วันที่ จันทร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิลิตปฐวีวจนะ (๗) หมู่บ้านภูเพ


(๕) หมู่บ้านภูเพ

ฮ่าย

๘๕ ศรี ศรีมหาวาร จักขานแผ่นดินเค้า ไทครัวเต้าตีนภูเพ ป่าวสักเคไหว้เทพดา วาจาป่าวนางธรณี ขาบผีเสื้อผีปู่ตา ขอเชิญมารับรู้ ฝูงผู้ข้าฯ มาอาศัย แต่เมืองไกลบ่อนน้ำมาก มาฝากผีแลฝากไข้ ไว้ตีนภูบ่อนอุตดม ขุนบรม[1]เป็นรากเหง้า ขุนลอเจ้าองค์เชษฐา ครองอาณาจักรล้านช้าง ผาล้านสร้างเมืองหอแต จุลงแลแดนแกวพู้น ท้าวคำผงครองล้านนา อยุธยาท้าวอินนั่ง ท้าวกมสั่งเมืองคำม่วน ส่วนขุนเจืองครองเชียงขวาง ปวงข้าน้อยหลานเหลนหล้อน บ่มีบ่อนอาศัย ขอพรไชยขุนโคตรเหง้า ฝูงผู้ข้าพระเจ้า หมายตั้งแต่งสถาน อยู่แลฯ

วิชชุมาลี

๘๖ ยามนั้น    ศักราชตั้ง       ในหว่างโดยประมาณ

สองพัน         พระวษา         สี่ปลายปีร้อย

เจ็ดสิบ          กาลผันพ้น     พรรษาพุทธะผ่าน

นิพพาน         ภายเคลื่อนคล้อย โดยด้ามดั่งบุญ      ท่านเอยฯ

๘๗ ไทครัว     พากันยั้ง        หยัดอยู่ตีนภู

โคกหนึ่ง        ทำเลหนุน      นั่นนอนเย็นเนื้อ

ทางทิศ         เหนือขนานหยู้ สายธารห้วยฮ่อม

อาศัย            กินอาบเอื้อ     อวยได้ดั่งประสงค์ฯ

๘๘ เขาว่า      ผาเพหย้อน    “หมาบักทอก”[2] ตีนยัน

                   ภูเพลง          ฝั่งผาภายก้ำ

ยังมี    ชาละวันแข้[3]    ตนแข็งโดยอาชญ์

          เนาแหล่งน้ำ   ยังห้วยแม่กระแสฯ

๘๙ แข้ใหญ่   หวงเขตน้ำ     หนักกว่าแดนใด

บ่ว่า    ไผเล็งแล       ล่องลงยังน้ำ

มันก็    ไววาฟ้าว       ราวีโดยอาชญ์

คนเขา ยำพ่องหย้าน  พญาแข้คาบคอฯ

๙๐ ฮ้อนฮอด  ญาท่านท้าว   ขุนเพิ่นครองคน

จึงได้   เชิญชวนขอ    ผู้มีอาคมกล้า

          มนต์ขลังเวทย์ มีวิชากล้าแกร่ง

ขอให้  มาผาบแข้      ตนฮ้ายพ่ายไป แด่ถ้อนฯ

โคลง ๒

๙๑ “แสนคำ”[4]ใจแกร่งกร้าว   อาสาเต็มจิตท้าว

ผาบพ่ายดิรัจฉาน                แลนาฯ

๙๒ การยุทธยืนเยิ่นแท้         แสนคำมิอาจแพ้

จระเข้มิคายเคือง                 แลนาฯ

๙๓ “ขุนเรืองอำนาจ” กล้า     หาญรับคำที่ท้า

ขับเคี่ยวพันตู            แลนาฯ

๙๔ ขุนมิอาจต่อสู้      ดิรัจฉานชาติผู้

หยัดด้วยมนต์ขลัง      แลนาฯ

๙๕ ยังมีนางหนึ่งแท้   ขันอาสาผาบแข้

ดุร้ายตนมาร             แลนาฯ

๙๖ สังหารดิรัจฉานร้าย         แม่หมอมีเวทย์คล้าย

ขับสู้อาจหาญ           บารนีฯ

๙๗ มารมิอาจต่อสู้     “นางยอดหญิง” ยิ่งผู้

ผาบแพ้ทศทิศ           เทียวเฮยฯ

โคลง ๔ สุภาพ

๙๘ จึงลิขิตนามแหล่งห้วย    สามหมอ       นานมา

หมอหนึ่งนักเลงพอ    กลับพ่าย

หมอสองศัตราหนอ    มีเดช   ฤทธิ์เฮย

ยังระย่อยกสุดท้าย     ต่อผู้ดิรัจฉานฯ

๙๙ จอมมารมามอดม้วย       โดยหญิง                 แลนา

คือแม่นางตนจริง                แม่บ้าน

คือคนอุ่นอวยอิง                 เป็นแม่ ครัวเฮย

คนที่ครองรอบด้าน     หนักแท้เทียวหนาฯ

๑๐๐ ภูมิผาเพถิ่นที่     ไทครัว สถิตแฮ

แยกย่อยสาขาตัว                ลุ่มน้ำ

สามหมอแม่ดังหัว      เป็นใหญ่

หลายแหล่งรวมสายซ้ำ         หล่อเลี้ยงนิคมคนฯ

๑๐๑ บุญดลฤๅบาปกลั้ว        เกินไฉน         ฤๅนอ

มีเหตุอันเป็นไป                   หว่างมื้อ

คนเขาป่วยเจ็บใน       มิสร่าง ซาแฮ

ดั่งห่าลงเลียบอื้อ                 ปลิดร่วงชีวีฯ

๑๐๒ ฝีดาษลงดาดด้าว         ภูเพ    พ่อเอย

ระบาดระบือเท          ทับร้าย

คนเขาปลิดปลงเถ      ถมถื่น  ตายแฮ

ฝังร่างลงแลคล้าย      ถิ่นห้าวคงแข็งฯ

๑๐๓ แลงงายฤๅร่ำไห้ เหือดสาย       น้ำตา

จำจากหนีไกลหาย     แห่งที่

ลูกเล็กเด็กแดงตาย    ตามตก          พ่อเอย

จำปล่อยทำเลนี้                  รกร้างไกลหนีฯ

๑๐๔ เสียทีปลูกกล้วยอ้อย อันกิน     อยู่เฮย

ลงรากเสาะทรัพย์สิน   ปลูกสร้าง

ครกมองกระเดื่องดิน  ต่ำต่าว เมล็ดแฮ

จำจากโคกบ้านร้าง    ขยับย้ายเรือนชานฯ



[1] ในหนังสือเมืองล้านช้างกล่าวไว้ว่า พระราชโอรสทั้ง ๗ ของขุนบรมราชาธิราช ได้ไปครองบ้านเมืองต่างๆ คือ

(๑)    ขุนลอ ครองเมืองล้านช้าง

(๒)    ขุนผาล้านครองเมืองต้าหอ หรือหอแต

(๓)    ท้าวจุลง ครองเมืองจุลนี หรือเมืองแกว

(๔)    ท้าวคำผง ครองเมืองโยนก หรือล้านนา

(๕)    ท้าวอิน ครองล้านเพีย คืออยุธยา

(๖)    ท้าวกม ครองเมืองหล้าคำม่วน และ

(๗)    ท้าวเจือง ครองปะกันเชียงขวาง

[2] ตำนานภูผาเพมีว่า มีลูกสุนัขตัวหนึ่งนาม “หมาบักทอก แปดศอกบ่ทัน(มืน)ลืมตา ยันภูผาขาดลงเป็นบั้น” ภูผาเพอยู่ในเทือกเขาภูผาแดง-ภูเม็ง เป็นสันปันน้ำลุ่มน้ำห้วยสามหมอ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงกับเทือกภูโค้ง ภูแลนคา ที่เป็นสันปันน้ำด้านทิศตะวันตก รอยต่อระหว่างสันปันน้ำสองเทือกเขานี้ มีช่องเขาขาดที่เรียกขานว่า “ช่องสามหมอ” เป็นที่ซึ่งลำห้วยสามหมอไหลผ่านลงสู่แม่น้ำซี

[3] จรเข้

[4] เล่าขานกันเป็นตำนานว่า นานมาแล้วยังมีพญาจระเข้ดุร้ายตนหนึ่ง อาศัยอยู่ในภูมินิเวศลำน้ำแห่งนี้ ผู้คนต่างขยาดหวาดกลัว มิกล้ากล้ำกลายลงในแหล่งน้ำ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเคยอาศัยเป็นที่ทำมาหากิน เก็บหาพืชผักพืชน้ำและกุ้งหอยปูปลา ผู้ปกครองบ้านเมืองในสมัยนั้นจึงได้ประกาศหาผู้กล้ามาปราบเดรัจฉานร้ายตนนี้ ท้าวแสนคำเป็นผู้อาสาคนแรก แต่ไม่สำเร็จ ท่านขุน เรืองอำนาจอาสาปราบเป็นคนที่สองและไม่สำเร็จเช่นกัน ร้อนถึงแม่นางยอดหญิง สตรีผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ จึงสามารถกำจัดอิทธิฤทธิ์นั้นได้ นับแต่นั้นมาแหล่งลุ่มแห่งนี้ จึงขนานนามว่า “ห้วยสามหมอ” ตราบเท่าทุกวันนี้ 

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net