วันที่ เสาร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อธิการนิด้า ฟันธง รัฐบาลสมัยหน้ายังจับขั้ว ชี้การเมืองไทยยังไปไม่ถึงพรรคเดียว


อธิการนิด้า  ฟันธง รัฐบาลสมัยหน้ายังจับขั้ว

ชี้การเมืองไทยยังไปไม่ถึงพรรคเดียว


กระแสพรรคเดียวมาแรง ผลสำรวจนิด้าโพล ชี้ชาวบ้านร้อยละ 42.49 ยกมือขอรัฐบาลพรรคเดียว โดยชาวบ้านเทเสียงหนุนเพื่อไทยตั้งรัฐบาลร้อยละ 20.58 ขณะที่ร้อยละ 19.09 หนุนประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล ด้านอธิการนิด้า ชี้การเมืองไทย แป๊ก !! ไปไม่ถึงพรรคเดียว เหตุโดนรธน. 50 คุมกำเนิดพรรคเดียว ฟันธงการเมืองสมัยหน้าแข่งจับขั้วตั้งรัฐบาล ที่น่าสนใจมีเพียง 0.66% ที่คิดถึงคนดีมีคุณธรรม 


 


ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การเมืองสมัยหน้า” ระหว่างวันที่ 17- 18  มีนาคม 2554 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศจำนวน 1,205 หน่วยตัวอย่าง  ผลสำรวจชี้ประชาชนระบุอยากได้รัฐบาลพรรคเดียวในสมัยหน้าถึงร้อยละ 42.49  โดยประชาชนเทสียงหนุนเพื่อไทยตั้งรัฐบาลพรรคเดียวร้อยละ 20.58 ขณะที่ร้อยละ 19.09  หนุนตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์             

 ศ.ดร.สมบัติ  ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  ให้ความเห็นว่า   ผลสำรวจนิด้าโพลครั้งนี้สะท้อนความต้องการคนไทยที่อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวในการเมืองสมัยหน้า

 “เป็นความรู้สึกที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลเกิดเสถียรภาพ คำตอบนี้สะท้อนว่าคนไทยมีความรู้ทางการเมือง เข้าใจการเมืองไทยอย่างดี  แต่ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ยังไม่เอื้อให้การเมืองไทยตั้งพรรคเดียว และไม่เอื้อให้พรรคการเมืองแข่งขันเพียงสองพรรคเหมือนอเมริกา  เพราะคงไม่มีพรรคไหนที่ได้คะแนนเสียงเกินครึ่งมากๆจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้”   ดร.สมบัติ ให้แง่คิดว่ารัฐบาลที่ดีอาจไม่ไช่รัฐบาลพรรคเดียว แต่ควรมีระบบตรวจสอบรัฐบาลที่เข้มแข็ง ต่างหาก

 นิด้าโพลยังได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อเหตุผลในการจับขั้วทางการเมืองของพรรคการเมืองไทย พบว่า  ประชาชนเชื่อว่าการจับขั้วของพรรคการเมืองของไทย เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวนักการเมืองเองมากที่สุดถึงร้อยละ 48.38 รองลงมาเชื่อว่าเพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ร้อยละ 18.67   มีเพียงส่วนน้อยที่เชื่อว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และเพื่อเสถียรภาพของรัฐบาล 

 

ในประเด็นนี้ อธิการบดี นิด้า อธิบายว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจการเมืองเป็นอย่างดี พร้อมเสริมว่า การจับขั้วการเมืองไทยไม่เหมือนมาเลย์เซีย  “มาเลย์เซียมีการจับขั้วทางการเมืองถาวร เนื่องจากชาวมาเลยเซียมี 3 กลุ่มเชื้อชาติหลักๆ คือ ชาวมาเลย์เชื้อสายอินเดีย เชื้อสายจีน และเชื้อสายมาเลย์ ดังนั้นการจับขั้วทางการเมืองมุ่งเน้นเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นหลัก”

 ผลสำรวจนิด้าโพล ยังพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนต่อโอกาสที่พรรคการเมืองหน้าใหม่  จะได้ที่นั่งในสภาในการเลือกตั้งครั้งหน้า มีโอกาสน้อย  เหตุ ประชาชนไม่เชื่อมั่นพรรคการเมืองหน้าใหม่ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 45.39 คิดว่าโอกาสน้อยที่จะได้ที่นั่งในสภาในการเลือกตั้งครั้งหน้า และมีถึงร้อยละ 14.11 ที่คิดว่าไม่มีโอกาสเลย มีเพียงร้อยละ 7.97 ที่เห็นตรงกันข้าม คือพรรคการเมืองหน้าใหม่ๆ มีโอกาสสูง จะได้ที่นั่งแทรกในสภา   

 จากผลสำรวจนี้ อธิการบดี นิด้า มองในภาพรวมว่า โอกาสที่พรรคเล็กเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลมีความเป็นไปได้ แต่โอกาสสำหรับพรรคการเมืองหน้าใหม่ ๆ ที่จะได้ที่นั่ง มีโอกาสน้อยเพราะประชาชนยังไม่รู้จัก และยังไม่เชื่อมั่นนัก



นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น


นอกจากนี้ นิด้าโพล ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปมีคุณสมบัติเหมือนผู้นำระดับโลกคนใด มีความน่าสนใจว่า  คนไทยอยากให้เหมือนประธานาธิบดี บารัค โอบามาถึงร้อยละ  33.94  รองลงมาอยากให้เหมือนนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่นร้อยละ  21.74   ตามด้วยประธานาธิบดี หู จิ่น เทา  ประเทศจีน ร้อยละ 6.89 นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ประเทศเยอรมนี ร้อยละ 3.65  ประธานาธิบดี  ลี เมียง บัค   ประเทศเกาหลีใต้ ร้อยละ 3.3   ผู้นำประเทศสิงคโปร์รอยละ  1.74   ผู้นำในประเทศแถบเอเชียอื่นๆ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม  เป็นต้น  ร้อยละ1.34  

 ที่น่าสนใจคือมีประชาชนเพียงร้อยละ 0.66 บอกว่าพร้อมเลือกใครก็ได้ที่เป็นคนดี มีคุณธรรม แต่ก็มีประชาชนที่ตอบว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทยดีอยู่แล้วร้อยละ 1.33

 เป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนส่วนใหญ่เทคะแนนไปให้ผู้นำชาติที่พัฒนาแล้วและมีความก้าวหน้าอย่างผู้นำสหรัฐและญี่ปุ่นถึงกว่าร้อยละ 50  ชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากเป็นคนดีและมีคุณธรรมแล้ว ประชาชนยังต้องการผู้นำที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติมมากกว่านี้



อภิสิทธิ์-โอบามา

ขอบคุณภาพ : อินเตอร์เน็ต และมติชนออนไลน์  

โดย kwant

 

กลับไปที่ www.oknation.net