วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พรรคการเมืองที่คิดจะครองใจคนกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลา อย่าใจร้อน


กระแสข่าวในสังคมการเมืองไทยที่มีผู้พูดถึงกันมากในช่วงเวลานี้  เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้   สืบเนื่องมาจากนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าจะมีการประกาศยุบสภาประมาณช่วงต้นเดือนพฤษภาคม  และกำหนดเวลาเลือกตั้งประมาณปลายเดือนมิถุนานนหรือต้นกรกฎาคม  พ.ศ. 2554  นั่นเอง

เมื่อมีกระแสข่าวการเลือกตั้งดังกล่าวเกิดขึ้น  จะมีความจริงหรือเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร  พรรคการเมืองและนักการเมืองต่างๆ ต่างก็เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมระดมทรัพยากร  เพื่อเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศ ที่นักการเมืองทั้งหลายมีความมุ่งมั่นปรารถนาจะขอเป็นตัวแทนประชาชนทั้งในระบบแบ่งเขตและระบบสัดส่วนให้ได้  โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร  ซึ่งในการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ล่าสุด  สามารถมี สส. ได้มากที่สุดถึง 33 คน (จาก สส. ระบบเขตเลือกตั้งทั้งหมด 375 คน)  นอกจากนั้นยังมี สส. จากระบบสัดส่วนอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ดังนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคและนักการเมืองจำนวนมาก  ต่างก็มีความประสงค์จะเข้ายึดพื้นที่และครอบครองหัวใจชาวกรุงเทพมหานครให้ได้  นั่นหมายถึงปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งในการเป็นพรรคแกนนำหรือพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้  

ช่วงเวลานี้จึงมีข่าวทางการเมืองเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่  ที่มีนโยบายและมีหัวหน้าพรรคที่เคยเป็นอดีตนักการเมืองภาพลักษณ์ดีเยี่ยม หรืออดีตเป็นข้าราชการประจำผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างไม่สามารถพรรณาความได้หมด  หรือมีนักการเมืองใหญ่ที่ลาออกจากการเป็น สส. เตรียมเข้าพรรคการเมืองที่มีนโยบายเพื่อคนกรุงเทพมทหานครโดยเฉพาะ  เป็นต้น

พื้นที่เขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขต  มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนเขตเลือกตั้งอื่นๆ ในประเทศไทยอยู่หลายประการ   คนกรุงเทพมหานครเป็นผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงมาก  มีความใกล้ชิดและได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  ลักษณะของการดำเนินชีวิตในสังคมเมืองหลวงที่มีแต่การแข่งขัน ต่างคนต่างอยู่  ใช้เวลาอยู่ในที่ที่ทำงานหรือการเดินทางมากกว่าอยู่ในบ้านพัก  ผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างแออัดยัดเยียด แต่สภาพจิตใจนั้นเหงาหงอยและว้าเหว่เดียวดาย  ซึ่งแตกต่างจากสภาพในชนบทอย่างสิ้นเชิง  ทั้งๆ ที่ชาวเมืองหลวงเหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็มาจากชนบทในต่างจังหวัดทั้งนั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้พรรคการเมืองและนักการเมืองที่สามารถครองใจคนกรุงเทพมหานครได้  ต้องมีความสามารถในการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อ  มีผลงานที่จับต้องได้ในลักษณะและรูปแบบรัฐสวัสดิการ สร้างความพึงพอใจและความปลอดภัยมั่นคงในการใช้ชีวิต  ที่อยู่ท่ามกลางการแข่งขัน การประกอบอาชีพที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ  และการจัดการด้านการขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ  ตลอดจนการไม่แสดงออกทางการเมืองด้วยความรุนแรง ขัดขวางการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้ประชาชนชาวเมืองหลวงไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข  คล้ายๆ กับถูกจับเป็นตัวประกันในการต่อรองทางการเมือง

พรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีความมุ่งมั่นปรารถนา  จะรับอาสาเป็นตัวแทนของคนกรุงเทพมหานคร  จะต้องใช้เวลาและความสามารถในการสร้างกระแสให้ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน  และที่สำคัญการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มุ่งแต่การกล่าวโจมตีให้ร้ายหรือกิจกรรมที่กระทำเพื่อลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม  จะเกิดผลสะท้อนกลับเชิงลบทันที  จึงเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองและนักการเมืองต่างๆ พึงตระหนักไว้ให้มากอีกอย่างหนึ่ง

ดังนั้นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่คิดจะตั้งพรรคการเมืองหรือขยายฐานทางการเมืองจากพรรคการเมืองเดิม มาในเขตกรุงเทพมหานคร   จะต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ไม่รีบเร่ง อย่าใจร้อน จำนวนเงินมากมายมหาศาลที่เคยใช้ได้ที่อื่น  ไม่สามารถใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่สภาอันทรงเกียรติได้แน่นอน  

 

 

โดย เพชรพรหมาฯ

 

กลับไปที่ www.oknation.net