วันที่ อังคาร มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

In London ตอนที่ 6: SOHO แกะรอยคน Left field และหาเพลงฟัง


จุดหมายลำดับต้นสำหรับผู้มาเยือนลอนดอนจำนวนมาก มักเป็นสถานที่โด่งดังเป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกคุ้นตา ถ้าเปรียบอาคารสถาปัตยกรรมเหล่านั้นเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองทางด้านวัตถุ   Soho น่าจะเป็นตัวแทนวิถีชีวิตของผู้คนที่ทิ้งความสามารถทางสติปัญญาไว้ให้โลก

££

โซโห เป็นที่เดินเตร็ดเตร่ของคนลอนดอนโดยไม่ต้องหาเหตุผลเสมอมา เรื่องของ ‘คน’ ที่เคยเดินเตร่อยู่ในโซโหจึงมีเล่ากันมาไม่รู้จบ

Soho ที่เดี๋ยวนี้เป็นหนึ่งในย่านทันสมัยจอแจแถว West End กลางกรุงลอนดอนนั้นเป็นโซโหแรกของโลก

ย้อนหลังไปสมัย Henry VIII เดิมทีโซโหเป็นท้องทุ่งกว้าง จนกระทั่ง พ.ศ.2079 คิงเฮนรี่ดิเอธจึงรวมฟาร์มกลางกรุงนี้เข้าเป็นส่วนของ Palace of Whitehall เอาไว้เป็นสวนและ hunting ground สำหรับใช้ล่าสัตว์

ลักษณะท้องทุ่งของโซโหตอนนั้น ปรากฏหลักฐานให้เห็นในวันนี้สองอย่าง คือ ขนาดของถนนหนทางที่แคบ เพราะถนนดั้งเดิมเกิดก่อนการสร้างรถยนต์จึงแค่กว้างพอสำหรับรถม้าและรถม้ารับจ้าง Hansom Cab (Cabriolet รถม้า รากศัพท์ที่เรียกรถแท็กซี่ว่า แค้บ) ปัจจุบันถนนส่วนใหญ่ในโซโหจึงให้รถวิ่งทางเดียว ถนนที่กว้างอย่าง Berwick Street และ Broad Street เดิมเป็นตลาดและลานจอดรถม้า

หลักฐานสำคัญอีกอย่างก็อยู่บนชื่อ Soho เพราะ Soho คือเสียงที่กู่ร้องกันในการล่ากระต่าย1 ทำนองเดียวกับเวลาล่าหมาจิ้งจอกจะร้องกันว่า Tally Ho เพื่อกระตุ้นพวกฮาวนด์ด้อก (Hounds)

ส่วน SoHo นิวยอร์คแม้จะมาจาก South of Houston แต่หลายแหล่งข้อมูลเชื่อว่าบุคลิกและความขลังของ Soho, London เป็นแรงบันดาลใจให้ย่อ South of Houston เหลือเพียง SoHo เมื่อปี พ.ศ.2511 นี่เอง

โซโหที่ลอนดอน มีก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเมื่อสำนักงานทรัพย์สิน (The Crown Estate) เอาที่ในบริเวณโซโหออกมาให้เช่าในราว พ.ศ. 2203 ผู้ที่ได้รับช่วงเช่ากันมาล้วนเป็นขุนนางระดับสูงอย่าง Earl of Portland มาสู่รุ่น Earl of Leicester ที่ทิ้งชื่อไว้เป็นชื่อถนนและสถานที่ในโซโหทั้งสิ้น

££

การพัฒนาที่ดินของโซโหตอนนั้นมีจุดหมายให้เป็นที่เก๋ ทันสมัยสำหรับชนชั้นสูงทั้งผู้ดีและคนรวย อย่างละแวกใกล้เคียงคือ Bloomsbury, Marylebone และ Mayfair อาคารตึกรามที่สร้างไว้จึงงดงาม แต่ด้วยหลายปัจจัย โซโหกลับไม่เป็นไปดั่งที่คิด การมีตลาดอยู่ในพื้นที่แบบเดียวกับตลาดผักและดอกไม้ที่คัฟเว่นท์การ์เด้น และการอพยพเข้ามาปักหลักของผู้ใช้แรงงานต่างชาติ ทำให้โซโหดูด้อยราคาลงทุกที

ยุคที่โซโหกลายเป็นแหล่งรวมคนจากยุโรป ผู้คนพลัดถิ่นเหล่านั้นเข้ามาด้วยเหตุจำเป็นต่างๆ  สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจจึงเป็นที่ให้พักพิงในยามอ่อนล้าได้ดีที่สุด โบสถ์ต่างนิกาย ต่างชนชาติจึงปรากฏเด่นชัดอยู่กลางโซโห

St Anne’s Church สร้างขึ้นมาก่อนใครในราว พ.ศ. 2220 สันนิษฐานว่าเป็นงานของ Sir Christopher Wren และหรือ William Talman ร่วมกัน  เซอร์คริสโตเฟอร์ เร็น นั้นเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและสร้างสถานที่สำคัญไปทั่วลอนดอน ทั้งโบสถ์และวิหารกว่า 50 แห่ง รวม St Paul’s Cathedral ตอนที่เสียชีวิตไปนั้น มีคำไว้อาลัยเป็นภาษาละตินว่า

LECTOR, SI MONUMENTUM REQUIRIS, CIRCUMSPICE.   

...ท่านทั้งหลาย ถ้าอยากเห็นอนุสรณ์สถานของเซอร์คริสโตเฟอร์ เร็น ก็จงหันไปมองรอบตัว...

££

££

ความงดงามของ St Anne’s Church ถูกทำลายเกือบหมดสิ้นในคืนวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2483 ช่วง The Blitz ที่เยอรมนีถล่มลอนดอน ส่วนที่เหลือถูกทิ้งร้างไปนาน กว่าจะฟื้นฟูสร้างใหม่ก็ พ.ศ. 2533 ให้สง่างามอยู่กลางโซโห

££

££

St Patrick’s Church เป็นอีกโบสถ์เก่าอยู่กลาง Soho Square ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หาโบสถ์ของไอริชได้ทุกที่ เพราะคนไอริชนั้นไปเสียทั่วโลก พอพวกอิทาเลี่ยนที่ส่วนมากมีแค่รองเท้าและเสื้อผ้าติดตัวมาถึงโซโห ก็มาอาศัยพึ่งพิงโบสถ์นี้ด้วย นานเข้าก็กลายเป็นนานาชาติ มีพิธีการทั้งภาษาสเปน โปรตุกีซ และจีนกวางตุ้ง

££

££

££

ส่วน Notre Dame de France มีที่มาที่จับใจ จากจิตใจเอื้อเฟื้อของ Cardinal Wiseman ราชาคณะของเวสมินสเตอร์ตอนนั้น ว่าพวกคาทอลิกจากอิตาลี โปแลนด์ เยอรมนี โดยเฉพาะชนชั้นแรงงานจากฝรั่งเศส จะขาดที่พึ่งทางจิตใจ จึงขอแรงพวก Marists นิกายที่ถือกำเนิดในฝรั่งเศสมาสร้างศาสนสถานให้คนไกลบ้านเหล่านี้

££

ในปัจจุบัน เมื่อหลุดจากความวุ่นวายในบริเวณรอบนอกเข้าไปใน Notre Dame de France จะเหมือนก้าวข้ามเวลาไปเป็นร้อยปี และสามารถสัมผัสความอบอุ่นที่ดูปนเศร้าของสถานที่ได้ทันที

££

ตึกเก่าแก่อีกแห่งคือ Hospital for Women โรงพยาบาลแห่งแรกเฉพาะผู้ป่วยสตรีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19

กลางศตวรรษที่ 18 พวกผู้ดีต่างก็ย้ายออกไปจาก Soho Square อีกร้อยปีต่อมาเมื่อครอบครัวตระกูลเก่าทั้งหลายออกไปหมด ก็ถึงคราวโรงละคร และ Music Hall รวมทั้งโสเภณีย้ายเข้ามาแทน เมื่อขึ้นศตวรรษที่ 20 คนต่างชนชั้นและพื้นเพอพยพเข้ามา เกิดร้านอาหารนานาชาติยุโรปพร้อมกับ Pubs ของพวก Publicans อังกฤษ

££

ในยุคที่ดูเหมือนเสื่อมถอยของโซโหนั้น กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการสมาคมในหมู่คนประเภท Left field ที่สมองคิดได้ต่างขั้วจากคนปกติทั่วไป และมีพรสวรรค์ชั้นเลิศในแต่ละสายทางของตนเอง เปลี่ยนโฉมโซโหเข้าสู่ยุครุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ทั้งด้านวรรณกรรมและเสียงเพลง โซโหจึงกลายเป็นแหล่งชุมนุมของนักเขียน นักดนตรี ที่มาใช้ชีวิต-กิน-ดื่ม-เสวนาอ่าน-เขียนกัน

กระทั่งคนเก๋ Suave อย่าง Dorian Gray ยังถูก Oscar Wilde กำกับให้มาร้านอาหารอิทาเลี่ยน บน Rupert Street, Soho

ถนนแรกที่คลาคล่ำไปด้วยความทรงจำจากประวัติศาสตร์ แทบจะทุกระยะก้าวคือ Dean Street

ครั้งหนึ่ง Mozart คีตกวีของโลก ได้มาพำนักและเปิดการแสดงที่นี่

Admiral Nelson มาพักอยู่ที่ดีนสตรีทคืนก่อนที่จะออกเดินทางไปรบศึก Battle of Trafalgar เพราะโซโหอยู่ไม่ไกลจากกองบัญชาการทหารเรือ (Admiralty) เล่ากันว่าลอร์ดเนลสัน ยังไปเตร่เดินดูหีบศพจากร้านแถวนั้นและเลือกเอาไว้เผื่อว่าการรบไม่เป็นไปตามแผนด้วย

Charles Dickens ก็เป็นอีกคนที่คลุกคลีอยู่ในสังคมโซโห เริ่มจากเป็นนักแสดงที่โรงละครบนถนนนี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นนักประพันธ์โด่งดัง George Cruikshank ผู้วาดลายเส้นประกอบงานเขียนของดิ้กคิ่นส์ในช่วงต้นๆ ก็พักอยู่ตรงนี้

Karl Marx ย้ายมาอยู่ลอนดอนตั้งแต่ พ.ศ.2392 จนวาระสุดท้ายของชีวิต ช่วงที่พำนักอยู่แฟลตชั้นบนของเลขที่ 28 ดีนสตรีท (พ.ศ. 2394-2399) ที่ไม่มีทั้งน้ำร้อนและห้องสุขา เดินไป British Library ทุกวันเพื่อเตรียมข้อมูลเขียน Das Kapital ตอนนั้นมาร์กซจนมาก ลูกเล็กทั้งสามคนเสียก็ชีวิตที่บ้านนี้จากการป่วยเจ็บและขาดอาหาร

££

££

Friedrich Engels ที่ทำงานร่วมกับมาร์กซก็เช่าห้องอยู่ตรงนี้ด้วย

พอช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 General Charles De Gaulle ข้ามมาลี้ภัยที่ลอนดอน พร้อมกับเตรียมการก่อตั้ง Free French Forces เพื่อต่อต้าน The Axis (Germany, Italy and Japan) คำปราศัยของ De Gaulle ต่อประชาชนฝรั่งเศส À tous les Français กล่าวกันว่าเขียนขึ้นที่ The French House ผับที่ต้นถนนดีนสตรีท

££

££

££

££

The French House มีขาประจำเป็นนักประพันธ์โด่งดังทั้งสิ้น ตั้งแต่ Francis Bacon, Daniel Farson, Lucian Freud, Augustus John, Malcolm Lowry, Michael "Atters" Attree และ John Mortimer ส่วน Brendan Behan มานั่งเขียน Play เรื่องแรก The Quare Fellow2 จนเกือบจบ และที่เล่ากันไม่เลิก คือ Dylan Thomas ลืมต้นฉบับหนังสือไว้ใต้เก้าอี้

££

££

ดีนสตรีทในยุคหลังเป็นแหล่งของบริษัทโฆษณา และการตัดต่อภาพยนตร์ ในโซโหเองมีศูนย์กลางการผลิตสื่อเพื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่เรียกว่า Sohonet ที่เชื่อมคนในวงการทั้งโลกผ่าน Fiber optic cable & satellite links

££

ร้านเก่าแก่ของโซโหที่สะท้อนหลากวัฒนธรรมในยุโรปยังมีอีกมาก อย่าง Bar Italia ที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2488 หรือ Algerian Coffee Stores3 ร้านกาแฟที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2430 ไม่หวือหวา ไม่มีที่นั่ง แต่คนต่อแถวไปจนหัวถนนเพื่อกาแฟแท้ๆ กันทุกวัน

££

££

Great Marlborough Street ถูกนำชื่อไปตั้งเป็นตราบุหรี่ของ Philip Morris ที่มาตั้งโรงงานและเริ่มผลิตบุหรี่มาร์ลโบโรห์เป็นครั้งแรกบนถนนนี้เอง

££

John Snow แพทย์ผู้ริเริ่มใช้ยาสลบในการทำคลอดถวายควีนวิคทอเรีย ก็พบสาเหตุของอหิวาตกโรค (Cholera) ที่คร่าชีวิตคนจำนวนมาก จากการดื่มน้ำที่ปั้มบนถนน Broad Street จึงขอให้ทางการหักคันโยกทิ้ง มีปั้มทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังดูใกล้ๆ ผับที่อยู่มาตั้งแต่ตอนโรคระบาด พ.ศ. 2397 ภายหลังมาเปลี่ยนชื่อเป็นที่ระลึกแก่ Snow

££

££

เรื่องของโซโหคงไม่สมบูรณ์ถ้าไม่เอ่ยเรื่องเพลง ทั้งที่คนมักจะถามถึง Sex Industry ที่เคยขึ้นชื่อในโซโหมากว่า 200 ปี วันนี้โซโหก็ยังเป็นแหล่ง Licensed Sex Shop ถึงไม่ค่อยมากเท่าเดิม แต่ก็หาได้ไม่ยาก

££

ตำนานเพลงในโซโหต้องเริ่มที่ Marquee Club และ 2i’s

Marquee Club แรกเริ่มอยู่ 90 Wardour Street เป็นที่ซึ่ง The Rolling Stones เปิดการแสดงครั้งแรกใน พ.ศ. 2505 โดยหนึ่งปีก่อนหน้านั้นไปเล่นในงาน National Jazz Festival, Richmond ที่เจ้าของมาร์คีคลับเป็นผู้จัด

คนที่มาเล่นที่มาร์คีคลับก็เป็นนักดนตรีรุ่นบุกเบิกยุค 6os ทั้งหลาย ที่พักกันอยู่ในโซโหนั่นแหละ อาทิเช่น Eric Clapton, Brian Jones, Alexis Korner, Cyril Davies, Chris Barber, The Yardbirds, Led Zeppelin, King Crimson, Yes, Jethro Tull, The Jimi Hendrix Experience & Pink Floyd และ Sex Pistols ซึ่งอัดเพลงชุดแรกที่นี่

ส่วน Pete Townshend แห่ง The Who นั้น เล่นจบเพลงแล้วเหวี่ยงกีต้าร์ขึ้น โดยลืมไปว่าเพดานของมาร์คีคลับเตี้ย คอกีต้าร์จึงหักคา เลยแก้เซ็งและแก้เขินด้วยการดึงลงมาทุบทิ้ง สมัยนั้นกีต้าร์ก็ยืมจากร้านแถวนั้นมาก่อน Townshend ทุบไปหลายตัวจึงไม่เหลือเครดิตแล้ว ตอนหลังต้องฝากเพื่อนยืมแทน Townshend จึงใช้กีต้าร์หลายแบบ ... แล้วแต่จะหาได้

££

2i’s นั้นแปรสภาพจากร้านกาแฟธรรมดาที่คนโหรงเหรงเป็น live music bar เมื่อ Wally Whyton & the Vipers แวะมานั่ง แล้วเล่นไปสองสามเพลง คนเกิดติดใจ Whyton ก็เลยได้อยู่ใต้ถุนร้าน เล่นดนตรีแลกเหล้ากับข้าวกินอย่างที่ทำกันสมัยนั้น จนคนติดแล้วถึงเริ่มได้ค่าแรงนิดหน่อย คนที่เล่นที่ 2i’s มาจาก Skiffle อย่าง Chas McDevitt และ Nancy Whiskey และ Cliff Richard & The Shadows, Adam Faith สู่ยุคกีต้าร์ของ Albert Lee และ Ritchie Blackmore ที่ไปเป็น Deep Purple and Rainbow

££

££

สำหรับวงการแจส ต้องรู้จัก Ronnie Scott’s ที่ซึ่ง Jimi Hendrix เล่นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต Jazz Club แห่งนี้ Ronnie Scott และ Pete King ตั้งมาเมื่อ พ.ศ. 2502 มี British Jazz musicians และอเมริกันที่ทั้งมาเล่นและฟัง ตั้งแต่รุ่น Johnny Griffin, Lee Konitz, Sonny Rollins, Sonny Stitt, Tubby Hayes, Dick Morrissey, Ernest Ranglin, George Melly, John Chilton จนถึง Jeff Beck จังหวะดีอาจจะกระทบไหล่ Quincy Jones ได้อีก

££

Jazz Club at Pizza Express เป็นอีกแห่งที่เล่นกันใต้ถุนของร้านพิซซ่าอยู่ทุกคืน

เมื่อสภาพแวดล้อมเป็นกลิ่นอายแบบนี้ ชื่อโซโหจึงอยู่ในใจของคนผลิตงานสร้างสรรค์ ... ใน ‘หลายเรื่อง’ และ ‘หลายเพลง’

หนึ่งเพลงที่ดึงความรู้สึกเข้าใกล้กับการต่อสู้และอยู่รอด ของชีวิตที่ผ่านมา แล้วออกไปในโซโหอย่างได้อารมณ์ คือ Soho Square4 ของ Kirsty MacColl ผู้ล่วงลับ

An empty bench in Soho Square

If you’d have come you’d have found me there…

One day you’ll be waiting there, no empty bench in Soho Square.

………………

££

สักวันหนึ่ง ถ้ามีโอกาส ลองหาที่ว่างๆ กลางโซโหสแควร์

นั่งหลับตานึกภาพย้อนเวลาถึงหลายชีวิต

ที่เคยโลดแล่นอยู่แถวนี้...

ที่เหมือนเพิ่งลุกเดินจากไปไม่นาน...

ก็จะเห็นเสน่ห์ของลอนดอน อย่างที่คนลอนดอนหลงใหล

………….…….

References:

(1)British History Online: Digital Library 

(2) Quare เป็น Hiberno-English คือสำเนียงอังกฤษแบบหนึ่งที่คนไอริชใช้พูด ออกเสียงแบบ queer ที่แปลว่า strange, unusual (แปลก, ไม่ปกติ) ในเรื่องนี้ คำนี้ยังปลอดจากการตีความหมายว่า homosexuality อย่างปัจจุบัน แต่ใช้คำกล่าวอ้างกล่าวถึงเกย์ที่มีอยู่หนึ่งคนว่า The Other Fellow

 (3) Algerian Coffee Store 1887

(4) Kirsty MacColl: Soho Square

££

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net