วันที่ ศุกร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิลิตปฐวีวจนะ (๕) บ้านเมือง


(๓) บ้านเมือง

ร่าย

๕๓ แลหลังยังอดีตกาล บ้านเมืองยังมืดดำ ค่ำลงจุดขี้ไต้ สุมไฟไล่ริ้นยุง ห่อนจรุงแสงไฟฟ้า ค่ำมาเร่งกินแลง วับแวมแสงตะเกียงรั้ว เอียงเอนตัวที่ปลายชาน รับลมผ่านมาดับร้อน นอนหงายดูเดือนดาว อันพร่างพราวทั่วแผ่นฟ้า พักผ่อนคลายเหนื่อยล้า หลับได้ดังฝันฯ

โคลง ๔ สุภาพ

๕๔ ไก่ขันวันใหม่มื้อ  เวียนมา

ใกล้รุ่งสักกูนา           อี่เอี้ยง

จอแจส่งภาษา          ขานขับ          ระเบงแฮ

เขาตื่นเตรียมแต่งเลี้ยง          คาบเช้าแลงงายฯ

๕๕ ลูกชายเขาแล่นร้อน       ลงนา  เขาเฮย

ยามเบ็ดจับปูปลา                 ใส่ข้อง

ลูกสาวสู่ครกหา                  หางเดื่อง[1]

ตำต่าวเป็นข้าวกล้อง  แกลบร่อนรำหมูฯ

๕๖ กำนันผู้ใหญ่บ้าน  ตีขอ-  รอแล[2]

หมายสั่งอำเภอหนอ   หนักแหน้น

กำหนดเลือกสอสอ    ไปนั่ง  สภาเฮย

แทนราษฎร์ทั่วเขตแคว้น       ขับเคลื่อนยุคสมัยฯ

๕๗ ปวงไทยทุกหมู่บ้าน        ตำบล

ทุกแห่งทุกตัวตน                 แต่งตั้ง

ตัวแทนทั่วถึงหน                  ทุกแห่ง         ทีปแฮ

ทุกข์สุขแทนทวยทั้ง   ทั่วหล้าแดนสยามฯ

๕๘ เขตคามเขาเปลี่ยนพ้น ยุคสมัย  

ลือว่าประชาธิปไตย    ตื่นแล้ว

อำนาจทั่วทวยไทย     ครองครอบ     ปวงแฮ

กลับดั่งลิงได้แก้ว       ห่อนรู้ความหมายฯ

ร่าย

๕๙ สะอื้นภายในอก สะทกในหัวใจ รัฐไทยเทียวผิดทาง ทำลายล้างทรัพยากร ฝันบวรอุตสาหกรรม นำเศรษฐกิจเฟื่องฟู ลบหลู่คุณค่าควาย ลบความหมายเคยค้ำคูน เคยสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ กลับตาฝาดแลฟั่นเฟือน เห็นดาวเดือนไร้ค่าแล้ว เห็นดวงแก้วกลายเป็นหิน ผืนแผ่นดินเคยรกชัฏ มาวิบัติด้วยพัฒนา หมายความว่าต้องให้เตียน เขียนแผนทำลายป่า นำพาทำลายดิน ดับแดดิ้นสิ้นแหล่งน้ำ ทำลายภาคชนบท ไปกำหนดตัวเมืองใหญ่ เคยทำไร่อีกไถนา ทิ้งข้าวกล้าแล่นเข้าเมือง ที่รุ่งเรืองด้วยแสงสี ด้วยหลงที่แลหลงทิศ เห็นผิดกลายเป็นชอบ มิตรองไตร่ให้รอบคอบ กว่ารู้เกินสาย บารนีฯ

โคลง ๒ สุภาพ

๖๐ วอดวายยับย่อยแล้ว        มีร่องรอยแตกแก้ว

รั่วร้าวคืนไฉน  แลนาฯ

๖๑ หลงไกลไปสู่เส้น  คิดร่ำรวยเฉกเฉ้น

กัดเนื้อตนกิน  พ่อเอยฯ

ร่าย

๖๒ ยินนิทานเล่าขำ มีบ่อน้ำหนึ่งลึก งูน้อยคึกลงเล่น ไม่เห็นทางที่ขึ้นฝั่ง จะยังชีพอยู่อย่างไร มีสิ่งใดเป็นอาหาร สุดกันดารในชีวิต คิดไม่ออกบอกไม่ได้ ตัดสินใจกินหางตน กินหลายหนจนถึงหัว กลัวจักสิ้นชีพวาย กลัวตายจนรนราน เกินกว่าคิดฟุ้งซ่าน เขมือบแม้กินหัว  ตนแฮฯ



[1] ครกกระเดื่อง เป็นเครื่องมือตำข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร

[2] “ขอรอ” หมายถึงเกราะเพื่อเคาะเป็นสัญญาณเรียกประชุมลูกบ้าน

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net