วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.... Social network สดุดีวีรชนนิรนาม ตำนานสามัญชนญี่ปุ่น ผู้ร่วมนำแสงสว่าง และรอยยิ้มสู่ผู้ประสบภัย ....



(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

.... Social network สดุดีวีรชนนิรนาม ตำนานสามัญชนญี่ปุ่น ผู้ร่วมนำแสงสว่าง และรอยยิ้มสู่ผู้ประสบภัย ....

สวัสดีเช้าวันสุขครับ วันนี้ผมขอนำเรื่องราว ที่อาจทำให้ทำนบน้ำตาของหลายคนเอ่อล้น
แต่ขณะเดียวกัน ก็นำพาความสุข ความปิติ ที่เห็นภาพของความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งเกิดขึ้น ในญี่ปุ่นดินแดนของภัยพิบัติ
เพื่อนญี่ปุ่นของผม แนะนำข้อเขียนในบลอกของคุณ มาซาชิ ยามานากะซึ่งมีเขียนถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ในแง่มุมที่น่าสนใจ
ในบลอกดังกล่าว คุณ ยามานากะ กล่าวว่า ภายหลังภัยพิบัติ มีคนให้ความเห็นไว้ว่า “หากดูแต่โทรทัศน์ จะไม่ค่อยมีอะไรที่ทำให้เกิดกำลังใจเลย แต่หากดูในทวีตเตอร์ จะพบว่า มีเรื่องต่างๆซึ่งทำให้เกิดความหวังสว่างไสวขึ้นมา”
เขาคิดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
สื่อมวลชนต่างๆ มุ่งที่จะนำเสนอภาพของความโศรกเศร้าเท่านั้น ขณะที่ ทวีตเตอร์ และ เฟซบุ๊ค มุ่งอยู่ที่จะนำเสนอว่า “เกิดอะไรขึ้นจริงๆในที่เกิดเหตุ” “ต่อแต่นี้ไป พวกเรามุ่งจะทำอะไร”
เขาเห็นว่า ผู้คนจำนวนมาก ต่างต่อสู้ เพื่อที่จะหยุดยั้งวิกฤติอันนี้ การที่ญี่ปุ่นจะหยัดยืนขึ้นมาใหม่นั้น ไม่ใช่เพราะวีรชนคนใด หากแต่เป็นผลของวีรชนนิรนามนับไม่ถ้วน ที่ช่วยเหลือค้ำจุนอยู่
ผู้คนที่ยังคงอยู่ช่วยเหลือในเขตภัยพิบัติ ก็คือวีรชนนิรนาม
ผู้ประสบภัย ซึ่งอดทน จนก้าวพ้นวันวิกฤติมาได้ ก็คือ วีรชนนิรนาม
ขณะเดียวกัน ผู้คนที่ทุ่มเททำงานอย่างจริงจังเพื่อค้ำจุนเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพื่อช่วยฟื้นฟูประเทศ รวมไปถึงทุกคนที่มีชีวิตอยู่ เพื่อช่วยค้ำจุนผู้อื่น ก็คือวีรชนนิรนาม
ดังที่เขารวบรวมเหตุการณ์ต่างๆ นำมาลง และ ทำเป็นคลิปภาษาญี่ปุ่น และ อังกฤษ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“คิดดีแล้วแน่ๆนะ ลูกแม่ ..?” แม่เฝ้าถามลูกในวัยอนุบาลอีกครั้ง “ก้อลูกอุตส่าห์เก็บออมมาตั้งนานวัน”
“อืมม... แม่ ผมยอมอดทนเรื่องซื้อเกมส์ก่อนครับ ผมช่วยผู้ประสบภัยสร้างบ้านก่อน” เด็กน้อยตอบเต็มปากเต็มคำ
พร้อมกันนั้น เขาก็ค่อยควักเงินห้าพันเย็น ออกมาจากกระเป๋าใบน้อย แล้วบรรจงใส่ลงไปในกล่องรับบริจาค
“เก่งจังจ๊ะลูก อย่างนี้แล้วผู้คนในสถานอพยพจะไม่ต้องหนาวเหมือนก่อนแล้วละ..”
เด็กน้อยปล่อยโฮออกมา เมื่อได้ยินคำชมจากแม่ ผมเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ @mushi2000

คุณพ่อจะถูกส่งไปที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาในวันพรุ่งนี้ เพื่อไปหนุนช่วยงานที่นั่น ดิฉันแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อทราบว่าคุณพ่อซึ่งกำลังจะเกษียณอายุในอีกหกเดือนข้างหน้า เป็นผู้อาสาจะไปช่วยด้วยตัวเอง “การรับมือและแก้ปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในวันนี้ จะเปลี่ยนโฉมหน้าความรู้สึกนึกคิดของชาวญี่ปุ่น ต่อพลังงานนิวเคลียร์ไปเลยละ พ่อไปครั้งนี้ ด้วยสำนึกในภาระกิจนี้ “  ยามอยู่บ้านคุณพ่อก็ดูเงียบๆ แต่วันนี้ ดิฉันรู้สึกภูมิในตัวคุณพ่ออย่างที่สุด ดิฉันเฝ้าภาวนาขอให้ท่านปฏิบัติภาระกิจลุล่วง และกลับบ้านโดยปลอดภัย @NamicoAoto

ดิฉันส่งอีเมล์ไปให้กับสามีที่เป็นกองกำลังป้องกันประเทศ ซึ่งดิฉันคิดว่าคงปฏิบัติภาระกิจจนแทบไม่ได้หลับนอนว่า “เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ? อย่าหักโหมเกินไปนะ”แต่เขาตอบกลับมาว่า “ อย่าดูเบากองกำลังป้องกันประเทศนะ หากไม่หักโหมทำงานหนักยามนี้ จะไปหักโหมเอาตอนไหนละ! ระวังคำพูดหน่อย”  เขาเป็นคนที่แกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจจริงๆ  @yoshimicov

ผมได้ยินคุณป้าพูดคุยกันในรถไฟฟ้า
 “เห็นมีคนบอกว่า ต้องปิดไฟ ประหยัดไฟกันหน่อย เพราะไฟฟ้าไม่พอ” “ ฉันไม่มีปัญหาอะไรนี่ ฉันเคยใช้ชีวิตยามสงคราม ที่ต้องปิดไฟเพื่อช่วยชาติ แต่คราวนี้ ไม่มีระเบิดหย่อนมาบนหัวเหมือนครั้งนั้น ฉันยินดีช่วยปิดไฟแน่นอน” ผู้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่างเงียบกริบ น้ำตาของผลพลอยจะเอ่อไหลออกมา @tabletalkcafe

สักวันหนึ่ง ฉันจะพูดคุยกับลูก และหลานว่า “ตอนย่ายังสาวๆอยู่ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น และ ทั่วโลกต่างรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อช่วยเหลือเรา”  “ทุกคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เป็นภาพที่เปล่งประกายงดงามยิ่ง”  ฉันจะเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ครั้งแล้ว ครั้งเล่าโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย @lovkayo21




โดย ประยูร

 

กลับไปที่ www.oknation.net