคนรีบหนีไปยังที่ปลอดภัย”
 เมื่อได้ยินคำเตือนนั้น เธอคว้าโทรศัพท์มือถือ แล้วรีบวิ่งไปที่รถ เพื่อขับไปสู่ที่หลบภัยซึ่งอยู่ในที่สูง
 เนื่องจากไฟฟ้าดับหมด สัญญาณจราจรใช้ไม่ได้ จึงต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง
 ขณะกำลังจะขับรถขึ้นเนินสูง เมื่อหันกลับมาดู ก็ได้ยินเสียงไซเรนดังสนั่น และไกลออกไปนั้น สึนามิ กำลังกวาดบ้านเรือนของชาวเมือง ไล่ตามหลังมาติดๆ
เธอจึงต้องเหยียบคันเร่งจนมิด เพื่อเร่งเครื่องรถ ให้ขึ้นไปอยู่บนที่สูง
และสามารถขึ้นไปอยู่บนเนิน ที่อยู่สูงขึ้นไปหลายสิบเมตร
เมื่อลงจากรถ แล้วเดินขึ้นไปยังสถานที่หลบภัย เธอก็พบกับคุณเอนโด ที่มาถึงก่อนแล้ว
เธอจับมือของคุณเอนโดไว้แน่น พร้อมบอกเธอว่า
“ ได้ยินเสียงของลูกสาว ที่ประกาศเตือนตลอดเวลาเลยละ”
 
๐๐๐๐๐๐๐๐๐


ภาพเมือง ก่อนถูกสึนามิพัดถล่ม

ท้ายสุดนี้ ขอนำคลิป ที่ฉายให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของสึนามิ ที่กลืนเมือง และ ชีวิตชาวเมือง ไปในชั่วไม่กี่นาที


โดย ประยูร

 

กลับไปที่ www.oknation.net