วันที่ เสาร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปิดประเทศไทย ไร้สาระ


ปิดประเทศไทย ไร้สาระ

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

หลังจากตั้งสติ

อ่านเนื้อข่าว ความคิดเห็น

จากปากคำของ คุณจำลอง ศรีเมือง

ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าเป็น แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งกล่าวว่า แกนนำ รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ได้มีความคิดเห็นร่วมกันว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ยังไม่ควรมีการเลือกตั้ง แต่ควรจะเว้นวรรค ประมาณ 4-5 ปี เพื่อให้มีการปฏิรูปสังคม ให้เข้าระบบทั้งหมดเสียก่อน แล้วจึงปล่อยให้มีการเลือกตั้ง หลังจากปิดประเทศไทย เพื่อการปฏิรูป

โดยระบุว่า การเลือกตั้ง นอกจากไม่แก้ปัญหา

ของชาติบ้านเมืองแล้ว ยังทำให้ประเทศ

แย่ลง นักการเมืองไม่สนใจ

ทั้งปัญหาของชาติ ปัญหาการสูญเสียอธิปไตย โดยเมื่อเว้นวรรคแล้ว จะมีรัฐบาลใดมาปฏิรูปประเทศนั้น ก็เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อรับรู้ บทสัมภาษณ์ และ เนื้อข่าวที่ปรากฎ ผมก็ต้องกลับมานั่งทบทวน ถึงความหมายของ การเว้นวรรค

ความหมายของ

ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเข้ามา

บริหารราชการแผ่นดินไทย ในยุคเว้นวรรค

โดยเฉพาะคำกล่าวที่ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมไม่เข้าใจว่า ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในทางประชาธิปไตย แห่งราชอาณาจักรไทย จะมีใครบ้าง หากมิใช่ตามระบอบ และ ตามระบบ ในการเลือกผู้แทนปวงชนชาวไทย เลือกพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดสรรอำนาจ จากความฉันทามติ ของประชาชนคนไทย จนกระทั่งจัดตั้ง รัฐบาล จากพรรคการเมือง

ซึ่งตัวตั้งของปัญหา ในคำกล่าวที่ระบุว่า

นักการเมืองไทย การไม่ปฏิรูปสังคม

เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข

ผมก็เห็นด้วย แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วย กับ การถอดความหมาย สำหรับการมอบอำนาจเว้นวรรคต่างหาก ที่เป็นปัญหาในใจผม ในฐานะประชาชนคนไทย ที่มีสิทธิมีเสียงเลือกตั้ง และ ที่ได้ใช้อำนาจร่วมกับ ประชาชนคนไทย อีกมากมายในแผ่นดินนี้ ที่ไม่เข้าใจว่า ระบบการเลือกตั้ง เพื่อคัดสรรผู้คน ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ ได้อย่างไร

คำถามใหญ่ คือ ใคร

จะได้อำนาจ ในช่วงปิดประเทศ

หรือ ใครจะเป็นผู้มอบอำนาจ ให้ผู้เกี่ยวข้อง

ตามจินตนาการ และ ความคิดฝัน ของประดาแกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่พยายามขายฝัน ขายอุดมคติทางการเมือง ซึ่งในระบอบประชาธิปไตย ไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิด เท่าเทียมกับ คำติติง วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งผู้ที่คิดเห็นแตกต่าง มีสิทธิ์ตั้งคำถาม

ตั้งคำถามในวาระซ่อนเร้น ของ แกนนำ

ในความพยายามชูรัฐบาลแห่งชาติ

หรือ รัฐบาลพระราชทาน

ที่ทำให้ประชาชนคนไทย อดรู้สึกไม่ได้ว่า การเลือกตั้ง เป็นสิ่งไร้สาระ หรือ ฉันทามติในการเลือก ผู้แทนปวงชนของคนไทย เป็นสิ่งไร้ค่า ไม่ได้แก้ปัญหาชาติบ้านเมือง ประเทศไทยไม่เคยเจริญขึ้นเลย นับจากมีการเลือกตั้ง หรือ แม้แต่คิดแบบขั้วตรงข้ามว่า สิ่งที่แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังเคลื่อนไหว เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

สำหรับคำถามพื้นพื้น

ที่ทำให้อดคิดอยู่ลึกลึกไม่ได้

ถึงคำว่า ผลประโยชน์ ของ แกนนำ

ที่พยายามอ้างว่า ตนเองศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย หรือ พยายามอธิบายคำว่า ประชาธิปไตยแบบไทยไทย เพียงเพื่อให้กลุ่มก้อน พรรคพวก หรือ ผู้ที่มีความคิดเห็นพ้องต้องกันกับตนเอง ได้ประโยชน์ ซึ่งก็คงไม่แปลก หากสิ่งเหล่านี้ พิสูจน์ด้วยกระบวนการเลือกตั้ง ที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจ จะนิยมมากจะนิยมน้อย จะเสียงข้างมาก หรือ เสียงข้างน้อย

หรือ อดคิดไม่ได้ว่า ประเทศไทยคงใกล้ล่มจม

หากมองตามสมมุติฐาน ของ แกนนำ

ที่อธิบายอย่างสุดขั้วสุดโต่ง

ก็ในเมื่อ ผู้ที่เกี่ยวข้อง กับ การบริหารราชการแผ่นดินไทย ได้ถูกระบุไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบุทั้งรูปแบบ กลไก ของการได้มาซึ่งอำนาจ ระบุถึงกระบวนการตรวจสอบ ตรวจทาน ถ่วงดุลย์ และ กติกา ตามบัญญัติไว้แล้วทั้งสิ้น

ดังนั้น การตั้งประเด็นเว้นวรรค

ก็แทบจะไม่ต่างจาก การล้มล้างรัฐธรรมนูญ

ตั้งต้นเป็นกบฏ เพื่อล้มล้าง กฎหมายสูงสุดของชาติ

ซึ่งสำหรับ อดีตนายทหาร ผู้จับอาวุธล้มล้างรัฐบาล หรือ เป็นหนึ่งในคณะบุคคล ที่ชอบก่อการยึดอำนาจ รัฐประหารโดยใช้กำลังทหาร เพื่อล้มล้างรัฐบาล ก็คงไม่คิดว่า เป็นเรื่องผิดปกติแต่ประการใด แต่สำหรับคนไทย ที่มีสิทธิมีเสียง และ ได้โอกาสเลือกผู้แทน ที่ได้เห็นว่า เสียงเล็กเสียงน้อยของตน มีความหมายในทางประชาธิปไตย คงอดจะตั้งคำถามไม่ได้

สำหรับความคิดแบบสุดขั้ว ในวาระสมคบคิด

ที่เลือกจะใช้กระบวนการ อภิสิทธิ์ชน

มาปกครองชาติ ในวาระเว้นวรรค

ไม่นับความพยายาม ที่เลือกจะเคลื่อนไหวนอกสภา เลือกจะล้มล้างรัฐธรรมนูญ เลือกจะด่าทอรัฐบาล โดยบอกว่า เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลย์ แต่ไม่เลือกจะฟ้องร้อง ต่อ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาล กระทำให้แผ่นดินไทยเสียอธิปไตย ซึ่งถือเป็นความผิดสูงสุด ในฐานะของ การขายชาติ หรือ ทรยศต่อชาติ แต่แกนนำบนเวทีปราศรัย กลับไม่ทำ

แต่เลือกจะป่าวร้องความคิด

ในเรื่องอำนาจพิเศษ และ อำนาจอภิสิทธิ์ชน

ยิ่งกว่าคำว่า อภิสิทธิ์ แต่เป็น มหาอภิสิทธิ์ ที่คิดเองเออเอง

ซึ่งหากมุมมองดังกลาว ในการเรียกร้อง กลไกความชอบธรรม นอกรัฐธรรมนูญ ดังขึ้นจากเวทีปราศรัย ของ แกนนำผู้อ้างตัวว่า รักประชาธิปไตยแล้ว ผมก็คงต้องคิดเห็นแย้ง ตั้งประเด็นตอบโต้ และ วิพากษ์มุมมองเห็นแก่ตัวเช่นนี้ ที่ไม่สนใจ จะสร้างระบบให้แข็งแรง

สำหรับแนวคิดปิดประเทศ ที่กำลังเสนอขาย

หากเป็นเวทีในเชิงปัญญา ความคิดเห็น

ก็คงนับว่าดี ในการโต้แย้งโต้เถียง

แต่หากจะเคลื่อนไหวแล้ว ผมก็คงต้องต่อต้าน 

  สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net