วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอบข้อสงสัยเรืองเรือดำน้ำ U 206




กองทัพเรือ จะซื้อเรือดำน้ำมือสองเยอรมนี... อย่าผลุบๆ โผล่ๆ


วันที่ 2 เมษายน 255

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ข่าวยืนยันแล้วว่าประเทศไทย จะซื้อเรือดำน้ำมือสองจากเยอรมนี 6 ลำ ด้วยงบประมาณประมาณ 7.7 พันล้านบาท...

และคณะรัฐมนตรีของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เห็นด้วยในหลักการไปแล้ว

ทันทีทันใดก็มีคำถามว่าไทยต้องมี "กองเรือดำน้ำ" ด้วยเหตุผลอันใด

ทันทีทันใดก็มีคำถามว่าทำไมค่าซื้อเรือดำน้ำชุดนี้ ยังใช้เงินน้อยกว่าค่าซ่อม (ค่าเรือดำน้ำเก่าจากเยอรมนีประมาณ 1.8 พันล้านบาท ขณะที่ต้องใช้เงินอีก 5 พันล้านบาท เพื่อซ่อมแซมอะไหล่ และจะใช้ได้อีกประมาณ 10 ปี)

คำถามจากผู้คนทั่วไป ก็คือ ไทยกลัวว่าประเทศไหนจะคุกคามความมั่นคงของประเทศด้วยเรือดำน้ำ หรือถามอีกอย่าง ก็คือ ว่าในภาวะการเมืองวันนี้ กองทัพเรือของไทยวิเคราะห์ว่าประเทศไหนเป็น "ศัตรู" ของเรา และหากมีศัตรูจริง เขามีเรือดำน้ำที่จะแล่นเข้ามาในน่านน้ำไทย เพื่อสร้างปัญหาให้กับเราหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพเรือบอกนักข่าวว่าเพื่อนบ้านมาเลเซีย มีกองเรือดำน้ำแล้ว และพม่าก็กำลังจะซื้อเรือดำน้ำจากจีนในเร็ววัน

เรามองว่าเพื่อนบ้านอย่างจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ จะมีปัญหาทางด้านความมั่นคงของไทยกระนั้นหรือ

หรือเพราะกองทัพอากาศ กับกองทัพบก ได้งบประมาณซื้อเครื่องบินรบ Gripen จากสวีเดน และรถหุ้มเกราะ BTR-3EI จากยูเครนกับเฮลิคอปเตอร์ MI-17 จากรัสเซียกระนั้นหรือ

เรือดำน้ำที่กองทัพเรือจะขอซื้อจากเยอรมนีเป็นของเก่าแบบ Type-206 ในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือ g-to-g โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล มอเตอร์ไฟฟ้า และลูกเรือ 22 คนต่อลำ

ข่าวบอกว่าเรือดำน้ำมือสองของเยอรมันชุดนี้ใช้งานมาแล้ว 30 ปีแล้ว

รายงานในนิตยสาร Jane’s บอกว่า เรือดำน้ำของกองทัพเรือเยอรมนีชุดนี้ เดิมจะปลดระวางในปี 2015 แต่ปรับวันเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ข่าวบอกด้วยว่าเกาหลี และจีน ก็ได้เสนอขายเรือดำน้ำให้กองทัพเรือของไทยเช่นกัน แต่ตัดสินใจซื้อของเยอรมนี เพราะเห็นว่าเงื่อนไขดีกว่าของประเทศอื่น

ตอนแรกที่ข่าวออกมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เชื่อกันว่าถ้าเอาเรือดำน้ำเยอรมันเก่าที่ซื้อมาไปซ่อมด้วยงบกว่า 5 พันล้านบาท ก็อาจจะใช้ได้ประมาณ 10 ปี

แต่อีกไม่กี่วันต่อมา หนังสือพิมพ์อ้างคำพูดของ พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ ว่า ช่วงเวลาที่เหลือสำหรับปฏิบัติงานของเรือดำน้ำมือสองชุดนี้ จะอยู่ประมาณ 6-7 ปีเท่านั้น และบอกว่าความจริง กองทัพเรือได้เสนอแผนจะซื้อเรือดำน้ำครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป โดยที่ตอนแรก คิดว่าจะซื้อจากญี่ปุ่น แต่เมื่อประเทศนั้นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ไทยก็ระงับแผนนั้นเอาไว้

แผนต่อมา คือ จะซื้อจากอิสราเอล แต่ข้อเสนอนั้นก็ไปไม่ถึงไหนเช่นกัน

ผู้บัญชาการทหารเรือบอกว่าไทย ต้องการจะมีความสามารถทางด้านทะเลที่ไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลายประเทศก็ได้จัดซื้อเรือดำน้ำแล้วเมื่อหลายปีก่อน

แต่ท่านบอกว่าเข้าใจถึงปัญหาเรื่องข้อจำกัดทางงบประมาณของรัฐบาล เพราะหากซื้อใหม่เลย แต่ละลำก็จะไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น กองทัพเรือจึงยอมลดมาตรฐานด้วยการเสนอซื้อของเก่าจากเยอรมนี

แต่ท่านก็ยังจะต้องตอบคำถามของชาวบ้านอย่างพวกเราว่า "ความจำเป็น" ที่จะต้องมีกองเรือดำน้ำนั้นคืออะไร และคำนิยามของ "ความมั่นคง" วันนี้ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 60 ปีก่อนที่กองทัพเรือคิดจะมีกองเรือดำน้ำของตนเองไปแล้วอย่างไรหรือไม่

นี่ยังไม่พูดถึงคำถามบางข้อที่ชาวบ้านอยากรู้ ว่าน้ำในอ่าวไทยลึกพอสำหรับเรือดำน้ำหรือไม่ และความขัดแย้งของเรากับประเทศไหนจะทำให้เกิดความจำเป็นที่เราจะต้องมีเรือ ดำน้ำ เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยเรา

ความโปร่งใสและชัดเจนในการอธิบายการใช้เงิน เพื่อซื้อหาอาวุธราคาแพงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งยวด ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังเจอกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่ไม่สามารถจะตอบโจทย์ของประชาชนมากมายหลายข้อ

จะซื้อเรือดำน้ำ กระทรวงกลาโหมต้องไม่ผลุบๆ โผล่ๆ...และต้องตอบคำถามให้ได้ทุกประเด็น

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/suthichaiyoon/20110402/384968/news.html

คุณสุธิชัย หยุ่น ถามได้ดีนะครับ ทางทร ยังไม่เห็นมีการมาชี้แจงในประเด็นนี้เท่าไหร่เลยครับ ซึ่งผมเองก็รอให้ผู้มีส่วนเกียวข้อง ตอบมานานแล้วแหละครับ แต่ว่าส่วนตัวผมว่าการเลือกเรือดำน้ำ มือสองของเยอรมันครั้งนี้มีเหตุผลพอสมควรแหละครับ


เกาหลี

 ใชครับเรืองเรือดำน้ำเกาหลี เคยเสนอขายให้กับไทย แต่เนื่องจากว่าถ้าหากว่าเราจัดหาจากเกาหลีแล้ว เราจะได้เพียงแค่สองลำ ไว้ปฐิบัติงานเท่านั้นแหละครับ แถมเรือลำนั้นคือ Chang Bogo class Submarine นั้นเองครับ ซึ่งเรือชั้นนั้คือ U 209 นั้นเองครับ ซึ่งเรือรุ่นนี้ ประจำการในปี 1993 นั้นเองครับ อายุของเรืออก็ประมาณ 20 กว่าปีได้ ที่เกาหลีใต้รีบปลดเพราะว่า ต้องการนำเรือรุ่น U 214 เข้าประจำการแทนนั้นเอง

จีน


ส่วนเรือดำน้ำของจีนขอบอกว่า ทร ของไทย เคยส่งคนไปดูแล้วครับ พบว่าเทคโนโลยี ยังล้าหลังอยู่ และพึ่งเกิดเหตุแบบนี้ไปได้ไม่น่านครับ ทำให้เครดิตรเสียอย่างแรง

เรือดำน้ำชั้นหมิง (Ming) หมายเลข.361 ได้ประสบอุบัติเหตุ  เครื่องยนต์ดับไม่ได้ ใช้อ๊อกซิเจนจนหมด ทำให้สูญเสียลูกเรือ 55 คนพร้อมผู้สังเกตุการณ์ 15 รวม 70 ชีวิต โดยทุกคนยังประจำอยู่ในตำแหน่งไม่มีท่าทีดิ้นรนหรือหนีเอาชีวิต
ซึ่งหลังจากนั้นปัญหานี้ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยความระมัดระวัง โดยปกติแล้วทางการจีนจะไม่รายงานเสียหายจากอุบัติเหตุ
แต่อาจเพราะการที่มีผู้สังเกตุการอยู่บนเรือจำนวนมากจึงทำให้มีรายงานอุบัติเหตุออกมาให้สาธารณชนรับทราบ
 http://www.lostsubs.com/361_Ming.htm

แต่เป็นเพราะครั้งนี้มีผู้สังเกตุการณ์ครับ ทำให้ต้องรายงานให้สาธารณะชนรับทราบ แต่ว่าเท่าที่ทราบมา เรือดำน้ำจีนเกิดเหตุแบบนี้หลายครั้งแล้วครับ แต่ละครั้งก็มีการปิดข่าวกันด้วย ซึ่งได้ทร ซื้อมาจริงๆ ผมคงเขียรบล๊อกคัดค้านในลักษณะแบบนี้แหละครับ และเรือดำน้ำมือสอง โซเวียด เขาก็เตรียมขายหลายลำครับแต่เราเอามาปรับปรุงไหวหรือปล่าว(ดูเรือดำน้ำของยูเครนที่พึ่งเขียนบทความไปครับ)

ทางสวีเดน เองก้เคยปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Sodermanland ขึ้นมาใหม่ครับ ให้มีประสิธิภาพสูงขึ้น(ตัวเรืออายุของมันก็ไล่เลี่ยกับ U206 นั้นแหละ) ไปในช่วงปี 2007 โดยเปลี่ยนเรด้ากับแบทเตอรี่เรือและอับเกรดอาวุธบางส่วน ครับซึ่งการปรับปรุงเรือดำน้ำ U206 ชั้นนี้ก็จะคล้ายๆกัน

แล้วอ่าวไทยหละลึกพอสำหรับเรือดำน้ำไหม

ส่วนที่ว่าอ่าวไทยลึกพอสำหรับเรือดำน้ำไหม สำหรับผมที่เป็นผู้ศึกษาในเรืองนี้ ขอตอบว่าได้ครับ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า มีเรือดำน้ำมาเพ่นพ่านในอ่าวไทยหลายต่อหลายครั้งแล้ว และก็มีหลายครั้งที่เราตรวจจับไม่ได้ คืออ่าวไทย ไม่เหมาสมสำหรับการปฐิบัติการด้วยเรือดำน้ำ อันนี้ไม่จริงเลยครับ เป็นเรืองขี้ตู่ของนักการเมือง เท่านั้นเองครับ ในเหตุการณ์ยุธนาวีที่เกาะช้างหากว่า เรามีเรือดนำดำน้ำ หรือ แค่มีการปล่อยข่าวลวงว่า เรือดำน้ำของเราลาดระเวณอยู่แถวนั้น เรือรบของฝรั่งเศษ ไม่กล้าเข้ามาแหยมหรอกครับ แล้วที่หลังจากที่เหตุการณ์ครั้งนั้นเรือฝรั่งเศษไม่เข้ามาแหยม เพราะว่าเราเอาเรือดำน้ำ ไปลาดตระเวณแถวนั้น นั้นแหละครับ

สำหรับวันนี้ก็สวัสดีครับ

โดย มังกรสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net