วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชายเลี้ยงวัวและเทพธิดาทอผ้า ฟ้า ดอกไม้ และดวงดาว




เมฆริ้วพลิ้วขาวกระจ่าง ลากเส้นกระจายเต็มท้องฟ้า

ตวัดคล้ายลายพู่กันจีน มุมโค้งฟ้าเส้นม้วนอ่อนไหว ลมพัดเรื่อยๆ

เย็นสบายใต้ต้นปีบใหญ่

เสียงเด็กผู้ชาย ขอร้องให้อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้กับน้าสาว


 นานมาแล้ว ชายคนหนึ่ง อาศัยอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้

         เขาขยันขันแข็งและเป็นคนดี

 แต่กระนั้นพี่สะใภ้ก็เกลียดชังเขามาก

 พี่สะใภ้ใช้ให้เลี้ยงวัว ใช้ให้เขาทำงานหนัก

 ให้กินอาหารอดๆอยากๆ


ฉันพักหายใจ

แหงนขึ้นบนท้องฟ้า อยู่ๆบนท้องฟ้าก็มีเส้นเมฆหนักๆ

ขีดขวางตรงกลาง คงไม่ใช่เส้นที่รังสรรค์มาจากธรรมชาติ

แต่คงมาจากยานพาหนะที่มีความเร็วสูง


         วันหนึ่ง ชายหนุ่มเล่าความทุกข์ให้พี่ชายฟัง 

         พี่สะใภ้โกรธคิดว่าเขาช่างฟ้อง จึงวางแผนกำจัด

 เขานำอาหารมาให้ชายหนุ่ม บังเอิญวัวเดินมาเตะจนชามคว่ำ

 เขาโมโหมาก แต่เมื่อหันไปเห็นหมากินอาหารที่ชามนั้น

 แล้วลงไปชักดิ้นทุรนทุราย สิ้นใจตาย ก็รู้ความจริงว่า

 พี่สะใภ้วางยาพิษคิดฆ่าตนนั้นเอง


ท้องฟ้า เปลี่ยนรูป เปลี่ยนแปลงทุกวัน

แต่บางอย่างในตัวตน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ลมพัดแรง ดอกปีบร่วงหล่นพื้นแม้ยังดอกตูม

ดอกเล็กๆ เก็บมาใส่แจกันไม่ได้

ปล่อยให้กระจายอยู่เต็มพื้นไม้กระดำกระด่าง ก็งดงามไปอีกแบบ

 

          ชายหนุ่ม เห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงขี่วัวหนีไป

          เมื่อมาถึงทะเลสาบสวยงามมากแห่งหนึ่ง

                  เห็นสาวน้อยเจ็ดคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
 
         วัวบอกเจ้านายให้แอบเอาเครื่องแต่งกายมาซ่อนชุดหนึ่ง

 เขาก็ทำตาม


ฉันวนเวียนคิดเรื่องท้องฟ้าและดอกไม้

ดอกไม้ร่วงจากฟ้ามานานเดือน

หรือฟ้าวันวานเปลี่ยนไป ให้ดอกไม้ไม่แน่ใจว่าฟ้ายังเป็นฟ้า


 สาวน้อยทั้งเจ็ดคือ เทพธิดาทอผ้าบนสวรรค์ 

           เมื่อเล่นน้ำจนได้เวลากลับ ก็ชวนกันแต่งตัว

           เหาะเหินสู่ฟ้าลับตาไป   เหลือเพียงเทพธิดาองค์ที่เจ็ด

           นั่งร้องไห้อยู่ตามลำพัง เพราะชุดของเธอหายไป


เส้นสี ลายฟ้าเปลี่ยน จิตใจยิ่งล่องลอย

ม่านน้ำตา มาบังม่านฟ้าในยามนี้ คำหนึ่งผุดมา

“รักอย่างไม่มีเงื่อนไข”


 ชายหนุ่มเลี้ยงวัวเกิดความสงสาร 

          จึงนำเสื้อผ้ามาคืนให้เทพธิดาทอผ้า

          เมื่อทั้งสองพบกัน ต่างมีใจรักใคร่

  และตกลงใจจะครองรัก และอยู่บนโลกด้วยกัน

  อย่างมีความสุข


ไม่มีเงื่อนไข

พยายามหาให้มากกว่าความรู้สึกที่ตื้นเขินของตัวเอง 

งัดเอาความรู้สึกที่แท้จริงออกมา

ดอกไม้ร่วงและโรยราน ดอกเก่าบานและเหี่ยว

ดอกใหม่เข้ามาแทนที่ แต่ฉันยังคงยึดติด ที่จะเป็นดอกไม้ดอกเดิม

ดอกไม้ที่ปรารถนาจะสนทนากับดวงดาว

             

 สามปีต่อมา....

           เจ้าแม่แห่งสวรรค์มีรับสั่งเด็ดขาด

           ให้เทพธิดาทอผ้ากลับสวรรค์ ทั้งสองต่างโศกเศร้าเสียใจ

   ที่ต้องพรากจากกัน 

   กาลต่อมาหลังจากที่ชายเลี้ยงวัวสิ้นชีวิต

   ก็ไปเกิดเป็นเทวดาและได้พบกับเทพธิดาทอผ้า

   แต่เจ้าแม่แห่งสวรรค์ไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกัน

  จึงขว้างปิ่นปักผมเนรมิตเป็นทางยาวสีขาวขวางกั้น

  พาดผ่านจากขอบฟ้าฟากหนึ่ง สู่ขอบฟ้าอีกฟากหนึ่ง

  ทางนั้นเรียกว่า “ทางช้างเผือก”


ถึงยามนี้ ...ฉันรู้สึกว่า

ฉันมิอาจอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งดอกไม้ของวันวาน

เพราะแม้แต่ดอกไม้สังเคราะห์ยังมีฝุ่นมาจับให้หม่นหมอง

ฉัน...ฉันแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้แห่งฤดูกาล

อาจจะถึงยามเบ่งบานแต่มิกล้าเบิกบาน

เพราะฤดูหนาวแทรกกลางฤดูร้อนฉับพลัน

ฉันอาจจะเป็นดอกกล้วยไม้ ดอกโมกข์ ดอกปีบ ดอกแพงพวย

กุหลาบ ดอกเรือง...แล้วแต่ดอกไม้ของวันนั้นจะบาน

 

        กาลเวลาผ่านไป...เจ้าแม่แห่งสวรรค์

        เกิดความสงสาร จึงอนุญาตให้ชายเลี้ยงวัวและเทพธิดาทอผ้า

พบกันปีละหนึ่งครั้ง ในค่ำคืนของ วันขึ้นเจ็ดค่ำ กลางเดือนเจ็ด

ตั้งแต่นั้นมาชายเลี้ยงวัวและเทพธิดาทอผ้า

ต่างเฝ้ารอคอยเวลา ที่จะข้ามทางช้างเผือกมาพบกันทุกปี


เบิกบาน เพื่อรอเพียงคืนวันแม้วันเดียว  เสี้ยวเวลาเดียวของปี

ฉันรู้ว่าคืนที่พบกันเราจะมิตัดพ้อต่อกัน

แต่เราจะถนอนวันแห่งวัน 

ฉันไม่เคยพบทางช้างเผือกบนปลายฟ้า แต่ใช่ว่าทางช้างเผือกจะไม่มี

...


“ขออีกรอบได้ไหมครับ...”

เสียงเด็กผู้ชายร้องขอให้อ่านหนังสือเรื่องเดิมอีกรอบ


“ได้สิ คราวนี้จะตั้งใจอ่านเลย”  ฉันบอกพร้อมรอยยิ้ม


“แล้วเมื่อกี้ ไม่ได้ตั้งใจอ่านเหรอ....”


                                       ...




 

 

 

 

โดย ภูพานลานดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net