วันที่ จันทร์ มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.... เขื่อนเมืองกาญจน์ร้าว!!! เรื่องจริง หรือ เรื่องเท็จ ? เร่งตรวจสอบ ก่อนจะสายเกินแก้ ....



(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

....  เขื่อนเมืองกาญจน์ร้าว!!!  เรื่องจริง หรือ เรื่องเท็จ ? เร่งตรวจสอบ ก่อนจะสายเกินแก้ ....

อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมา เป็นอุบัติเหตุใหญ่ ซึ่งส่งผลอย่างกว้างไกลถึงความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพของประชาชนญี่ปุ่น และ ประเทศข้างเคียง
บริษัท TEPCO ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ประกาศว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ได้รับการออกแบบ ให้สามารถทนทานต่อแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดได้
แต่สิ่งที่เราพบก็คือ แผ่นดินไหวระดับ 9.0 ริคเตอร์ และสึนามิ ซึ่งมีความสูงกว่าสิบเมตร ที่กระหน่ำตามมา ทำให้ความเขื่อมั่นใน “ความปลอดภัย” ของโรงไฟฟ้า ดังเช่นที่ TEPCO เคยยืนยัน เริ่มสั่นคลอน


ภาพจากเวบไซต์ของกฟผ.

หันกลับมาดู เขื่อนผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยดูบ้าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทย ประกาศอยู่เสมอ รับรองความปลอดภัยของตัวเขื่อน
ล่าสุดภายหลังการเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ขนาด 6.7 ริกเตอร์ เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 24 มี.ค. ก็เริ่มมีความเห็น และประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขื่อนกลับมาอีกครั้ง ลองติดตามดูกันนะครับ

มติชน รายงาน เมื่อ 25 มีค. 13:17
“....ว่าด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้ตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวที่ติดตั้งในทุกเขื่อนทันที พบว่าเขื่อนทั้งหมดไม่ได้รับแรงสั่นสะเทือน ไม่กระทบต่อความมั่นคงของทุกเขื่อน โดยมีจุดศูนย์กลางห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนภูมิพล ทำให้ความแรงที่ส่งมาไม่ถึงตัวเขื่อน เนื่องจากฐานรากอยู่บนหิน.....”



ขณะที่ ผู้อยู่อาศัยในบริเวณเขื่อน ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากเกิดอุบัติเหตุใดขึ้นกับเขื่อน แถลงว่า
(จาก กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 27 มีนาคม 2554 18:33)
“...จากเหตุธรณีไหวใน ประเทศพม่า และมีกระแสข่าวเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) เกิดความผิดปกติ 1 แห่ง ต่อมาเกิดข่าวลือแพร่สะพัดอย่างกว้างขว้าง ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. นายผสันต์ ธัมปราชญ์ ประธานคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานเขต 9 (คพข.9) จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการวิตกของประชาชนต่อกรณีข่าวลือเขื่อนแตก ว่า ทางคณะกรรมการผู้ใช้ใช้พลังงานเขต 9 (คพข.9) จังหวัดกาญจนบุรี ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว ได้ส่งเรื่องนี้ให้แก่ทางเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อให้หาวิธีในการทำชี้แจง และให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและชุมชนที่อยู่ พื้นที่รอบโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่..”



ผมลองเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในเวบไซต์ของกฟผ. พบว่าก่อนหน้านี้  (ข้อมูลของกฟผ.)
“... เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๔  นายรัมย์ เหราบัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา (อบย.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยเขื่อน นำคณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ กฟผ. ด้านโยธา เครื่องกล และไฟฟ้า  เข้าดำเนินการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์และความ พร้อมใช้งานของอุปกรณ์ทุกประเภท ประกอบด้วย การตรวจตัวเขื่อน ไหล่เขื่อน ลาดเขื่อน  ตีนเขื่อน  อุโมงค์ตรวจสอบ  อาคารระบายน้ำ อาคารท้ายน้ำ อ่างเก็บน้ำ และสภาพทางธรณีวิทยา รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องกล อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ..... “ สำหรับการตรวจสอบเขื่อนครั้งนี้  ได้มีคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต (คพข.) ๙ จาก ๔ จังหวัด  คือ กาญจนบุรี นครปฐม  สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร ร่วมสังเกตการณ์ และติดตามข้อมูล เพื่อวางแผนบริหารจัดการเขื่อนและหารือถึงการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับ กฟผ.  อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเผยแพร่ข้อเท็จจริงไปยังสาธารณชนให้คลายความ วิตกกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน อีกด้วย”  นายรัมย์ เหราบัตย์  กล่าวในที่สุด ....”


ภาพจากเวบไซต์กฟผ.


ความเห็นบลอกเกอร์
จากข้อมูลข่าวสารต่างๆข้างต้น ผมมีประเด็น ที่อยากเสนอต่อสื่อ และผู้เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยของประชาชน เห็นประเด็นต่อไปนี้
ก).อุบัติเหตุ มักเกิดขึ้นในยามที่เราเบาใจว่ามันจะไม่เกิดเสมอ
ข). ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีนั้นดีอยู่ แต่ผู้เกี่ยวข้องพึงเข้าใจ ว่า หลายครั้ง อาจจะมีกรณีที่เกินความคาดการณ์ของมนุษย์เกิดขึ้น ดังเช่นที่ประสบในกรณีอุบัติเหตุ โรงไฟฟ้าฟุกุชิมา ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริคเตอร์ และ สึนามิสูงนับสิบเมตร นั่นคือที่มาของอุบัติเหตุ
ค.  การตรวจสอบเขื่อน ของกฟผ. ที่บอกว่าถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามมาตรฐานสากลนั้น อ้างอิงมาตรฐานอะไร และผลการตรวจสอบทางวิชาการ มีการเปิดเผยแก่สาธารณะอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้หรือไม่
ง. การตรวจสอบความปลอดภัยของเขื่อน โดยประธานคณะกรรมการฯเป็นคนของกฟผ. และ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เป็นคนของกฟผ. นั้น เป็นวิธีการที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้จริงหรือไม่ มันไม่เป็นกรณี “ขัดแย้งผลประโยชน์” หรือ เพราะย่อมมีโอกาส ที่กฟผ. ไม่อยากจะเปิดเผยข้อเท็จจริงบางประการ ที่ไม่เป็นประโยชน์กับตน แม้ข้อมูลนั้น อาจมีผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ดังนั้น การตรวจสอบความปลอดภัย จึงพึงต้องมีบุคคลภายนอกซึ่งได้รับการยอมรับเชื่อถือ และเป็นบุคลที่สามเป็นประธาน กับทั้งมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมด้วย ในสัดส่วนที่เหมาะสม
จ. หากดูจากรูป “การตรวจสอบ” ที่นำมาแสดงในเวบไซต์ของ กฟผ. แล้ว ทำให้เชื่อว่า เป็นการตรวจสอบ “ภายนอก” ด้วยสายตา ไม่มีการตรวจสอบ ทดสอบ โครงสร้าง ความแข็งแกร่ง ทางวิศวกรรม กฟผ.คงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงประเด็นนี้ ว่าการตรวจสอบ ตรวจสอบความแข็งแร็งเชิงโครงสร้างวิศวกรรม หรือ เพียงมองด้วยสายตา
ฉ. การตรวจสอบด้วยสายตา อาจจะมีความจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ และหลายครั้ง เมื่อพบ “ความผิดปรกติ” ด้วยสายตา มันอาจจะสายเกินไป ที่จะหยุดยั้งความเสียหาย

โดย ประยูร

 

กลับไปที่ www.oknation.net