วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปิดตำนานโรมานอฟ


24 มีนาคม แต่ย้อนกลับไปเมื่อปี 1613 ราชรถได้มาเกยหนุ่มวัย 16 ปีคนหนึ่งชื่อมิคาอิล ราชรถคันนี้ เป็นราชรถคันมหึมาเสียด้วย เพราะเขาได้รับการเชิญให้ขึ้นมาเป็นพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย

หนุ่มคนนี้มีนามสกุลว่ารามานอฟ หรือที่คนไทยมักเรียกกันว่าโรมานอฟ และหนุ่มมิคาอิลคนนี้ ก็คือจุดเริ่มต้นของราชวงศ์รามานอฟ ที่ปกครองรัสเซียมานานถึง 300 ปี

ชีวิตของหนุ่มคนนี้พิศดารน่าดูทีเดียว



ก่อนที่ราชวงศ์รามานอฟจะขึ้นมามีบทบาทในรัสเซีย ประเทศนี้ปกครองโดยพระเจ้าซาร์แห่งราชวงศ์รูริกที่ปกครองรัสเซียมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก

หลังสิ้นยุคราชวงศ์รูริก เมื่อพระเจ้าซาร์ ฟีโอดอร์ที่ 1 เสด็จสวรรคต และไม่มีผู้ใดสืบราชสมบัติจึงมีการเชิญบาริส กาดูนอฟ ซึ่งเป็นพี่เขยพระเจ้าซาร์ ฟีโอดอร์ที่ 1 มาปกครอง

แต่ในยุคของเขา บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสายทุกหัวระแหง ข้าวยากหมากแพงแล้งจัด และเมื่อยักษ์ป่วยเสียแล้ว กระจิบกระจอกรอบข้าง ต่างก็ได้ที รุมทึ้งยักษ์ง่อยทันที


ในยุคนั้นต่างชาติพากันเข้ารุกรานรัสเซียเป็นทิวแถว เกิดสงครามมากมาย จึงมีการเรียกช่วงเวลานั้นว่า"Time of Troubles" แต่เมื่อซาร์กาดูนอฟ สวรรคต หลังครองราชย์อยู่ 7 ปี พระโอรสก็ขึ้นเป็นพระเจ้าซาร์แทน แต่เป็นได้ไม่กี่เดือนก็โดนพวกที่ไม่ชอบกาดูนอฟ ลอบปลงพระชนม์ นักประวัติ ศาสตร์จึงไม่นับว่ากาดูนอฟเป็นราชวงศ์ของรัสเซีย                                                     
 

ท่ามกลางปัญหา บรรดาขุนน้าขุนนาง ก็จึงต้องหาใครสักคนมาเป็นประมุขของประเทศเพื่อให้เป็นหัว เป็นขวัญ เป็นกำลังใจของชาวรัสเซียทั้งผอง หลังการประชุมกันของสภาขุนนาง ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 50 เมืองทั่วดินแดน และชาวเมืองมอสโก ต่างก็มีข้อสรุปเป็นเอกฉันท์ว่าเจ้าหนุ่มมิคาอิลนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว

เหตุผลของคนในสมัยนั้น ที่เลือกเอาบุตรชายของฟีโอดอร์ รามานอฟ มาเป็นพระเจ้าซาร์ก็มีอยู่หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการที่เขามีสายสัมพันธ์ มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับพระเจ้าซาร์ฟีโอดอร์ ที่ 1 พระเจ้าซาร์องค์สุดท้ายของราชวงศ์รูริก นอกจากนั้นเขายังเป็นเครือญาติกับอนาสตาเซีย พระมเหสีของพระเจ้าซาร์อีวาน ที่ 4 หรือ Ivan the Terrible หรืออีวานจอมโหด สิ่งเหล่านี้ ก็ชี้ว่าเขามีเลือดของกษัตริย์อยู่ไม่ใช่น้อย

และครอบครัวของเขายังเป็นศัตรูกับกาดูนอฟ ที่หลายคนไม่ชื่นชอบเอาเสียเลย โดยกาดูนอฟเนรเทศครอบครัวของมิคาอิลไปอยู่โปแลนด์ ทำให้พ่อและแม่ของเขาต้องไปบวชพระบวชชี

แต่ราชรถ ก็ไม่ใช่ว่าจะมาเกยกันได้ง่ายๆ


วัดอิปาเตียฟ

เพราะตอนที่สภาขุนน้าขุนนางตัดสินใจเลือกหนุ่มมิคาอิลเป็นพระเจ้าซาร์นั้น เป็นวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1613 แต่พวกเขาหาตัวหนุ่มคนนี้ไม่เจอ เพราะเจ้าตัวไปหลบซ่อนอยู่กับแม่ที่วัดอิปาเตียฟ ใกล้กับเมืองกัสตราม่า เมื่อหาตัวพบ และมีการมาแจ้งข่าวก็ปา เข้าไปวันที่ 24 มีนาคมแล้ว แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง คเซนเนีย แม่ของเขาก็กลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย จึงไม่อยากให้เสวยราชย์ขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่บรรดาขุนน้าขุนนาง ก็ยืนกรานหนักแน่นว่าจะเอาให้ได้ โดยให้เหตุผลว่า ถ้ามิคาอิลไม่เป็นพระเจ้าซาร์ ประเทศจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆจากการแก่งแย่งอำนาจกัน และพวกเขาจะจับมิคาอิล ในฐานะทำลายรัสเซียด้วย ทำให้ในวันนั้นเอง มิคาอิลก็จึงตกลงและเดินทางมากรุงมอสโก เพื่อมาเป็นพระเจ้าซาร์ โดยได้เข้าพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อ 22 กรกฎาคมในปีเดียวกัน การขึ้นครองราชย์ของพระองค์ถือเป็นการสิ้นสุดยุค "Time of Troubles"

พระเจ้าซาร์แห่งราชวงศ์ใหม่ เป็นคนสุภาพ ใจบุญ ไม่สร้างปัญหาให้กับใคร ทรงรับฟังคำแนะนำของคณะองคมนตรี ซึ่งก็มีทั้งพวกที่ดี อย่างเช่นพระบิดาของพระองค์ และพวกฉ้อฉล พระองค์มีมเหสี 2 พระองค์ โดยองค์แรกอยู่กันได้แค่ 4 เดือนก็สวรรคต ส่วนมเหสีองค์ที่ 2 มีพระโอรสพระธิดารวม 10 พระองค์


พระบิดา

พระองค์ครองราชย์เป็นพระเจ้าซาร์อยู่จนถึงวันที่ 12 กรกฏาคม 1645 หรือปกครองประเทศอยู่นาน 32 ปี และเสด็จสวรรคต 2 วันหลังจากนั้นที่กรุงมอสโก ขณะมีพระชนมายุ 49 ชันษา

หลังจากยุคของพระองค์ ทายาทของพระองค์ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หลายพระองค์


แต่ก่อนจะมีการปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียช่วงเดือนตุลาคม 1917 ไม่กี่เดือน พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็สละราชสมบัติให้กับพระอนุชา แต่พระอนุชาก็ไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ก่อนที่จะถูกพวกคอมมิวนิสต์จับไปฆ่าทิ้งทั้งหมด คือทั้งพระอนุชา อดีตพระเจ้าซาร์ และครอบครัว

เป็นที่น่าสังเกตว่าที่มาของราชวงศ์รามานอฟ เริ่มที่วัดอิปาเตียฟ และจุดจบของราชวงศ์นี้ก็อยู่ที่อิปาเตียฟเช่นกัน เพราะอดีตพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 2 และครอบครัวถูกสังหารที่บ้านหลังหนึ่ง ที่เรียกกันว่าบ้านอิปาเตียฟ


พระปรมาภิไธย

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net