วันที่ เสาร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Homefront Review : เมื่อมาตุภูมิที่สงบเงียบถูกรุกราน


{::. Review : Home Front .::}
เมื่อมาตุภูมิ กลายเป็นสมรภูมิ



Homefront

Developer: Kaos Studio (ผู้สร้างซีรี่ย์ Frontline)

Publisher: THQ

Genre: FPS/Shooter/Action


ถ้าถามเหล่านักเล่นเกมส์แนว FPS ทั้งหลายว่าปี 2011 นั้นรอคอยเกมส์อะไรกันบ้าง
 ผมเชื่อว่าหลายคนคงบอกว่ารอที่จะเล่นเกมส์จากสตูดิโอ Kaos ของค่าย THQ

ชื่อว่า Homefront เคียงข้างกับเกมอื่นๆ อย่าง Battlefield 3 (กำลังพัฒนา)
หรือ Crysis 2 (วางขายเมื่อวันที่ 22) แน่นอน
เพราะ THQ มีแคมเปญจน์โปรโมทเกมนี้ได้อย่างดีเยี่ยม บวกกับวิดีโอโฆษณาระบบ
มัลติเพลเยอร์ของเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจ
พร้อมทั้งเนื้อเรื่องในโหมดเล่นคนเดียวยังน่าสนใจ เพราะเป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการ
กู้อิสรภาพของสหรัฐอเมริกาจากการรุกราน ของสหภาพเกาหลี ทำให้ Homefront
นั้นเป็นเกมที่หลายคนคาดหวังไว้สูงเลยทีเดียว



เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องเริ่มต้นในอนาคตอันใกล้ เมื่อคิม จอง อึน ขึ้นปกครองเกาหลีเหนือ
และได้สร้างสัมพันธ์กับเกาหลีใต้จนรวมกันกลายเป็นสหพันธรัฐเกาหลีอันยิ่งใหญ่
ประกอบกับสภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างถึงที่สุดของสหรัฐอเมริกา

ทำให้ประเทศอ่อนแอในทุกๆ ด้าน ประชาชนเริ่มก่อจลาจลและศักยภาพทางทหาร
ได้ถดถอยลงไป และในปีค.ศ.2025 เกาหลีได้ส่งกระสวยอวกาศที่อ้างว่าจะนำสันติภาพ
มาสู่คนทั้งโลก แต่กลับกลายเป็นการยิง EMP เข้าใส่สหรัฐอเมริกาจนทำให้ไฟดับทั้งหมด

จนกลายเป็นเป้านิ่งให้ KPA หรือกองทัพสหพันธรัฐเกาหลียกทัพมาบุกยึด
ในหลายพื้นที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นอดีตนักบินนาวิกโยธิน Robert Jacobs ที่เข้าร่วมขบวนการ
ต่อต้านเกาหลีหรือ The Resistance ที่รวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อต่อสู้และทวงคืนพื้นที่

ที่พวกเค้าเรียกว่า “บ้าน” ซึ่งถูกเกาหลียึดไว้ พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนชาติเดียวกัน
ที่ถูกเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม Jacobs และพรรคพวกจึงต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลืออยู่
เพื่อนำอิสรภาพกลับมาสู่ ผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกาให้ได้




ฉากทั้งหมดในเกมจะเกิดขึ้นใน เมืองฝั่งตะวันตกของอเมริกา และสถานที่ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่
จะต้องต่อสู้กับกองทัพเกาหลีก็คือในสวนหลัง บ้าน ซุปเปอร์มาร์เก็ต สนามเบสบอล ฯลฯ
ซึ่งก็นับว่าเป็นการฉีกแนวเดิมๆ ที่เกม FPS สงครามส่วนใหญ่มักจะใช้สถานที่จำเจในการสร้างฉากต่อสู้ นี่คือจุดเด่นข้อหนึ่งของ Homefront

ที่ทำให้ชาวอเมริกันหลายคนอยากเล่นเกมนี้ เพราะพวกเขาอยากต่อสู้กองทัพ
ที่มารุกรานหลังบ้านของพวกเขาเอง ฉากบางฉากก็เป็นที่น่าจดจำ
โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ต่อสู้กันบนสะพานโกลเด้นเกทก็ดูสวยงามมากๆ
แต่การออกแบบฉากที่ดูจะมีอะไรให้ทำมากมายแบบนี้นั้นขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับ
แคมเปญจน์ที่มีเพียงเจ็ดฉากเท่านั้น





Graphics & Design
ผมขอรวมเอาการออกแบบในด้านต่างๆ มารวมกับด้านกราฟฟิคเลยก็แล้วกัน
Homefront ดูเหมือนจะมีจุดด้อยที่โดนนักเล่นเกมทั่วโลกตำหนินั่นก็คือเรื่องของกราฟฟิค
 ที่หลายคนบ่นว่ามันล้าหลังเหลือเกิน พื้นผิวนั่นดูหยาบๆ ไม่ละเอียดพอ

แสงเงาดูไม่มีชีวิตชีวามากเท่าที่ควร แสง flare ที่เกิดขึ้นในเกมก็เหมือนจะเป็น flare
ที่เกิดจากกล้องมากกว่าสายตาของคน บางทีก็ดูสวยงามสมจริง แต่บางครั้งก็รำคาญ
ในยามที่กำลังสู้รบกับศัตรูจำนวนมาก นอกจากนั้นการออกแบบท่าทางของตัวละคร

รูปแบบการสู้รบทางทหารก็ดูไม่สมจริงอย่างที่ควรจะเป็น และข้อด้อยที่สำคัญอีกอย่าง
คือระบบฟีสิกส์ที่แทบจะไม่มีอะไรเลย เวลาที่นึกอยากจะทำลายสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
ก็หาแทบจะไม่เจอว่าอะไรที่ทำลายได้บ้าง ทุกอย่างดูแข็งทื่อไปหมดจริงๆ


สรุป
โดยรวมแล้ว Homefront นั้นทะเยอทะยานมากเกินไปในการสร้างโมเมนต์ที่ดูน่าจดจำ
ให้เหมือนกับ Call of Duty, การปูทางของเนื้อเรื่องที่ต้องการจะสร้างภาคต่อ
 แต่ไม่มีอะไรให้น่าติดตามอีกต่อไป ฉากจบที่ดูห้วนๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีข้อดีเพียงไม่กี่อย่าง
 ที่พอจะจำได้แม่นก็คือระบบ Multiplayer นั่นเอง



ผู้อ่านหลายคนอาจคิดว่าผมเปนแฟนบอยของ Call of Duty
 มากเกินไปรึเปล่า ผมขอบอกว่าใช่ครับ แต่ผมไม่ได้ปิดใจกับเกมอื่นๆ เลย

ผมคาดหวังทุกครั้งเวลาเห็นเกมแนวนี้ออกมา และโปรโมทเนื้อเรื่องซะจนคิดว่ามันต้อง
เจ๋งแน่ๆ แต่พอออกมา ผมเลยอดไม่ได้ที่จะเอาเกมนี้ไปเทียบกับ Call of Duty

โดยตรง เพราะการมาของ Call of Duty นั้นเปรียบเสมือนมาตรฐานใหม่ในการ
สร้างเนื้อเรื่องที่น่าจดจำ และถ้าเกมใหม่ๆ ต้องการไปถึง ณ จุดๆ นั้น
แต่ไม่สามารถทำได้ การสู้รบครั้งนี้ก็แพ้โดยสิ้นเชิงให้กับมาตรฐานที่มีอยู่นะครับ

(Next Review : Shift 2)


โดย HandMadeCarguide

 

กลับไปที่ www.oknation.net