วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี การพัฒนาเชิงอนุรักษ์ที่ควรตรึกตรอง (ในมุมมอง ของข้าพเจ้า)!!


ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี การพัฒนาเชิงอนุรักษ์ที่ควรตรึกตรอง (ในมุมมอง ของข้าพเจ้า)!! 

"ถึงนามสามชุกถ้า ป่าดง 


เกรี่ยงไร่ได้พ่ายลง แลกล้ำ 


เรือค้าเท่านั้นคง คอยเกรี่ยงเรียงเอย


รายจอดทอดท่าน้ำ นับพ่ายฯขายของ"

โคลง บทนี้ คัดมาจากตอนหนึ่งของนิราศสุพรรณซึ่งสุนทรภู่เขียนไว้ ครั้งเดินทางมาสุพรรณบุรี ในปีพุทธศักราช ๒๓๘๕ เพื่อมาหาเหล็กไหลที่เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ 

วิถีชีวิตของสังคมเมืองในยุคนี้ผูกพันกับซุเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดติดแอร์เสียจนชินหลงลืมไปว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยเป็นเช่นไร 

ระยะเวลาในการเดินทางแค่เพียง 2 ชั่วโมง ขับรถจากกรุงเทพฯสู่เมืองสุพรรณบุรีถนนลาดยางอย่างดี ด้วยความทุ่มเทเพื่อมาตุภูมิ ของท่านอดีตนายกฯ บรรหาร แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 แยกเข้า อ.สามชุก ตัวตลาดอยู่ริมน้ำติดที่ว่าการอำเภอ
ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน เสน่ห์ของตลาดสามชุก คือ บรรยากาศที่เหมือนเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเข้าไปในละครพีเรียดสักเรื่องหนึ่ง ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง และยังคงรักษาสิ่งปลูกสร้างแบบเดิมๆไว้ได้อย่างน่าดู ต่างจากตลาดหลายแห่งที่เป็นความพยายามที่จะสร้างภาพให้ดูเก่าแก่เท่านั้น หรือไม่ก็แต่งเติมเสียจนกลายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์กันไปหมดลืมไปว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของตนคืออะไร


หากย้อนอดีตถึงในยุคเฟื่องฟูของตลาดสามชุกจะพบว่า ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ถือเป็นแหล่งทำนาที่มีความสำคัญมาก มีโรงสีไฟขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่งทำให้ตลาดสมาชุกแห่งนี้กลายเป็นแหล่งตลาดค้าข้าวที่สำคัญ จึงทำให้เกิดการค้าขายกันอย่างกว้างขวางทั้งยังได้มีการขยายวงกว้างจากริมแม่น้ำสู่ริมฝั่งข้างเคียงจนทำให้เกิดศูนย์กลางการค้า มีการเก็บภาษีจำนวนมาก โดยมีนายอากรคนแรก ชื่อ "ขุนจำนง จีนารักษ์" 


แต่หลังจากที่ได้มีการตัดถนนผ่าน วิถีชีวิตคนเปลี่ยนแปลง ผู้คนหันไปใช้ถนนเป็นหนทางสัญจรมากขึ้นจนทำให้ตลาดสามชุกเริ่มซบเซาในที่สุด แต่ด้วยความเข้มแข็งของชุมชนที่ต้องการจะปลุกให้ตลาดสามชุกกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง จึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นมา

ปัจจุบันนี้บ้านของขุนจำนง จีนารักษ์ได้ถูกดัดแปลงเป็น "พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์" โดยบ้านไม้ 3 ชั้นหลังนี้แกะสลักด้วยลวดลายขนมปังขิงถือเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ในอดีต วิถีชีวิตชุมชนไว้อย่างลงตัว ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าของบ้านเหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ มีรูปภาพเก่าแก่ที่บอกเล่า เรื่องราวในอดีต ความเป็นมา และประวัติศาสตร์สังคมของท้องถิ่น
นอกจากในบริเวณเดียวกันก็ได้มีการอนุรักษ์บรรยากาศเก่าๆ นับตั้งแต่โรงแรมอุดมโชค โรงแรมหรูเก่าแก่ที่เปิดให้บริการในอดีต สนนราคาห้องพักแค่เพียง 20 บาทต่อคืน ไปจนถึงร้านขายยาโบราณ ที่มีเครื่องบดสมุนไพรในอดีต ร้านถ่ายรูปโบราณมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่ ซึ่งเป็นกล้องรุ่นที่ต้องใช้แสงจากแสงอาทิตย์ อายุกว่าเก้าสิบปีเป็นกล้องนำเข้า มาจากเยอรมันนี


คุณพงษ์วิน ชัยวิรัตน์ ประธานโครงการ

ดิฉันได้มีโอกาสพบกับคุณพงษ์วิน ชัยวิรัตน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกในเชิงอนุรักษ์ และท่านได้ให้เกียรติเป็นมุคคุเทศก์กิติตมศักดิ์ ในการนำชมตลาดแห่งนี้

ภายในบ้านขุนจำนงจีนารักษ์...ตะกร้าหวายคู่ ใช้ในงานมงคลชาวจีน

ร้านบ้านโค๊ก

ลังไม้โค๊กเก่า แต่ขวดไม่เก่า

">

กด playเพื่อชมวิดีโอ

โปรดปิดเสียงเพลงที่เครื่องเล่นด้านล่างก่อนค่ะ

มอเตอร์ไซค์แต่งสไตล์โค๊ก

ร้านบ้านโค้ก ซึ่งดิฉันได้เข้าไปแล้ว มีความรู้สึกว่า ไม่เข้ากับบรรยากาศของการอนุรักษ์ของเก่า ไม่ว่าจะเป็น ของสะสมที่เกี่ยวกับโค๊ก ก็มิได้มีความเก่าจริง น่าจะเป็นส่วนที่ชูประเด็นของการเก็บสะสม Collectibleมากกว่า (ต้องขออภัยหากดิฉันกล่าวตรงเกินไป) ด้วยเหตุที่ หากเราต้องการเป็นแหล่งอนุรักษ์ก็ควรรักษาแนวความคิดนี้ไว้ให้ครบถ้วน มิใช่หวังแต่อาศัยความบูมของเรื่องอนุรักษ์ของเก่าแล้วลืมนโยบายของตัวเอง

หมายเหตุ ที่เห็นมีเก่าจริงก็จะเป็นลังไม้โค๊ก ซึ่งสรุปก็คือ น่าจะเป็นร้านขายเครื่องดื่มธรรมดาที่ ตกแต่งด้วยของประดับที่เป็น themeโค๊ก เท่านั้น

ขนมโบราณ ขาย 2 ข้างทาง

น้องเฟิน มัคคุเทศก์น้อย คนผู้น้อง

สำหรับสิ่งดีๆ ที่น่าชื่นชมคงจะเป็นมุคคุเทศก์น้อย ผู้น่ารัก น้องเฟิน และน้อง เฟรม ซึ่งการมีมุคคุเทศก์น้อย เป็นจุดที่ควรส่งเสริม เพื่อให้เยาวชนตัวน้อยๆ ของท้องถิ่น ได้รักและภูมิใจในถิ่นบ้านเกิด ของตนเองและในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้เยาวชนในท้องถิ่นไปด้วย


ไฮไลท์ที่สำคัญของตลาดสามชุกไม่ได้มีเพียงแค่บรรยากาศเท่านั้น แต่รายล้อมไปด้วยอาหารอร่อยสูตรโบราณที่มีอยู่มากมาย ตั้งแต่ร้านบะหมี่เจ๊กอ้าว ข้าวห่อใบบัว สูตรดั้งเดิม เจ๊ตี่เป็ดย่าง เป็นพะโล้ใหลำ นายเอ๋ผัดไทกุ้งสด เป็นต้น เรียกว่ากินได้กันอย่างอิ่มหนำสำราญกับรสชาติแสนอร่อยในราคามิตรภาพ คลุกเคล้ากับยิ้มสยามของพ่อค้าแม่ขายที่ยังไม่หายไปกับกาลเวลา


"
ตลาดสามชุก" ในวันนี้หากไม่ต้องการเป็นแค่เพียงแค่ "ตลาด" เท่านั้น และหากยังคงแน่วแน่เพื่อเป็น "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" เป็น "ลมหายใจแห่งอดีต" ที่ยังเปิดประตูต้อนรับรอการเยี่ยมเยือนจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น หรือแม้แต่ต่างชาติ ควรต้องหมั่นตรึกตรองและทบทวนการดำเนินงานของชุมชน ให้ยึดมั่นกับสัญญาต่อประชาคมว่าจะเป็นตลาดร้อยปี ในเชิงอนุรักษ์ มิใช่หวังกระแสการบูมแล้วละเลย ความเป็นอดีตที่น่าจดจำเล่าขานสืบต่อกันจนชั่วลูกหลาน

แผนที่

เพลงของสุรพล สมบัติเจริญ ...สนใจเพลงโปรดอุดหนุนศิลปินค่ะ
Powered by feng_shui

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net