วันที่ อังคาร เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขียนให้เพื่อนอ่าน



ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หมดเวลาไปกับการคิด..เขียน..และอื่นๆอีกมาก..

วนอยู่แบบนั้น ..

ทำให้พอได้จังหวะว่างกับเค้าบ้าง  ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรดี
ทั้งที่ตั้งใจอยากเปลี่ยนเอนทรี่ เพราะเกรงใจหลายผู้คนที่พาดพิงถึงเต็มทีแล้ว..

แต่..

ตัดสินใจเขียนเรื่องดังต่อไปนี้  เพราะเมื่อคืนเพื่อนคนนึงโทรมาขณะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่  ก็ได้คุยกันถึงบางเรื่อง..

ใจจริงก็อยากจะคุยเรื่อง การต่อโคมไฟ ที่มีผู้มีอุปการะคุณท่านนึง ส่งมาให้แบบเป็นชิ้นๆ
ให้ต่อเอาเอง แล้วแต่เลย.. มีหลายแบบตามสติปัญญาของคนต่อ..

ไอ้เราดูแล้วก็ได้แต่นั่งถอดใจ.. ไม่ไหวจริงๆกรู..
สติปัญญาทางด้านนี้ถือเป็นศูนย์ได้เลย.. อันนี้เรื่องจริงและรู้ตัว 555

แต่ด้านอื่นยังคงเลเวลสูงอยู่.. บางด้านก็...สูงมาก..นี่ก็เรื่องจริงอีกเหมือนกัน 555

คนไทยส่วนใหญ่มักไม่ชอบ เวลาใครเขียนอะไรแบบนี้นะคะ..
เลยทำให้ฉันมีความสุขที่จะเขียน..อันนี้ก็.. เรื่องจริงอีกนั่นเอง 555..

บางเรื่องที่ว่า..เอาเรื่องอะไรก่อนดี?

เอาเรื่อง คอมมิวนิสต์ ก่อนแล้วกันนะ..

............................................................

เพราะเมื่อคืนตอนโทรมา อ่านเรื่อง “โลกส่วนตัวของคอมมิวนิสต์” อยู่พอดี..

เป็นหนังสือของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช  เมื่อครั้งจัดรายการ”เพื่อนนอน”

ซึ่งเป็นรายการวิทยุนานมากแล้ว ตามที่เขาระบุไว้เป็นการออกอากาศเมื่อปี 2506 โน่นแน่ะ..

หนังสือก็..อยู่ในสภาพที่ “มือห่างตีนห่าง” อย่างฉัน  ต้องระมัดระวังระดับสูงสุด 555

คำว่า มือห่างตีนห่าง ไม่หยาบนะคะ  เป็นสำนวนไทยเดิมที่ใช้กันมานาน
หมายถึง คนทำอะไรไม่ระมัดระวัง ซุ่มซ่าม ไม่เรียบร้อย..ประมาณนั้น..

ที่จริงถ้าติดกันเป็นพังผืด ฉันว่าดูแย่กว่า..หรือเป็นกีบ ก็จะออกแนว รอยไถแปร..
นั่นวัว ควายแล้ว..

เริ่มนอกเรื่องนะคะ.. ฮ่า.. เวลาคุยก็ไม่ต่าง..
อ่ะ..กลับเข้าเรื่องต่อ!..

ที่จริงหนังสือเล่มนี้ซื้อมานานมากแล้ว  เคยอ่านแล้วแต่ก็ลืม..

แต่เมื่อวานเดาว่าวิญญาณ “คุณน้อย”แห่ง เคหาสถ์สีแดง เข้าสิง เลยลุกขึ้นมาจัดหนังสือ

ต้อนรับสงกรานต์ ได้เจอหนังสือเล่มนี้เข้าเลยเอามาอ่าน (ที่จริงจะปัดฝุ่นที่หนาโครตมากกว่า..สารภาพ)

การได้อ่านงานของคนระดับ “ปราชญ์” ส่วนตัวฉันถือว่า เป็นตัวช่วยที่ดีอย่างนึง

เพราะมักจะรวบรวมและตกผลึก  นำมาเล่าในมุมที่น่าสนใจ  เข้าใจง่าย
บวกกับการตั้งข้อสงสัย ให้แง่คิดได้มากจริงๆ..

ให้เราไปไล่อ่านเอง  มันก็ได้อีกอารมณ์นึง.. เช่น..อารมณ์งง..อารมณ์อะไรวะเนี่ย..
คนอื่นอาจไม่เป็น..แต่ฉัน..โดดเด่นทางด้านนี้อีกแล้ว ฮี่ๆๆ..
บ่อยครั้งด้วย..เพราะ.. โทษนะคะ!.. เรื่องที่ต้องอ่าน แม่งเยอะและหลากหลายมาก..
เกินสมองจะรับได้..

บ่อยครั้ง..

แต่สำหรับคุณคึกฤทธิ์แล้ว..ไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ..

“เฮ้ย..รู้มั้ยว่า รัสเซียตอนปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ล้มพระเจ้าซาร์เนี่ย
ไม่ใช่พวกคอมมิวนิสต์เลยนะเว้ย..ชาวบ้านธรรมดาๆล้วนๆเลยอ่ะ”

“เหรอ..แล้วไงอ่ะ”  เพื่อนถาม.. แต่ฟังออกว่ามันไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่  ถามไปงั้น 
อาจเล่นเกมส์อะไรของมันอยู่..

แต่เพราะเริ่มคุยกันเรื่องนี้  และเป็นเรื่องที่ฉันเองไม่สะดุดใจมาก่อน เลยคิดว่ามันน่าสนใจ
ก็เล่าให้เพื่อนฟังจากที่อ่านมา..

เอาอินโทรไปก่อนมั้ยคะ?..ไหนๆก็ไหนๆ..ลุกขึ้นมาขยันกับเค้าซักที..

ของเค้าดีจริงๆ..เนอะ แค่อินโทรเท่านั้นคิดดู๊..

........................................................................................

ในเล่มนี้เปิดเรื่องด้วยตอน “กำเนิดคอมมิวนิสต์ในรัสเซีย”..

คุณคึกฤทธิ์เล่าว่า  แรกเริ่มนั้นมาจากชาวบ้านในเมืองหลวงที่เขาหิว ไม่มีอาหาร ก็เริ่มก่อการเรียกร้องประสาชาวบ้านไปยังผู้ปกครอง คือ พระเจ้าซาร์ว่า ..ช่วยด้วย พวกเราหิวเต็มทีแล้ว..

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากผู้ปกครอง.. ไม่มีถุงยังชีพ..
สื่อก็ไม่ไปทำข่าวให้ผู้ปกครองกระตือรือล้นทำงานเหมือนสมัยนี้..

ช่วงนั้นสภาพบ้านเมืองแร้นแค้น เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อะไรๆก็หายากเต็มที
อาวุธอะไรชาวบ้านก็ไม่มี  ในขณะที่พระเจ้าซาร์มีทั้งทหารตำรวจซัดไปแสนหก!

ซารีน่า ซึ่งก็คือ พระราชินีได้ส่งข้อความเล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงพระเจ้าซาร์ที่อยู่ต่างเมือง

ให้ได้ทรงทราบและคิดว่า ไม่มีปัญหา..จัดการได้

เพราะมีทั้งกองกำลังมากมายขนาดนั้นคอยดูแลอยู่  ..

หรือไม่แล้ว..อีกไม่นานก็จะถึงช่วงเวลาแห่งความหนาวเหน็บของรัสเซียแล้ว..
ถึงช่วงนั้น ม็อบก็จะหายไปเองแหละ..

แต่เอาเข้าจริงก็ไม่เป็นอย่างที่คิด..

เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารกว่าแสนหกที่ว่า.. เมื่อนักศึกษาเข้าร่วมชุมนุมกับชาวบ้านด้วยแล้ว..
แสนหก ก็เปลี่ยนขั้วสลับข้าง  ไปเป็นกองกำลังของชาวบ้านเลย..

คุณคึกฤทธิ์เล่าว่า  นี่เป็นการปฏิวัติโดยประชาชนอย่างแท้จริง!

และก็อยากได้รับประชาธิปไตย  เพื่อให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น  มีการตั้งรัฐบาลชั่วคราว ที่นายกชื่อนายเกเรนสกี้

ตั้งขึ้นมาแล้วก็ประกาศว่า จะให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญสำหรับรัสเซียต่อไป..

จะให้มีสิทธิเสรีภาพ ทั้งการคิด พูด การแสดงออกต่างๆ รวมทั้งความเท่าเทียมกันทางสังคม..
ทั้งหมดที่ว่ามา..ประชาธิปไตยล้วนๆเลยนะคะ..

ซึ่งทั้งตอนที่ประชาชนหิวโหย ลุกขึ้นมาเรียกร้อง..

ก็มีแต่นักศึกษาและกองกำลังแปรพักร์นั่นแหละที่ทำการปฏิวัติ!

พวกคอมมิวนิสต์ไม่ได้อยู่อะไรกับใครเค้าเลย..

ยิ่งระดับแกนนำอย่าง ทร็อตสกี้

อยู่อเมริกา..

เลนิน   (ชอบรูปนี้ ดูเท่มาก)

อยู่สวิสเซอร์แลนด์..


สตาลิน 

อยู่ไซบีเรีย..

ทักษิณ..?

บ้าจริง!..โทษทีค่ะ  ฉันลืมตัว..รัสเซีย..กำลังเล่าเรื่องรัสเซีย..!

...................................................................

แต่ก็นั่นแหละ..แล้วไฉนไยพวกคอมมิวนิสต์ ถึงเหมือนประหนึ่งปฏิวัติรัสเซียกับเขาได้.. 
อันนี้ฉันเข้าใจแบบนั้นมาตลอดเลยนะ?

ข้อความข้างล่างต่อไปนี้  เป็นข้อเขียนที่คุณคึกฤทธิ์เขียนไว้  แล้วฉันชอบมาก..น่าสนใจดี
ขอยกมาทั้งกระบิเลยแล้วกันนะคะ..

“ในขณะนั้น พวกคอมมิวนิสต์ยังไม่มีชื่อเรียกว่า“คอมมิวนิสต์”อย่างทุกวันนี้ 

แต่เรียกกันว่า “พวกบอลเชวิค”

คำว่า “บอลเชวิค” นี้ก็แปลว่า ชนส่วนน้อยหรือเสียงข้างน้อย  ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่า  พวกคอมมิวนิสต์เสียงข้างน้อย ในชุมนุมนักการเมืองที่เกี่ยวข้องอยู่กับการเมืองในกรุงเปโตรกราดในขณะนั้น 

นักการเมืองส่วนใหญ่นั้น เป็นนักการเมือง ที่มีนโยบายเสรี  อยากเพียงแต่จะเห็นเสรีภาพและระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศของตน 

ไม่ได้มีหัวนิยมไปในทางรุนแรงอย่างที่พวกคอมมิวนิสต์มีอยู่..และพวกคอมมิวนิสต์ก็เป็นชนส่วนน้อย 

และโดยเหตุที่พวกคอมมิวนิสต์เป็นชนส่วนน้อย จนกระทั่งเรียกว่าพวก บอลเชวิค นี้เอง  นักการเมืองส่วนใหญ่ก็บังเกิดความประมาท  ไม่มีใครสนใจ  และไม่เชื่อว่า คนเพียงไม่กี่คนจะเข้ายึดอำนาจปกครองประเทศไว้เพื่อดำเนินระบอบเผด็จการต่อไปได้

ความประมาทของนักการเมืองทั้งหลาย  ประกอบกับการปฏิวัติที่ไร้จุดหมายและไม่มีผู้นำ  ได้ทำให้คอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดอำนาจได้โดยง่าย”

อ่านแล้วรู้สึกสะดุดใจ..น่าสนใจเนอะ..

คุณคึกฤทธิ์เล่าถึงเรื่องนึงต่อไป ทั้งที่ตอนแรกอ่าน ก็คิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่..

“เมื่อเกิดปฏิวัติขึ้นนั้น  ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ต้องการจะให้ประเทศชาติก้าวหน้าออกไป

เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอๆ  ทำอะไรก็อยากให้ก้าวหน้า 

แม้จนทุกวันนี้  เราก็ได้ยินหนาหูว่า จะให้ประเทศไทยก้าวหน้าออกไป  ..

แต่ว่า.. เมื่อพูดคำว่า ก้าวหน้านั้น  เราควรจะพูดด้วยว่า

ให้ก้าวไปทางไหน?”

แต่เมื่ออ่านไป และเล่าตามความเข้าใจแบบย่อความแล้ว 

คุณคึกฤทธิ์ให้เหตุผลว่า เพราะเวลาที่บอกให้ก้าวหน้า  ถ้าบอกให้คนเดิน 

ก็จะต้องบอกจุดให้เดินไปถึงไหนถึงจะถูกด้วย  ไม่ใช่ให้ก้าวไปเฉยๆ  ไม่รู้จะไปไหนเลย

ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี..

เพราะแต่ละคนก็มีจุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนกัน

บอกทหาร..ทหารก็จะไปทางนึง..บอกพ่อค้า..พ่อค้าก็จะไปทางนึง..
บอกภิกษุ ท่านก็จะไปอีกทางนึง..

ทำให้ไม่มีจุดร่วม ไม่เข้าใจ มองอะไรไม่ตรงกันถึงจุดหมาย ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว 
ก็เกิดช่องว่าง ทำให้คนเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย..
ซึ่งตรงนี้แหละ.. เป็นจุดสำคัญของคอมมิวนิสต์พอดี!

คุณคึกฤทธิ์เล่าไปเรื่อยๆก็จริง.. แต่หากเรานำมาคิดดีๆ

มันก็ประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงของเราในวันนี้ได้เช่นกัน..

หลายเรื่องเลยด้วยสิ.. ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจริตและมุมมอง การคิดต่อของแต่ละคนแล้ว..

......................................................

ฉันชอบที่คุณคึกฤทธิ์เธอเล่าไว้ตอนท้ายของเรื่องนี้ว่า..

ที่เล่าเรื่องนี้ก็เพราะเห็นคนหลงลืมกันไปว่า การปฏิวัติในรัสเซียนั้น 

ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคอมมิวนิสต์เป็นผู้ทำ..
แต่เกิดจากประชาชน และคนที่มีใจเป็นเสรีนิยมเป็นส่วนใหญ่อยู่ข้างหลังต่างหาก

..............................................

คอมมิวนิสต์ไม่ได้น่ากลัว.. ถ้าเราไม่ชอบเค้า เราต้องไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง..

ต้องเข้าถึงประชาชน.. ให้เค้าท้องอิ่ม ตัวอุ่น..

ต้องจริงใจ  ใส่ใจในทุกข์สุขของเขาจริงๆ..

ต้องไม่แบ่งว่า เขาคิดเหมือนหรือคิดต่าง.. เพราะเขาเป็นคนของเรา..

เป็นภาระหน้าที่ที่เราต้องดูแล..

ที่จริง “เรา” ในที่นี้ก็แปลได้หลายกลุ่มเหมือนกันจะว่าไป..

เพราะคอมมิวนิสต์เอง จุดหมายแล้วเขาก็อยากให้คนของเขาได้ท้องอิ่ม ตัวอุ่น

ไม่ต่างจากระบอบความคิดอื่นๆเหมือนกันนะ..

แต่รายละเอียดและวิธีการต่างหากที่แตกต่างกัน.. ก็เท่านั้น..

ขนาดคอมมิวนิสต์เอง ยังย่อยออกไปอีก

อย่างคอมจีนแดง..คอมรัสเซีย..คอมเกาหลีเหนือฯลฯ
เหมือนแดงแท้ แดงเทียม  แอ๊บแดง..ของบ้านเรา..

บังเอิญว่า ฉันเป็นคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนกับคนเสื้อแดงได้  ด้วยความเต็มใจเป็นที่ยิ่ง 555..
เพราะก็สัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ  คนอื่นจะคิดยังไง เชื่อหรือไม่ก็ไม่ทราบ..ก็แล้วแต่บุคคล..

ส่วนตัวก็ได้เจอแดงทำมาหากิน..แดงโครตลำบาก และมาเรียกร้องเพราะไร้ความยุติธรรมในชีวิต..
แดงที่มีความรู้ ..แดงจงรักภักดีเป็นที่ยิ่ง..

เขียนเรื่องหลัง หลายคนคงออกอาการหยามเหยียด คิดว่าฉันมันโง่เซ่อที่เชื่อ..
ก็แล้วแต่อ่ะ..

แต่ฉันก็มีบทพิสูจน์ส่วนตัว  ที่หากเป็นแดงไม่จงรักภักดีแล้ว  สิ่งที่คิดที่ทำ จะเป็นอีกอย่าง
ที่เกิดผลกระทบในทางไม่ดีได้.. แต่ก็ไม่เกิด..ไม่มีใครทำ..

ส่วนแดงที่ไร้เหตุผล  แดงหาเรื่องคนอื่น  แดงรองเท้าทักกี้อะไรนี่..
ก็ยังคุยกันได้นะคะ.. คุยกันด้วยเหตุและผล..
ถ้าเขาไม่ฟังเหตุผล  ก็หยุดคุย.. แต่ไม่ได้ตั้งแง่ที่จะไม่คุย..
เพราะสุดท้าย..ให้ฆ่ากันให้ตายยังไง  มันก็ต้องกลับไปที่การคุยอยู่ดี..

คุยกับกลุ่มนี้หงุดหงิดบ้างก็มีเหมือนกัน..

แต่แปลกดีที่หากเป็นเรื่องสำคัญ  ฉันจะอดทนได้มากกว่าเรื่องอื่นๆเสมอนะ..
ถามอย่างตอบอย่างก็เจอเยอะ.. ถ้าอารมณ์ดีก็จะตอบไปเรื่อยๆ ถามกลับมั่งอะไรมั่ง..
จนเค้าไม่ตอบเรา..นั่นก็น่าจะบอกอะไรได้บ้าง 

โดยที่เราไม่ได้ถ่อยหยาบ หรือด่าทออะไรเค้าเลย..

...............................................................................

หลายวันก่อน แม่เล่าว่า หงุดหงิดมาก เพราะคนที่คุยด้วยพูดว่า..
“ตัวการ สั่งการอยู่ที่ศิริราช”..

ฉันเฉยๆนะ  เพราะไม่รู้ว่าเค้าหมายถึงใคร.. ที่นั่นเป็นโรงพยาบาล 

หมอ พยาบาล เค้าก็สั่งการกันอยู่ทุกวัน..
ไม่สั่งสิแย่.. คนไข้ตายกันพอดี!

เชื่อว่าแม่หงุดหงิด ทนไม่ได้เพราะคิดเอาเองว่า พาดพิงสถาบัน..
ไม่แน่ใจว่า เป็นส่วนนึงที่ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลกับเค้ารึเปล่าก็ไม่รู้..
เดี๋ยวเย็นนี้ต้องถามหมอหน่อยแล้ว 555..

เป็นธรรมดาของคนไทยส่วนใหญ่..ใช้คำว่า ส่วนใหญ่..นะคะ..
รักและเทิดทูนสถาบันเป็นที่ยิ่ง..

แต่..อย่างนึงที่เราอาจจะหลงลืมไป..ฉันเองก็เป็นเหมือนกันในบางครั้ง..
ซึ่งก็ต้องพยายามเตือนตัวเองเวลาที่ลืมว่า..

เราไม่เคยเห็น “สถาบัน” ตอบโต้เรื่องราวต่างๆด้วยวิธีที่ไม่งดงามเลย..

.................................................

เพื่อนฉันเองก็อยู่ในอาการ “องค์ลง” หลายครั้ง เวลาได้เห็น ได้ยินอะไรที่ไม่ถูกหูแบบนั้น..

เช่น.. มีข้อมูลนึงที่มักได้ยินพี่น้องเสื้อแดงบางกลุ่มพูดพาดพิงสถาบัน
ในทำนองสมมติเทพ.. อภิสิทธิ์ เวช..เอ้ย! อภิสิทธิ์ชน..
แหม..เกือบซวย! 555..

ส่วนตัวแล้วฉันว่า เป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาว่า.. และก็เป็นมานานแล้ว

ถ้าไม่ต้องถอยหลังมากนัก  เอาแค่ สมัยสุโขทัย  เราก็มีการปกครองแบบพ่อปกครองลูก
เรียกกันว่า “พ่อขุน” ยามบ้านเมืองมีภัย  ก็ได้พ่อขุนท่านนี่แหละ ที่นำทัพไปรบทัพจับศึก..
ยามสงบก็ดูแลทุกข์สุขของประชาชน..

แล้วก็ไม่ได้ห่างไกล ชนิดที่ชาวบ้านลำบากอยู่ทางนี้  ส่วนพ่อขุนอยู่อีกที่ วีดีโอลิงค์มา..
ไม่นะคะ..แบบนั้นไม่นะ..555

เพราะง่ายๆ.. แค่ใครมาสั่นกระดิ่งร้องทุกข์  “พ่อขุน” ก็รับฟัง แก้ปัญหาให้
ความนี้ถูกจารึกไว้ในหลักศิลาจารึกสมัยสุโขทัยนั่นเอง..

ถ้าเป็นสมัยนี้..

เห็นหลายคนใช้วิธีเขียนจดหมายเอา..

หลายปีก่อนเคยได้ทำเรื่องราวของท่านใดจำไม่ได้.. แต่จำได้ว่า ลำบากมาก ไม่รู้จะทำยังไง
เขียนจดหมาย จ่าหน้าซองไว้ละเอียดมากว่า..

“..กรุณาส่ง..ในหลวง”

หลังจากนั้นไม่นาน  ก็มีคณะทำงานของพระองค์ท่านดำเนินเรื่องให้ความช่วยเหลือ..

.......................................................................

แต่หลังจากสมัยสุโขทัยแล้ว  ที่ว่าไทยเราเปรียบพระมหากษัตริย์เป็นดั่งสมมติเทพนั้น
ตามประวัติศาสตร์ก็คือ เราได้รับอิทธิพลมาจากขอม..

ตรงนี้ถ้าให้เล่าเองอาจไม่รู้เรื่องได้..  อันนี้รู้ตัวดี 555..

ขอยกจากที่คุณทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา ท่านเล่าไว้ในหนังสือชื่อ

“ทศพิธราชธรรม” มาให้ได้อ่านกันเองดีกว่านะคะ..

ไม่มีบทสรุปหรืออะไร..เน้นให้ข้อมูลมากกว่า..

และนี่คือข้อมูลที่เจอมา..

ขาดตกบกพร่อง สงสัย ไม่เข้าใจ  ท้วงติง ค้นหามาเพิ่มเติมกันได้..

ที่นำมา ก็แค่อยากให้ได้อ่านหลากหลาย  ที่เหลือให้เวลาสมองเราได้ตกผลึกคิดวิเคราะห์กัน

ตามใจท่าน ตามใจฉัน เท่านั้นเอย..


..................................................................................................


บ่อยครั้งที่คุยกับเพื่อนแล้วฉันมักจะสะเปะสะปะ เข้าเรื่องนั้น ออกเรื่องนี้..

ขนาดเขียนๆนี่ก็ไม่เว้นนะคะ..555

เพราะคนเราคุยกัน  มันไม่ได้ต้องจริงจังตั้งหน้าเคร่งเครียดอะไรเสมอไป
เพื่อนที่คุยด้วยแบบสนุกมากนั้น  ก็มักจะเป็นเพื่อนที่แย้งกันได้ คิดต่างได้
ขัดคอได้.. มีอะไรที่เราไม่รู้มาแลกเปลี่ยนความคิดกันเสมอ..

บางทีก็เป็นเรื่องที่มีสาระ..

แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่.. โครตไร้สาระเลย 555

นี่ก็ไม่รู้ว่า จะขึ้นชื่อเรื่องว่าอะไรดี?

เพราะมันดูมั่วๆไปหมด  เรื่องคอม เรื่องเทพ  เรื่องเพื่อน..

เป็นเล่นไป!..

ชื่อเรื่อง นี่สำคัญนา.. ไอ่ประเภทตั้งชื่อแรงๆเรียกคนมาอ่านอะไรแบบนั้น ไม่ใช่ฉันหรอก..
ไม่ใช่แนว 555..

ยังคิดไม่ออกเลย.. แต่ไม่เป็นไร..

เดี๋ยวเอาขึ้นบล็อกไปคิดไป..ชื่อไหนก็ชื่อนั้นล่ะนะคะ..

ขอได้รับความขอบคุณจาก..

ฉันเอง..

โดย beckyblooms

 

กลับไปที่ www.oknation.net