วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อขงเบ้งสะดุดตะเกียงเสี่ยงเทียนต่ออายุ




ในช่วงท้ายของชีวิตขงเบ้งในวรรณกรรมได้กล่าวถึงการ "เสี่ยงเทียนต่ออายุขัย" พิธีกรรมอ้อนวอนดวงดาวของขงเบ้ง เพื่อยืดอายุของตนเองไปอีกหนึ่งรอบนักษัตร(๑๒ปี) แต่ทว่าสวรรค์บัลดาลให้สิ้นอายุ ขุนพลอุยเอี๋ยนทะเล่อทะล่าเข้ามาในประโจมของขงเบ้ง และเท้าก็ไปโดนตะเกียงล้มลง พิธีกรรมต่ออายุที่ขงเบ้งเพียรทำมา ๗ วัน ๖ คืน ดับสิ้นไปในบัดดล นับแต่นั้นมาขงเบ้งก็สุขภาพเสื่อโทรมและเสียชีวิตกลางสมรภูมิ ปิดฉากชีวิตนายกรัฐมนตรีคนแรกแห่งจ๊กก๊กไปอย่างน่าเสียดาย

ที่เกริ่นมานั้นก็เอามาจากวรรณกรรมที่ทุกท่านหาอ่านได้ในสามก๊กทุกฉบับ พิธีกรรมต่ออายุของขงเบ้งเป็นสิ่งที่ปลายพู่กันของหลอกว้านจงและพ่อลูกตระกูลเหมาบรรจงแต่งเติมขึ้นเพื่อสร้างซีนดราม่าให้กับแฟนคลับสามก๊ก ยิ่งในละครที่ถังกั๊วะเฉียงแสดงแล้วยิ่งบีบน้ำตาบรรดาแม่ยกพ่อยกขงเบ้งได้ถนัด ขนาดผมดูแล้วยังลุ้น ลุ้นให้ขงเบ้งไม่ตายเลยทีเดียว

เหตุบ้านการเมืองในรอบหลายๆเดือนมานี้ก็ทำให้นึกถึงสามก๊กตอน "ขงเบ้งสิ้นบุญ" เป็นที่สุด และหากเจาะลึกลงไปอีกก็คงจะเป็นช่วงพิธีกรรมต่ออายุของขงเบ้งนี่หล่ะครับ ที่ดูแล้วเข้ากับสถานการณ์ของ "คนเสื้อแดง" และ "คนเสื้อเหลือง" เป็นที่สุด

ขออนุญาตเปรียบเปรยการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของทั้งสองสีว่าเหมือนกับทัพของ "ขงเบ้ง" (แฟนคลับขงเบ้งอย่าเพิ่งว่ากันนะครับ) ที่กำลังรุกรานกองทัพรัฐบาลวุยก๊ก(นักประวัติศาสตร์จีนยกให้เป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมครับ) คราวนี้การมาของทัพขงเบ้งนั้น รุกรานวุยก๊ก ๖ ครั้ง บางครั้งดูจะชนะ บางครั้งก็แพ้แบบง่ายๆ แต่โดยรวมคือแพ้ตลอดทั้ง ๖ ครั้งในสมัยขงเบ้ง เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับสถานการณ์คนเสื้อแดงแล้วก็ดูว่าจะคล้ายคลึงกันตรงที่ดูเหมือนว่าจะเกือบชนะ แต่ลงท้ายก็คือปราชัย แม้จะสร้างความบอบช้ำให้รัฐบาล แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ส่วนคนเสื้อเหลือง ก็เหมือนกับทัพขงเบ้ง ที่ดูว่ามีพลัง มีอำนาจ เคยชนะก๊กโจโฉในยุทธนาวีอันลือลั่นที่ผาแดง แต่สุดท้ายก็ปราชัยที่ชายแดนเมืองของโจโฉ

ความพ่ายแพ้ของขงเบ้งทั้ง ๖ ครั้งก็บั่นทอนประสิทธิภาพของกองทัพขงเบ้ง ทั้งทรัพยากรบุคคล(แม่ทัพที่ตายไปเรื่อยๆ) เสบียง อาวุธ ที่สึกหรอ ร่อยหรอ ลงไปทุกๆครั้งไป

จนมาถึงศึกครั้งสุดท้ายของขงเบ้ง(และของทั้งสองสี) เมื่อการเดิมพันในตอนนี้คือหมดหน้าตัก ขงเบ้งโดนโหรหลวงทักเรื่องดวงดาวก่อนจะออกจากเสฉวนแล้วว่าศึกครั้งนี้ปราชัยแน่นอน(คาดว่าขงเบ้งก็รู้ตัวดี) แต่ขงเบ้งก็ยืนยันที่จะทำศึกโดนไม่สนกระแสสังคม จนเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตที่กำลังจะเข้ามา ขงเบ้งพยายามยืดอายุตัวเองด้วยการเสี่ยงเทียนต่ออายุ ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกับที่ทั้งสองสีพยายามต่ออายุตัวเองด้วยการสร้างกระแสนานาชนิดให้ปรากฏกายในTV และ นสพ. เสื้อเหลืองเอาเรื่องเขมรมาชูโรง เสื้อแดงก็รำลึก ๑ วัน ๑๐ วัน ๑๐๐ วัน ๑ เดือน อะไรนั่นไปเรื่อย ซึ่งสิ่งที่เขาเหล่านี้กระทำก็คือพิธีกรรม "ต่ออาุยุ" นั่นเองหล่ะครับ

แต่จุดผกผันของเรื่องสามก๊กตอนนี้คือ "อุยเอี๋ยน" ผู้สะดุดตะเีกียงต่ออายุ แล้วใคร? จะมาเป็นอุยเอี๋ยนของทั้งสองสี ที่จะทำให้ "ขงเบ้ง" สิ้นชีวีกลางสมรภูมิ

ไปดูที่สีเหลือง แกนนำแตกคอกันเอง ไม่ว่าจะเรื่องเงิน อุดมการณ์ ความเหมาะสมของเวลาที่จะออกมา ความขัดแย้งส่วนตนจนบานปลายไปสู่ส่วนรวม เหล่านี้คือ "อุยเอี๋ยน" ที่มาสะดุดตะเกียงต่ออายุทั้งนั้น

แกนนำเสื้อเหลือง ไม่มองว่าสังคมไทยเบื่อหน่ายคำว่า "การเมืองข้างถนน" คนกรุงเทพเบื่อรถติด เบื่อการชุมนุม ไม่ว่าจะสีไหน และเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เสื้อเหลืองต้องออกมาก็กลายเป็นเรื่อง "ขะแมร์" เพราะคนใกล้ตัวไปก่อเรื่องที่ชายแดน จนทำให้วิกฤตชายแดนระอุนั้น กลับนำมาสร้างเป็นเงื่อนไขก่อหวอด แม้จะมีคนสนับสนุนก็ตาม แต่คนเบื่อก็เยอะ ตะเกียงต่ออายุที่ล้มลงนี้ ไม่มีทางที่จะทำให้ "การใหญ่" ของคนเสื้อเหลืองสำเร็จไปได้ (ตอนนี้มาโหวตโนอีก เหนื่อยใจจริงๆ)

มาดูที่คนเสื้อแดง ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรสิ่งที่ออกมาจากปากก็ไม่สามารถก้าวพ้นคนชื่อ "ทักษิณ" ความอลม่านของคนเสื้อแดงอยู่ที่เกิดจากการรวมตัวของหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มล้มเจ้าที่มาอิงแอบแนบชิดทำทีเพรียกหาประชาธิปไตย แต่ที่จริงไม่ใช่!!!

คนที่จะมาทำให้ตะเกียงคนเสื้อแดงล้มลงนั้นคงไม่พ้น "จตุพร  พรหมพันธุ์" ด้วยความอหังการ์ถึงที่สุดของคนๆนี้จะทำให้มวลชนคนเสื้อแดงพังพินาศ และล่มสลายลงอย่างไม่เป็นท่า(รวมทั้งตัวเขาด้วย) ด้วยพฤติการณ์ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่เคารพผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงฝน วาจาดุจผายลมเช่นนี้แล้ว เตรียมนับวันถอยหลังของคนเสื้อแดงได้เลย

แม้ว่าแกนนำคนอื่นๆจะใช่ย่อย และไม่ต่างไปจากนายจตุพรสักเท่าไหร่ แต่คนเหล่านั้นก็ล้วนไม่ "อหังการ์" เทียบเท่านายจตุพรคนนี้ ความโดดเด่นให้เพื่อนติดคุก ตนเองใช้เอกสิทธิ์ ความโดดเด่นในเรื่องหน้าตาและวาจาที่ยียวนกวน... ความโดดเด่นในเรื่องผลงานการรณรงค์ ล้วนเป็นสิ่งที่เขาสมควรจะได้รับผลกรรมแน่นอนในไม่ช้านี้

หากไม่นับนักวิชาการหัวโตผมหงอกที่ผมพยายามตามอยู่หล่ะก็ นายจตุพรก็คืออีกคนหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นคนๆนี้ "รับกรรม" ที่ทำไว้กับแผ่นดินไทยโดยเร็วที่สุด

วันนี้ทั้งสองสี "สะดุด" ตะเกียงต่อชีวิตของเขาล้มลงทั้งคู่แล้ว ก็รอเพียงวันที่พญายมบาลจะมาปลิดวิญญาณไปจากร่างก็เท่านั้น!!!

โดย เสฐียนพงษ์_แซ่ตั้ง

 

กลับไปที่ www.oknation.net