วันที่ พุธ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ :: มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (๒) - วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร


หลังจากที่ผู้อำนวยการจ่ายได้จ่ายค่าทุเรียนกระดุมของยายไปเรียบร้อยแล้ว ก็เดินต้อย ๆ ตามสองยายหลายเข้าไปในแมคโดนัล ทั้งคู่สั่งอาหารเรียบร้อย แน่นอนที่สุดผู้อำนวยการจ่าย ก็ต้องไปสั่งและไปจ่ายตามระเบียบ

หลังจากที่รับประทานอาหารฝรั่งกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ลงมาเรียกแท็กซี่เพื่อออกเดินทางต่อไปยัง วัดเทวราชกุลชรวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่ห้าแล้วสำหรับปีใหม่ปีนี้

ฉันบอกให้แท็กซี่จอดที่หน้าโบสถซึ่งอยู่ด้านใน เพื่อที่ยายจะได้ไม่ต้องเดินมาก และจะได้แวะกราบ "พระพุทธเทวราชปฏิมากร" ก่อนที่จะไปถวายสังฆทาน เพราะจำได้ว่าเมื่อปีใหม่เคยมา ที่กำแพงแก้วของโบสถมีประตูเปิดถึงมณฑปจตุรมุข

เอาเข้าจริง ๆ ประตูพระอุโบสถที่เชื่อมติดกับมณฑปวันนี้ดันมาปิดซะได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไหน ๆ ก็เข้ามาทางนี้แล้ว ก็เลยพาสองยายหลานไปกราบพระประธานในโบสถเสียก่อน

วัดเทวราชกุญชรแห่งนี้ เป็นพระอารามหลวง มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ตามประวัติศาสตร์มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อคราวกรมพระพิทักษ์เทเวศร์เป็นแม่งานกว่า ๑๕๐ ปีล่วงมาแล้ว

พระอุโบสถอันล้ำค่าและพระประธานที่มีพุทธลักษณะงดงามอย่างยิ่ง ไม่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบัน เพดานที่ทำด้วยไม้ อายุไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ปี เสื่อมสภาพ บ้างแตกหัก ร่วงหล่นตามธรรมชาติ บ้างห้อยโหนไหวเอนตามแรงลมพัด บ้างเป็นเกล็ดสะกิดหลุดไม่คงรูป

จิตรกรรมภาพวาดเจือจางหาย คงไว้แต่ศรัทธาของพระสงฆ์และสามเณร ตลอดจนประชาชนที่แวะเวียนเข้ามาประกอบพิธีกรรม เกรงจะเป็นภัยด้วยหมดสภาพขาดการบูรณะ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเครื่องมือที่ทันสมัย แต่ก็ขาดผู้จัดการ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๔ ท่านเจ้าคุณพระศรีวชิรโมลี เปรียญธรรม ๙ ประโยค อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง (ปัจจุบันมีราชทินนามว่า พระราชสุธี) รับพระบัญชามาเป็นเจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร

แล้วความนี้ก็ทราบถึง ศาสตราจารย์ ดร. อุกฤษ และท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน ซึ่งเป็นผู้นำคณะศรัทธา รับเป็นประธานอำนวยการบูรณะพระอุโบสถ โดยมอบหมายให้ นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการเปิดซองและคัดเลือกผู้ก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ดำรงค์ก่อสร้างวิศว จำกัด

ด้วยมูลค่าการบูรณะปฏิสังขรณ์จำนวน ๑๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สิบสองล้านห้าแสนบาทถ้วน) เริ่มบูรณะเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๕ โดยศาสตราจารย์ ดร. อุกฤษ มงคลนาวิน ประกอบพิธีบูชาสักการะประธาน และบวงสรวงเทพยดา สกัดปูนและรื้อกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถเป็นปฐมฤกษ์ การบูรณะปฏิสังขรณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและก้าวหน้าตามสัญญาว่าจ้าง บูรณะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๖

ส่วนพระประธานนั้น ก็มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี และขาดการบูรณปฏิสังขรณ์มีสภาพชำรุดไม่ต่างจากพระอุโบสถ เช่น ผิวองค์พระผุกร่อน ทองที่ปิดองค์พระซีดจางเลือนราง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชสุธี เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร จึงได้ปรึกษากรมศิลปากร และได้ดำเนินการบูรณะองค์พระประธานทั้งหมดจนแล้วเสร็จ

ส่วนฐานชุกชีพระประธานในพระอุโบสถได้ทำการบูรณะพร้อมกับพระประธาน โดยปั้นเสริมลายที่ชำรุด ฉีดกาวอัดชั้นปูนที่เป็นโพรง ทำพื้นลงรักปิดทอง และประดับกระจกสี จนแล้วเสร็จในปีเดียวกันนั้น

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ฝีมือช่างสมัยทวารวดี ประดิษฐานบนฐานชุกชี หน้าตักกว้าง ๔.๓๕ เมตร สูงตั้งแต่พระเพลาถึงยอดเปลวรัศมี ๕.๖๕ เมตร

ประวัติของพระพุทธรูปองค์นี้ คุณหลวงวรศักดิ์ภูบาล เล่าว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๓ ทรงทราบมาว่า กรุงศรีอยุธยาพบพระทององค์ใหญ่โปรดเกล้า ฯ ให้กรมหมื่นพระพิทักษ์เทเวศรไปอันเชิญลงมายังพระนคร ในกรมได้ทรงต่อแพอันเชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่ล่องลงมา ครั้นถึงปากคลองเทเวศร์ แพเกิดดื้อฉุดเท่าไรก็ไม่มายังตำหนักแพจึงโปรดเกล้า ฯ ให้กรมหมื่นพระพิทักษ์เทเวศร อันเชิญพระพุทธรูปนี้ขึ้นที่วัดสมอแครง

เมื่อสร้างถนนศรีอยุธยา ตัดจากสวนจิตรลดา พุ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งใจจะผ่าวัดเทวราชกุญชรออกเป็นสองซีกโดยจะรื้อพระอุโบสถเพราะคิดว่าพระประธานเป็นพระก่อด้วยอิฐแต่ปรากฏว่าพระประธานเป็นพระทองทางการเลยตัดถนนเลี้ยวขวาไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา (นิทานชาวไร่ เล่ม ๗ น.อ.สวัสดิ์ จันทนี พ.ศ.๒๕๑๕ หน้า ๑๒๖ ๑๒๗)

ส่วนสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงวินิจฉัยที่มาของพระพุทธรูปนี้ไว้ว่า

...ต่อมา เมื่อถึงสมัยเมื่อสร้างวัดเบญจมบพิตร หม่อมฉันไปทอดกฐินวัดเทวราชกุญชร สังเกตเห็นพระพักตร์พระพุทธรูปหล่อที่เป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นลักษณะแบบพระสมัยทวารวดี แต่องค์พระเป็นพระแบบกรุงรัตนโกสินทร์ สืบตามได้ความว่า พระประธานองค์นั้นกรมพระพิทักษ์เทเวศรอันเชิญลงมาจากเมืองลพบุรี ก็เข้าใจว่า คงได้แต่เศียรมาหล่อองค์ที่ในกรุงเทพ ฯ หม่อมฉันจำขนาด ไปตรวจดูที่เมืองลพบุรี เมื่อภายหลังก็พบกับแหล่งเดิม ว่าเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ วัดอื่นหามีที่ตั้งพระพุทธรูปขนาดใหญ่เท่านั้นไม่... (ที่มาสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ,สาส์นสมเด็จ เล่ม ๒๑, พระนคร : โรงพิมพ์ครุสภา,๒๕๐๔ หน้า ๘๓)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อพระพุทธรูปว่า พระพุทธเทวราชปฏิมากร เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖

ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านข้างทั้ง ๒ ด้าน เหนือช่องหน้าต่างเขียนภาพเหตุการณ์เหล่าเทพยดามาชุมนุมกัน ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ด้านล่างระหว่างช่องหน้าต่างเป็นภาพภิกษุกำลังปลงอสุภกรรมฐาน ส่วนจิตรกรรมที่ผนังตอนล่างระหว่างช่องประตูหน้าเป็นภาพทศชาติ เรื่อง สุวรรณสาม และด้านหลังเป็นภาพวัดเทวราชกุญชรเดิมก่อนที่จะมีการสร้างพระอุโบสถหลังนี้

เมื่อเรากราบพระพุทธเทวราชปฏิมากรและถวายผ้าจีวรเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ต้องเดินอ้อมโบสถเพื่อมายังมณฑปจตุรมุข ซึ่งเป็นที่ ๆ พระสงฆ์จะทำการสวดรับสังฆทาน

ที่ตั้งของมณฑปจตุรมุขเดิมเป็นสถานที่ตั้งของพระอุโบสถหลังเก่า หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า โบสถ์น้อย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลังคามุงกระเบื้องดินเผา สูงประมาณ ๑๐ เมตร

เมื่อพระอริยมุนี (ศรี ฐิตพโล) อดีตเจ้าอาวาสรื้อถอนแล้ว ยังเหลือพระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น หน้าตักประมาณ ๒ ศอกเศษ ตั้งบนฐานชุกชี อดีตเจ้าอาวาสได้สร้างหลังคาครอบไว้ และฐานพื้นอุโบสถถมดินขึ้นสูงประมาณ ๔๐ ๕๐ เซนติเมตร

ปูกระเบื้องซีเมนต์ให้เป็นลานอยู่อย่างเก่า เนื่องด้วยพระประธานเป็นพระเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนชาววัดเทวราชกุญชรและชาวตลาดเทวราช ให้ความเคารพบูชาตลอดมา อดีตเจ้าอาวาสพร้อมกับคณะกรรมการวัด จึงได้มีมติก่อสร้างมณฑปทรงจตุรมุขคอนกรีตทั้งหลังเพื่อใช้ประดิษฐานพระประธานเก่าแก่

โดยได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อ วันที่ ๔ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๓๖ ขนาดของมณฑปจตุรมุขเท่ากันทั้ง ๔ ด้าน คือประมาณ ๑๒.๔๐ เมตร ยกพื้นสูงประมาณ ๑.๔๐ เมตร พื้นและผนังด้านในมณฑปปูด้วยหินอ่อน

ต่อมา พระศรีวชิรโมลี (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.๙ ปัจจุบันมีราชทินนามว่า พระราชสุธี ) ได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราชให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๔ จึงได้ดำเนินการติดไฟระย้าภายในมณฑป ไฟกินนรี และไฟระเบียงรอบนอกมณฑป ปรับปรุงสวนหย่อมรอบ ๆ มณฑป แล้วเสร็จ เมื่อ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ปัจจุบัน มณฑปจตุรมุข นอกจากเป็นที่ประดิษฐานพระประธานแล้ว ยังเป็นสถานที่สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน และเป็นที่ทำบุญถวายสังฆทานในโอกาสต่าง ๆ

เมื่อเดินไปถึงพวกเราก็เข้าถวายสังฆทานที่เตรียมไปและสังฆทานที่ทางวัดจัดเอาไว้ให้กับพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อย ยืนรับลงหน้ามณฑปซักพัก ก็เดินทางกันไปต่อที่วัด "นรนาถร" ที่อยู่ในซอยใกล้ ๆ กัน แม้นจะตั้งอยู่กลางเมือง แต่ด้วยเป็นวัดเล็ก ๆ จึงไม่ค่อยมีคนรู้จักสักเท่าไร

อ้างอิงข้อมูลจาก :: http://www.109wat.com/bk01.php?id=734

แสนคำนึง
by Youtube.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สรงน้ำพระสิบสามวัด

มหาสงกรานต์ บ้านฉัน

ตลาดโบราณ วัดบวรนิเวศ

สงครามเย็น ที่ตรอกข้าวสาร

หลบน้ำ ชมวัฒนธรรมที่ สวนนคาภิรมย์

ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ ตลาดรัตนโกสินทร์

สรงน้ำพระรอบโลหะปราสาท วัดราชนัดดา

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (๑) - วัดราชาธิวาส

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (๒) - วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (จบ) - วัดนรนาถสุนทริการาม

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net