วันที่ เสาร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้าวตอกปริศนาในงานศพชาวบ้านเขมร


    

ตามธรรมเนียมความเชื่อ ในงานศพของชาวบ้านเขมร ครั้นพอถึงเวลาแห่ศพไปเผา ในขบวนแห่ จะมีการโปรยข้าวตอก โรยรายเรื่อยไปตั้งแต่บ้านผู้ตายจนกระทั่งถึงเมรุ – เชิงตะกอน

สำหรับผู้ที่ทำการโปรยข้าวตอกดังว่านี้ จะเป็นหญิงสาวซึ่งเป็นบุตรหลานของผู้ตาย แต่งกายด้วยการนุ่งผ้าและโพกหัวด้วยผ้าด้ายดิบสีขาว มือข้างหนึ่งจะคอยประคองกระจาดหรือกระเชอที่ใส่ข้าวตอกไว้สำหรับโยนตวัดไปข้างหลังระหว่างการแห่ศพ

‘ชาวบ้านบัว’ เคยเห็นภาพบรรยากาศแบบนี้ทุกครั้ง เวลาที่มีโอกาสไปร่วมเผาศพคนในหมู่บ้าน นึกสงสัยอยู่เป็นนานว่า การโยนข้าวตอกที่เห็นนั้น น่าจะมีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่งซ่อนอยู่เป็นแน่แท้

เคยสอบถามบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านดู แต่ก็ไม่สู้จะได้ความกระจ่างชัดเท่าใดนัก ส่วนใหญ่ก็มักบอกว่า เป็นธรรมเนียมความเชื่อที่ชาวบ้านยึดถือ แล้วก็ทำต่อ ๆ กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายโน่น!

ความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องนี้ ค้างอยู่ในหัวมานาน คิดหาคนมาช่วยไขความแต่ก็ยังไม่เจอ จนในที่สุดไปค้นเจอเอกสารเก่าชิ้นหนึ่งที่กองสุมไว้ในบ้าน เขียนโดยผู้ที่มีนามว่า ‘ภิกขุ โพธิ์แสนยานุภาพ’ โดยเขียนเล่าถึงความหมายเชิงปริศนาธรรม ที่ฝังและแฝงอยู่ในธรรมเนียมความเชื่อเรื่องต่าง ๆ ในงานศพของชาวบ้านเขมร  ซึ่งในบทที่พูดถึงธรรมเนียมการโยนข้าวตอกในขบวนแห่ศพนั้น ผู้เขียนได้อธิบายเอาไว้ว่า

“ในขณะที่แห่ศพไปนั้น เขาจะมีการโปรยข้าวตอกไปตามทาง เรื่องนี้เป็นปริศนาธรรมว่า ถ้าหากเป็นข้าวเปลือก นั่นก็เปรียบดังคล้ายกับคนที่มีกิเลส เมื่อตายแล้วก็ต้องกลับมาเกิดอีก ข้าวเปลือกก็เช่นเดียวกัน คือเป็นข้าวที่มีเชื้อมีมูลอยู่ เวลาหว่านลงไปในดินดี แดดดี อากาศดี มันก็งอกเงยขึ้นมาได้อีกไม่มีจบสิ้น

ขณะเดียวกัน ถ้าหากเป็นข้าวเปลือกที่ถูกคั่วจนแตกกลายเป็นข้าวตอก ซึ่งแม้ว่าจะหว่านลงในดินดี แดดดี อากาศดี สักเพียงใด ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถงอกเงยขึ้นมาอีกเป็นอันขาด เปรียบเหมือนกับผู้ที่บำเพ็ญศีลภาวนา จนชนะต่อกิเลสได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ที่แม้ว่าจะอย่างไรก็ไม่ตกอยู่ในกงเกวียนกำเกวียน เวียน ว่าย ตาย เกิด อีกต่อไป เป็นผู้ที่ดับสนิทแล้ว ไม่มีส่วนใด ๆ ให้เพลิงกิเลสเผาไหม้ได้อีกต่อไป”

ครับ เรื่องปริศนาข้าวตอกในขบวนแห่ศพ ในที่สุดก็ถึงเวลาถูกไขความออกมาจนได้ เก็บเอามาเล่าสู่เพื่อนสนิทมิตรสหาย ฟังกันเล่น ๆ

‘ฟังกันเล่น ๆ’ ท่ามกลางโลกน้อย ๆ ใบนี้ที่กำลัง ‘วิกฤต’ และ ‘วิปริต’ เพิ่มมากขึ้นทุกขณะลมหายใจ

สาธุ สาธุ!!

  

โดย ชาวบ้านบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net