วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Iceland - เล่าเรื่องหนาว ๆ เมื่อคราวไปไอซ์แลนด์


เล่าเรื่องหนาว ๆ เมื่อคราวไปไอซ์แลนด์

ในช่วงอากาศหนาว เพื่อระลึกถึงความหนาว เลยเอาภาพและเล่าเรื่องความหนาวเมื่อคราวหลังมาเล่าให้ฟัง เคยไปเยือนดินแดนแห่งความหนาว “ICELAND” แปลตามตัวก็ต้องบอกว่า ดินแดนแห่งน้ำแข็ง ส่วนจะจริงหรือไม่จริงจะเล่าให้ฟัง พอเป็นสังเขปนะครับ ด้วยประสบการณ์ที่เคยไปใช้ชีวิตในช่วงสั้น ๆ ที่ประเทศไอซ์แลนด์  อยู่ระหว่างช่วงอากาศหนาว จึงอยากเก็บความหนาวมาเล่าให้ฟังในช่วงที่ประเทศไทยกำลังรับลมหนาว ที่เป็นหนาวหลงฤดูในช่วงที่น่าจะร้อนตับแตก สำหรับภัยธรรมชาติคงปรากฏไปทั่ว เช่น แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น พม่า ในประเทศไทยนอกเหนือจากลมหนาวแล้ว น้ำท่วม ที่ก่อนหน้านี้ก็ท่วมกันทั่วหน้าทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน พอมาตอนนี้ภาคใต้ ก็ประสบกับน้ำท่วมในช่วงฝนหลงฤดูด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้เหตุการณ์เหล่านี้คนไทยจะต้องช่วยเหลือกันให้ผ่านไป  ก็ขอเอาใจช่วยพี่ไทยน้องไทยให้ผ่านวิกฤติไปด้วยดี

วกเข้าเรื่องที่อยากเล่า รับลมหนาวในช่วงหน้าร้อนก่อนเมษายน

Iceland ดินแดนที่มีภูเขาไฟ น้ำพุร้อน และหิมะพันปี  เพราะเพิ่งระเบิดเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ยุโรปกลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะหลายวัน ส่งผลต่อการบินทั่วโลก เพราะสายการบินจากทั่วโลกไม่สามารถบินเข้ายุโรปได้  ทำให้ไอซ์แลนด์เป็นที่รู้จักของทั่วโลก เข้าทำนองประเทศเล็กแต่ก่อปัญหาใหญ่ด้วยฝุ่นละอองและเศษลาวาในอากาศ ทำให้มีผลต่อทัศนะวิสัยของนักบิน

ผลคือหยุดการบินจากทั่วโลกที่จะเข้ายุโรป

สำหรับสถานที่แนะนำในไอซ์แลนด์ตอนแรกคือ โจกุลซาลอน Jökulsárlón ซึ่งเป็นจุดที่จะเรียกว่าหิมะพันปี  และเมื่อฤดูร้อนก็จะละลายกลายเป็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ ไหลลงทะเลไป เหมือนกับว่าถ้าใครไปไอซ์แลนด์แล้วต้องไปยังบริเวณนี้  ถ้าใครเคยดูหนัง เจอบอนส์ 007 ในภาค Die Another Day (พ.ศ.๒๕๔๕) ที่พระเอกเพียร์ซ บรอสแนน ขี่รถหนีการไล่ล่าของเหล่าร้ายตามท้องเรื่อง มีฉากหลังและพื้นเป็นหิมะและน้ำแข็ง   ถ้ามองจากมุมล่างก็จะเห็นภูเขาสีขาวที่ปลุกคลุมด้วยหิมะแม้กระทั่งฤดูร้อนก็ตาม นั่นแหละคือสิ่งที่กำลังเล่าให้ฟังอยู่นี่แหละจ๊ะ

โจกุนซาลอนที่ในรูปนี้จะเป็นจุดสำหรับเล่นสกีในหนาว และล่องเรือชมธารน้ำแข็งในช่วงฤดูน้ำแข็งละลาย

โจกุลซาลอน (Jökulsárlón) เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะสาปธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ถ้าภาษาชาวบ้านก็ต้องเรียกว่า “สถานที่มีชื่อ” อยู่ทางด้านทิศใต้ตรงปลายทางของธารน้ำแข็งพันปี “วัทนาโจกุล” (glacier Vatnajökull) อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ที่ชื่อว่าสเกฟตาลเฟลล์ (Skeftalfell National Park) และเมืองฮอฟน์ (Höfn) เมืองของชาวประมง ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ   โจกุลซาลอน ปรากฏเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วง ค.ศ.1934-1935  และค่อย ๆ ขยายตัวเพิ่มพื้นที่ขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏว่าในปี 1975 มีพื้นที่ 7.9 ตารางกิโลเมตร เมื่อธารน้ำแข็งละลายมากขึ้น มากขึ้น ๆ ในทุก ๆ ปี ในปัจจุบันมีกินพื้นที่กว้างถึง  18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำถึง 200 เมตร คำนวนง่าย ๆ เอาฝรั่งตัวสูง 2 เมตรมายืนต่อกันให้ได้ 100 คน จะได้ความลึกของทะเลสาปแห่งนี้ คำนวนง่ายกว่านั้นหน่อย ก็เทียบเอาว่าสูงกว่าครึ่งหนึ่งของตึกใบหยกตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย (สูง 327 เมตร) โจกุนซาลอนจึงได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาปที่ลึกเป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์  รองก็แต่ öskjuvatn ซึ่งเป็นทะเลสาปที่อยู่ตรงปากปล่องภูเขาอาซค์จ้า (Askja) ออกเสียงตามภาษาไทยง่าย ๆ ผู้ชำนาญภาษาก็ออกเสียงกันตามชอบใจ ซึ่งไอ้ทะเลสาปนี้กว้างไม่มากเพราะอยู่ในปากกล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วมีน้ำอยู่ แต่ลึกหน่อยคือ 220 เมตร  เพราะอยู่สูงจึงได้ชื่อว่าลึกที่สุดในประเทศว่างั้นเถอะ


  (ทะเลสาป โจกุลซาลอน และน้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ ที่ละลายลงจากภูเขาลงมา)

            นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นี่จะเห็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ ที่ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบน และไหลลงสู่ทะเล บางครั้งอาจเห็นนกทะเลสีดำที่ริมฝั่งทะเลตรงปลายเชื่อมระหว่างทะเลกับโจกุลซาลอน ที่มีชื่อเรียกว่า Skúas และสีขาวตระกูลนกนางนวล ที่เรียกว่า big   seagulls  บางครั้งอาจจะได้เห็นสิงห์โตทะเล ที่ดำผุดดำว่ายทวนน้ำบางตามน้ำบ้าง หาจับปลาที่ว่ายทวนน้ำ ก็เป็นบรรยากาศเย็นแบบได้ใจในช่องฟิตตู้เย็นเมืองไทยเรา ก็เย็นไปอีกแบบ

การเดินทางถ้าเป็นรถยนต์ ก็ไปตามทางหลวงหมายเลข  1 ซึ่งโจกุลซารอน อยู่ไม่ไกลจากถนนวงแหวน ที่วิ่งทอดเป็นสายยาวรอบเกาะไอซ์แลนด์ วิธีการเดินทางไปที่ โจกุลซาลอนอาจไปได้หลายวิธี เช่น รถยนต์ส่วนตัว หรือการนั่งรถรถบัสประจำทางจากเรกยาวิก (เมืองหลวง) มาลงที่เมืองฮอฟน์ แล้วหารถเช่าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ หรือนั่งเครื่องก็มาลงที่เมืองฮอฟน์ก็ได้เช่นกัน  


          สำหรับพวกเราในการเดินทางครั้งนี้ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว วิ่งไปตามถนน หมายเลข 1  ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร จากเรกยาวิก เพื่อไปยังจุดน้ำแข็งละลายที่พวกเราจะไป ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง วิ่งผ่านเมือง Hvergardi เมือง Selfoss ที่ตั้งของน้ำตก selfoss  ทึ่ขึ้นชื่ออีกแห่งของไอซ์แลนด์  เมือง Hoft เมืองของชาวประมงอีกแห่งหนึ่ง ดังแผนที่ สำหรับโจกุลซาลอน เป็นจุดที่เป็นทางออกสู่ทะเลของน้ำแข็ง ที่ละลายออกมาจากภูเขาน้ำแข็ง Vatnajokul ภูเขาน้ำแข็งพันปี ที่มีน้ำแข็งปกคลุมมาตลอด แต่จะละลายเป็นบางส่วนในช่วงฤดูอากาศอุ่นบ้าง

แผนที่การเดินทางของพวกเรา

สารถีผู้นำพา กับเส้นทางซ้ายขวา ในการเดินทางจุดเริ่มจาก Reykjavik แต่เช้ามืด
เตรียมอาหารไปไปพร้อม เป็นข้าวเหนียวไก่ทอด เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีร้านอาหารระหว่างทาง

สภาพข้าง ๆ ถนนระหว่างเดินทาง หาต้นไม้ทำยายาก

มีหินที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวาเห็นเหมือนพื้นผิวดาวอังคาร

ระหว่างทางจะมีสภาพซ้ายขวาของถนนอย่างที่เห็น แต่จะมีทิวสีขาว ๆ ของน้ำแข็งปลกคลุมไปทั่ว

ระหว่างทาง จุดพักก็มีศูนย์ข้อมูล แผนที่และร้านขายอาหาร

เดินทางมาไกลพอสมควร น่าจะเป็น ฮอฟท์ ก่อนถึง แวะเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ จิบกาแฟ
ซึ่งเป็นชุปเปอร์มาเก็ตระหว่างทาง

 ปั้มเราจอด มองเห็นทิวเขาน้ำแข็ง ไกล ๆ ดูเหมือนไม่ไกล แต่ยังไกล
เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ

มีแหล่งน้ำ จะเห็นนกอยู่ได้ทั่ว ๆ ไปในสภาพอุ่น ๆ ประมาณ 1-3 องศา ในขณะนั้น


นกนางนวล ที่เห็นได้ทั่วไป ที่มีแหล่งน้ำสองฟากถนน เป็นระยะ


อริยาบถแบบนก "เหิร"


หันไปทางไหนก็มีแต่ภูเขาจากการแข็งตัวของลาวา และปกคลุมด้วยน้ำแข็งด้านบน
มีทุ่งหญ้าเขียวสลับบ้างแต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ตัดกับสีขุ่นของภูเขาที่ไร้อาภรณ์ปกคลุม


ทางหลวงหมายเลข 1 กับทิวทัศน์ที่มีภูเขาน้ำแข็ง ๆ ขาว ๆ ที่ปลายตา


ข้างถนนด้านขวา
การเห็นยอดเขาที่มีหิมะ น้ำแข็งปกคลุมหนาแน่น หมายถึงการเดินทางไกล้เข้ามาทุกที


นี่ก็ด้านซ้าย


ใกล้ตา แต่ยิ่งวิ่งเข้าหายิ่งห่าง

โจกุลซาลอน จุดท่องเที่ยวขึ้นซื่อของไอซ์แลนด์ กับทิวทัศน์รอบ ๆ ในมุมไกล ๆ


นี่ก็อีกมุมที่มองเห็นได้


น้ำแข้งที่ละลาย ออกทะเล


คนไฝ่สูง เหมือนแดดเปรี้ยง แต่ว่าอากาศอยู่ที่ 1-3 องศา ก็หนาวแหละจ๊ะ เพราะควักข้าวเหนียว ที่เตรียมมาแต่ต้น พอถูกอากาศแล้วแข็งเลย
ภาวะช่วงหน้าร้อน แต่ไม่รู้เกี่ยวกับโลกร้อนด้วยไหม


ต่อไป เมื่อน้ำแข็งระลายเยอะกว่านี้ จะมีเรือมาล่องท่องเที่ยว แต่ตอนนี้น้ำแข็งยังไม่ละลายถึงจุด


น้ำแข็ง น่าจะเอาน้ำหวาน ราดแล้วชิม


ถัดสะพานไปจะเป็นทะเล ที่น้ำแข็งละลายออกทะเลไป ตรงบริเวณนี้
จะมีสิงห์โตทะเลดำผุดโผล่ พอเห็นคนก็ดำกลับไปไหม่ คว้ากล้องไม่ทัน


น้ำแข็งที่ละลายก้อนเล็กใหญ่ติดริมฝั่ง ลองเอามือจับแล้วเย็นอย่างแรง
อากาศอยู่ที่ประมาณ 1-3 องศาวันนั้น


หมู่น้ำแข็งที่พร้อมละลายเป็นน้ำลงทะเลไป


เด็กกลุ่มนี้มาพร้อมครอบครัว พ่อแม่ เห็นพวกเราตัวไม่สูง ผมดำ เลยเป็นที่สนใจของพวกเด็ก ๆ
จึงทักทายถามไถ่ ได้ความว่ามาจากเยอรมันนี


ก้อนนี้สูงท่วมหัวเหมือนกัน ใหญ่ขนาดนี้ น่าจะเอาแก้วมาใส่แล้วเติมด้วยน้ำ "อัดลม"

          เมื่อพวกเราถ่ายรูป เดินทางท่องเที่ยวกันจนเพียงพอแล้ว ก็เดินทางกลับในเส้นทางเดิมคือย้อนตามถนนหมายเลข 1 ที่เรมาแต่แรก แต่ตอนขากลับจะแวะน้ำตก ที่ตั้งอยู่ระหว่างที่พวกเรามา แต่การเดินทางของพวกเราใช้วิธีการ วิ่งมาตรงจุดที่ไกลที่สุดก่อน จากนั้นก็ถึงย้อนไปเที่ยว น้ำตก Selfoss ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่สวยอีกแห่งหนึ่ง (โปรดติดตามตอนต่อไป)

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net