วันที่ เสาร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิลิตปฐวีวจนะ (๖) ย้ายถิ่น


(๔) ย้ายถิ่น

โคลง ๔ ดั้น

๖๓ ไทครัว[1]หามหาบข้าว       แลเกลือ       แรมลา

ลัดป่าไปตกเหนือ                เผื่อใต้

กองเกวียนเคลื่อนคลาเหลือ หลงทีป ฤๅพ่อ

ทางท่องเคยเทียวได้   เดินทางฯ

๖๔ ปางบรรพ์เสถียรสถิตตั้ง ริมซี[2]

รกรากยงยืนมี           แก่นเหง้า

ยืนนานเนิ่นนับปี       ชั่วโคตร         สกุลเฮย

เกิดก่อเรือนแยกเหย้า ขัดสนฯ

๖๕ บนนานับแบ่งให้   ลูกหลาน

แยกย่อยสองสามงาน แบ่งได้

เป็นนาขอบเหล็ก[3]ดาน ดังกรอบ    ขังนอ

กินอยู่พอยาไส้           สุดขืนฯ

๖๖ ฝืนทนทุกข์อยู่ยั้ง  ยังเดิม พ่อเอย

นาท่วมยามมากเสริม  ซึ่งน้ำ

มีปลาหลากหลายเติม เต็มอิ่ม ไหเฮย

นาล่มกลับซวยซ้ำ      ขาดเขินฯ

๖๗ จึงเชิญญาติพี่น้อง นับขบวน        หน่อยนา

หาถิ่นดินแดนชวน      โยกย้าย

ตีนภูแผ่นดินควร         บุกเบิก บารนี

เป็นป่ารกพงร้าย         อุตดมฯ

๖๘ สมนามสมแหล่งชื่อ   “ซับแดง”       ท่านเอย

มีป่าพฤกษ์ไพรแจง    แมกไม้

เรือกสวนไร่นาแพง    ซับชุ่ม เย็นเฮย

เป็นแหล่งธรรมชาติไว้ วางหวังฯ

๖๙ ยังยูงสูงเสียดฟ้า   เทียมดาว       เพื่อนเอย

พลวง มะค่า ยืนยังหาว  อยู่หล้า

เต็งรังดั่งเทียนยาว      ยังเมฆ ปานฤๅ

ประดู่แดงดังท้า          ทายสวรรค์ฯ

๗๐ อันปูผืนแผ่นหล้า  บนดิน  ท่านเอย

ผองผักมวลมีกิน        ก่อเกื้อ

อูบอีบ[4]อ่อมอึ่ง[5]ถวิล    หวังวาด        

ปีหนึ่งมีหนึ่งเพื่อ                  เก็บกินฯ

๗๑ บนดินดาดดื่นแท้  อาหาร

ทิพย์สิ่งเสกบันดาล    ดั่งไท้

ฝนโปรยป่าใดปาน     ทิพย์สฤษฏ์     สรรค์เฮย

ดอกว่านเดี๋ยวหน่อไม้ มากมวลฯ

๗๒ สมควรผักอีลอก  ดอกกระเจียว

หาอยู่ทำกินเหลียว     เบิ่งฟ้า

โดยธรรมชาติเทียว     เป็นอยู่ ยงแฮ

เทียวท่องภายลุ่มหล้า นิรันดร์ฯ

ร่ายดั้น

๗๓ เถิงวันพายุฝน ต้นเดือนห้าแดดจัด พะยุพัดกรรโชก หล้าโลกฝุ่นตรลบ ราวแผ่นภพเอนระเนน ตรลอดเป็นทั้งราว ร่วงหล่นกราวหมากม่วงป่า ฝนเทมาเท่าหน่วยไข่ บ้างก้อนใหญ่ลูกเห็บ ดินได้เก็บซับน้ำ ป่าเย็นฉ่ำชุ่มชวย อวยอึ่งอ่างออกรู กรูหากินแมงเม่า เอาธาราฝนใหม่ หาจับคู่วางไข่ แพร่พันธุ์ บารนีฯ

โคลง ๒

๗๔ เสียงอึ่งอลป่านั้น เรียกคนเขามุ่งหมั้น

มืดฟ้างมทาง            แลนาฯ

๗๕ ลงเรือนพลางพายข้อง    มุ่งสู่เสียงอึ่งร้อง

จุดไต้ตามหา            อึ่งแลฯ

๗๖ ตาแลหูหากไว้     ฟังเสียงอึ่งอ่างไซร้

อัดแหน้นเกินหมาย    แม่เอยฯ

๗๗ ตะข้องพายหนักแปล้      วางลงคิดขบแก้

อึ่งร้องระงมหลวง       หลายเฮยฯ

๗๘ ปวงมึงกูจักต้อง   จับเอาสูใส่ข้อง

อาจไม่พอขัง  แลฤๅฯ

๗๙ ยังมีผืนซิ่นซ้อน   แก้ซิ่นมัดตีนถ้อน

ต่างแท้ดังถุง   กูเฮยฯ

โคลง ๔ ดั้น

๘๐ หาบคอนคุงเพียบแปล้     เต็มแรง         แม่เอย

อึ่งอ่างอึงอลแถลง     ขนัดข้อง

ถึงเรือนช่วงฟ้าแดง    สูรย์ส่ง แสงเฮย

เสียงอึ่งโอ้บเอ้บร้อง   ระงมงันฯ

๘๑ จวบถึงวันใหม่มื้อ แสงใส ท่านเอย

สุมก่อกองฟืนไฟ        ตักต้ม

ยอดมะขามอ่อนจงไป หาเก็บ มานา

อึ่งไข่เหมาะต้มส้ม     ใบมะขามฯ

๘๒ ยามมีก็มากล้น    เกินกิน

จึงเก็บเป็นทรัพย์สิน    อึ่งย่าง

บางหมกหมักไหดิน   แดกอึ่ง[6] ไว้แล

เก็บเผื่อวันหน้าบ้าง    อาหารฯ

๘๓ ถิ่นฐานไทครัวนี้   นับอุดม

หนีท่วมพอสุขสม      ป่ากว้าง

หัวนาค่าควรชม        ควรชื่น ชนเฮย

หาใช่แหล่งรกร้าง     ดอกหนาฯ

๘๔ เป็นทางหาอยู่ยั้ง  ทำกิน  ท่านเอย

ธรรมชาติสืบทรัพย์สิน ให้แล้ว

จึงคนอยู่บนดิน          เขาอยู่ ยงแฮ

สูงค่าควรดวงแก้ว      เลอคุณฯ



[1] ครอบครัวผู้อพยพเคลื่อนย้าย

[2] แม่น้ำซี

[3] นาขอบเหล็กคือไม่สามารถบุกเบิกต่อไปได้ เนื่องจากจำกัดด้วยเขตแดนที่ติดกับผู้อื่น ไม่มีหัวไร่ปลายนาที่จะขยายออกไปได้อีกแล้ว

[4] พืชพื้นล่าง มีหัว ชูใบอ่อนฤดูต้นฝน ใบอูบอีบเป็นผักและสมุนไพรกลิ่นหอม เป็นหว้านป่าชนิดหนึ่ง

[5] หมายถึงอึ่งอ่าง มีหลายสายพันธุ์ กินเป็นอาหารได้อย่างกบเขียด

[6] ปลาแดกอึ่ง คือการถนอมอาหารลักษณะเดียวกันกับการหมักปลาร้า

 

 

 

 

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net