วันที่ เสาร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิลิตปฐวีวจนะ (๓) แผ่นดิน


(๑) แผ่นดิน

ร่าย

๑๙ บนพิภพผืนนี้       แลนา

มีดีชั่วปะปน    แลนา

มีทั้งคน พืช สัตว์       แลนา

จัตุบททวิบาท  แลนา

อีกช้างม้างัวควาย      แลนา

อีกมากมายคะนานับ   แลนา

ตายเทินทับบนดิน      แลนา

บ้างแทะกินตัวที่ตาย   แลนา

แล้วขับถ่ายเป็นกองมูล         แลนา

ล้วนพอกพูนบนแผ่นดิน        แลนา

ตัวใหญ่กินตัวน้อย      แลนา

แม้แต่เราเจ้าข้อย                หลายแหล่เกินร้อยร้อย

ต่างจ้องกินกันฯ

 

โคลง ๒ สุภาพ

๒๐ ชีวะอันหลากล้วน หลายและมีมากถ้วน

ถ่องแท้ตายถม ท่านเอยฯ

๒๑ อุตดมโดยโลกสร้าง       

๒๑ สัจธรรมว่าไว้                เกิดแก่เจ็บตายไซร้

แน่แท้ทุกนามฯ

 

โคลง ๔ ดั้น

๒๒ เดือนสามเดือนสี่คล้อย   ตามกาล ผันแฮ

หนาวเปลี่ยนเป็นกันดาร        แดดไหม้

เต็งตึงดู่แดงหาญ                ยืนหยัด         ยงนอ

ใบหล่นยังยืนได้                 โดยแดฯ

๒๓ ดอกดวงแลลูกไม้          โรยลง

ลาแม่เวนคืนคง                  สู่ด้าว

ปวงสัตว์ป่าออกดง              หาเหยื่อ        กินเฮย

บางก็กินหมากพร้าว             ไทรหินฯ

๒๔ ลางตัวกินเดื่อปล้อง       มะไฟหวาน

ลางชอบหมากบกหาญ         เจาะไส้

กระแตไต่เครือขาน              หาคู่   

ชวนเจาะกินหมากไม้            มวลมีฯ

๒๕ ลางตัวกินแล้วขี้            คืนไพร

กินเมล็ดพาบินไป                ถ่ายทิ้ง

ฝนมาก่อเกิดใบ                  ต้นอ่อน

อวยแด่พฤกษ์ไพรพริ้ง          ดกหนาฯ

๒๖ ลมมาผะแผ่วพลิ้ว          ใบไหว

ใบแก่ปลิดปลิวไป                ห่อนฟื้น

โบยบินแหมะมิไกล              จากต้น          แม่เฮย

โรยร่วงลงปกพื้น                 พสุธาฯ

๒๗ อาณานับกว่ากว้าง         ยาวไกล         แท้นอ

หนักเหนื่อยกายาไหว            ก่อสร้าง

แทะเล็มแต่มวลใบ               ตองแก่          กินนา

ขอนโค่นลงรกร้าง               เล็มกินฯ

๒๘ เดินดินกินอยู่ด้วย          ในดิน

จนก่อรวงรังชิน                   ชอบได้

เป็นจอมปลวกปีกบิน            แมงเม่า

บินว่อนตอมไฟไหม้             ดับตายฯ

๒๙ มิวายก็ปีกร่วง               หล่นไป

ขาอยู่เดินดินไล                  เลียบน้ำ

ลูกปลวกก่อรังใน                จอมปลวก

สูงท่วมดินแลล้ำ                 สบหาวฯ

๓๐ ราวไพรในป่ากว้าง          เกินนับ

ตองแก่หล่นถมทับ               ทั่วพื้น

ฝนแรกร่างกราวซับ              ซึมแผ่น         ดินเฮย

ตองอ่อนเขียวดังฟื้น            ป่างามฯ

๓๑ ตามพงมีแมกไม้            อุตดม  เดิมแล

มากเผ่าหลายพันธุ์สม          ถิ่นที่

นานวันแผ่ขยายถม-            เถถั่ง   มวลเฮย        

ลางหน่อลางใบนี้                สมุนไพรฯ

๓๒ ใครเจ็บแลป่วยไข้          เป็นยา

ลางดื่มลางถูทา                  ช่วยได้

ลางพอกเผื่อลดรา               เจ็บปวด        

หายดั่งทิพย์เสกให้               บนดินฯ

๓๓ เก็บกินเป็นผักหญ้า         อาหาร

ยอดอ่อนแกงผักหวาน          ใส่ส้ม

รอบปีจึ่งมีวาร                    แกงยอด        ผักนา

ใครอย่าฟันต้นล้ม                ดับตายฯ

๓๔ ของสูงภายยอดไม้         บนหาว          แม่เอย

แหงนเบิ่งดังดูดาว               อยู่ฟ้า

มดแดงไข่รังราว                  ใบห่อ            มดแฮ

สูงลิ่วกลับดังท้า                  ทายคนฯ

๓๕ มีจนกินอยู่ได้               โดยธรรม-      ชาติเฮย

เอาต่า[1]มัดปลายลำ          ไม้ส้าว[2]

แลเล็งแหย่รังนำ                 มดร่วง ลงเอง

แยกไข่ตัวมดกร้าว               กัดมือฯ

๓๖ คือวิถีบนแผ่นพื้น           ภาคดิน          เพื่อนเอย

คนย่อมหยัดชีวิน                 อยู่ได้

เขาหาอยู่หากิน                  กันแบบ         ธรรมดา

ชีพจึ่งยงหยัดไว้                  ยืนยาวฯ

๓๗ เรื่องราวเกิดก่อขึ้น         สัจธรรม

บนแผ่นดินนับฉนำ               เนิ่นช้า

พันปีหมื่นแสนดำ-               เนินผ่าน         แม่เอย

สืบต่อพงษ์พันธุ์กล้า            ชั่วคนฯ

 



[1] ต่าเป็นคำพื้นบ้านลาวอีสาน เขาเรียก “กะต่า” ภาษาไทยเรียก “ตะกร้า”

[2] “ไม้ส้าว” ก็เป็นภาษาถิ่น หมายถึงไม้ยาวๆ น้ำหนักพอเหมาะ ใช้สำหรับสอยผลไม้ ยอดผักต้นสูง รวมทั้งแหย่รังไข่มดแดง

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net