วันที่ พุธ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ :: มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (จบ) - วัดนรนาถสุนทริการาม


ทางเข้าด้านข้าง

เราออกจากวัดเทวราชฯ และเดินตัดตลาดเทเวศน์เพื่อข้ามคลองผดุงกรุงเกษมมายังวัดนรนาถสุนทริการาม ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ อยู่ตีนสะพานเทวราช แต่ถึงกระนั้นก็เป็น "วัดหลวง" ซึ่งรับไว้ในพระอุปการะในสมัยรัชการที่ ๕

พระอุโบสถวัดนรนาถฯ

วัดนรนาถสุนทริการาม เดิมชื่อว่า "วัดเทพยพลี" บางคนเรียกเพื้ยนไปเป็น วัดฉิมพลี สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้น ระหว่างปลายรัชกาลที่ 2 ถึงก่อน พ.ศ.2394 ซึ่งเป็นปีที่รัชกาลท 4 โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองผดุงกรุงเกษม และคลองนี้ได้ตัดผ่าน พื้นที่ของวัดเทพยพลีด้วย

ด้านข้างและศาลาสงฆ์ต่าง ๆ

ต่อมาสมัยต้นรัชกาลที่ 5 พระยาโชฎีกราชเศรษฐี (เถียน โชติกเสถียร) ครั้งยังเป็นพระยานรนาถ- ภักดีกับคุณหญิงสุ่น(ภรรยา) ได้มีจิตศรัทธาสละทรัพย์ทำการปฏิสังขรณ์วัด แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นการสร้างวัดขึ้นใหม่เพราะ ได้สร้างพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ และกุฏิสงฆ์ใหม่หมด

เสมาธรรมจักร

แม้แผ่นศิลาสี่เหลี่ยมจำนวนมากที่ปูภายใน บริเวณวัดก็สั่งมาจากเมืองจีน ครั้นปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อย ก็ได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงรับไว้ เป็นพระอารามหลวงและได้ทรงแปลงให้เป็นวัดฝ่ายธรรมยุตินิกาย พระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดนรนาถสุนทริการาม ตั้งแต่ พ.ศ. 2418 เป็นต้นมา

เจดีย์และหอระฆัง

หน้าบรรณพระอุโบสถ

ครั้นต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้ทรงเห็นความทรุดโทรมของวัดในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการซ่อมแซมหมดทั้งวัด

ต่อมา พ.ศ.2475 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี พระราชธิดาในพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎฯ ได้ทรงช่วยซ่อมพระอุโบสถ พระวิหาร และกุฏิสงฆ์อีกครึ่งหนึ่ง ในสมัยสงครามเอเชียบูรพา ปูชนียวัตถุภายในวัดแตกร้าวหักพังเพราะแรงสะเทือน

ทางเดินเข้าเขตสังฆวาส

ภายหลังเมื่อสงครามสงบแล้ว ต่อมาใน ระยะหลังๆ ทางวัดได้ทำการบูรณะซ่อมแซมบ้างและสร้างกุฏิสงฆ์ศาลาการเปรียญ และตึกสามัคคีเนรมิตเพิ่ม

กุฏิเจ้าอาวาส

ท่านเจ้าอาวาสบอกว่ามันรักกันดี เพราะ "กินข้าวหม้อเดียวกัน"

พระอุโบสถ กว้างประมาณ 10.43 เมตร ยาวประมาณ 45 เมตร ลักษณะทรงไทย โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ฐานมี บัวคว่ำ บัวหงาย ยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ปูด้วยแผ่นหินอ่อน ฝาผนังด้านนอกฉาบด้วยปูน ซุ้มประตูหน้าต่างด้านนอกเป็นปูนปั้นลายดอกไม้ทุกช่อง

ศาลาไก่ กับเจ้าแมวดำ

ฝาผนังด้านในฉาบปูนทาสีทอง บานปรตูหน้าต่างด้านนอกเขียนลาดรดน้ำดอกไม้ก้านแย่ง ส่วนด้านในเขียนภาพพุทธประวัติด้วยสีน้ำมันทุกบาน มีระเบียงทั้งด้านหน้าและหลัง โครงหลังคาใช้ไมซ้้อน 2 ชั้น มุงด้วย กระเบื้องเคลือบสี ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา เพดานปิดทองเป็นลายดอกไม้เป็นแห่ง ๆ คล้ายดวงดาว

เจดีย์ด้านข้างเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร

หน้าบันทั้งด้านหน้าหลัง ใช้ปูนปั้นเป็นลายเถาเปลว ตรงกลางหน้าบันมีรูปปูนปั้นพระอินทร์ประทับนั่งบนแท่นลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เถียน โชติกเสถียร) ครั้งยังเป็นพระยานรนาถภักดี และคุณหญิงสุ่น สร้างขึ้น พ.ศ.2418

ลานจอดรถข้างโบสถ์

พระวิหาร สร้างขึ้นพร้อมกับพระอุโบสถ มีขนาดกว้าง 9.50 เมตร ยาว 17.70 เมตร อาคารแบบจีนไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี มีระเบียงล้อมรอบ โครงสร้างก่ออิฐถือปูนหลังคาใช้ไม้ ด้านหน้ามีรูปปั้นสิงโตคู่ ยืนหันหน้าเข้าหากัน

พระเจดีย์รูปทรงกลม สร้าง พ.ศ.2418 มีโครงสร้างภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กองค์เจดีย์ก่ออิฐถือปูน สูง 20 เมตร ฐานมีช่องบรรจุอัฐิ

พระประธานภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1 ศอกคืบเศษ

อาคารทรงไทย

พระพุทธรูปลงรักปิดทองปางห้ามสมุทร

พระพุทธรูปลงรักปิดทองปางห้ามสมุทร สูง 1.50 เมตร ประดิษฐานในซุ้มแบบฝรั่งกลายๆ ที่ฐานซุ้มบรรจุอัฐิของ พันตรีมหาเสวกโทพระยาธรรมาจรรยานุกุลมนตรี (ทองดี โชติกเสถียร) ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2489

ช่องเก็บอัฐิภายในพระอุโบสถ

พระพุทธรูปบาทจำลอง ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าซุ้มพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2508

ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ปูด้วยไม้กระดาน โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา มุงด้วยกระเบื้อง สร้าง พ.ศ.2518

ภายในโบสถ์และพระประธาน

ศาลาหน้าวัด มี 6 หลัง คือ ศาลาศาสตราจารย์นายแพทย์ชุบ โชติกเสถียร คู่กับศาลาวรนาถ ศาลาไก่ ศาลากุศล-สามัคคี ศาลาทองอยู่ ตุตกูล และตึกสามัคคีเนรมิตร

หอไตร มีโครงสร้างไม้สักและเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ต้น

หอระฆัง มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น หลังคา 4 มุข มุงกระเบื้องเคลือบ

กุฏิสงฆ์ มีทั้งตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาไม้จริง โครงสร้างครึ่งไม้และโครงสร้างไม้ล้วน

ประตูโบสถ์ด้านใน

วัดนี้เป็นวัดที่ยายรีเควสว่าจะต้องแวะมากราบพระและถวายสังฆทาน เพราะวัดนี้เป็นวัดเล็ก ๆ เล็กจนฉันแทบจะลืมไปแล้วว่ามีวัดอยู่ในบริเวณนี้

ยายพาเราสองป้าหลานมากราบท่านเจ้าอาวาส ซึ่งท่านเจ้าอาวาสก็ให้การต้อนรับพวกเราบนกุฏิอย่างดี รวมทั้งพูดคุยกันอย่างถูดอัธยาศรัย ยายบอกท่านเจ้าอาวาสว่าให้ย้ายกุฏิมาอยู่ข้างล่างได้แล้ว เพราะอายุท่านมากแล้ว และกุฏีที่ท่านอยู่นี้ ก็ค่อนข้างสูงและมีบันไดที่ค่อนข้างชัน

ประตูโบสถด้านนอก

เราออกจากวัดภายหลังถวายเครื่องสังฆทานแก่ท่านเจ้าอาวาสเสร็จแล้ว และพากันไปที่ท่าน้ำเทเวศน์เพราะต้องการอาศัยเรือด่วนเจ้าพระยาเพื่อเดินทางไปท่าช้าง และต่อข้ามเรือไปท่าน้ำวัดระฆังอีกครั้งหนึ่ง

โถสองใบนี้ ไม่รู้ว่ามีไว้สำหรับอะไร

มาโกะซื้อขนมปังสำหรับเป็นอาหารปลา ที่บริเวณท่าน้ำเทเวศน์ที่นี่ปลาหน้าวัดชุกชุมมาก มีทั้งปลาสวายตัวบึก ปลาเทโพหูดำ และหากจังหวะดี ๆ อาจจะมีปลาสายยูตัวเหลือบเขียวขึ้นมากินอาหารปลา

อันนี้ไม่ใช่วัด แต่เห็นเป็นอาคารเก่าแก่ ของข้าราชการคนหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดชื่อ เฟื่องนคร

เรือด่วนมาแล้ว เราพากันขึ้นไปเรือพาเราล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ผ่านสะพานพระราม ๘ ไปจนถึงสะพานพระปิ่นเกล้า และจอดส่งเราที่ท่าช้างวังหลัง เราต่อเรือข้ามฟากอีกทอดก็ไปถึง "วัดระฆังโฆษิตราม"

การฟ้อนรำที่เวทีหน้าวัดระฆังฯ

วันนี้ที่วัดระฆังพุทธศาสนิกชนแยะมาก มากจนต้องเดินเบียดกันเข้าไปในวัดในโบสถ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์เสียแต่อย่างใด พวกเราเข้าไปกราบพระประธานในพระอุโบสถกันอย่างสบาย ๆ และแวะไปถวายสังฆทานยังที่ ๆ ทางวัดจัดไว้ให้ แต่จุดที่ถวายสังฆทานก็เป็นจุดที่ทางวัดแขวนระฆังเอาไวด้วย จึงทำให้แสบแก้วหูมิใช่น้อย ว่าตามพระผิด ๆ ถูก ๆ เพราะฟังได้ยินแต่เสียงระฆัง

ภายในอุโบสถวัดระฆัง

ออกจากวัดระฆังเราก็แวะซื้อตั๋วเรือทัวร์ ๓ วัด ราคาคนละ ๓๐ บาท สำหรับมาโกะพี่คนขายตั๋วบอกว่าเป็นเด็กไม่ต้องเสียตังค์ (เด็กยักษ์) เรานั่งเรือไปเอาขนมปังที่ซื้อจากท่าเทเวศน์โยนให้ปลากินไปสนุกสนาน จนไปถึงวัดอรุณฯ

ปี่พาทย์กล่อมโบสถ์

วัดอรุณราชวราราม ในวันนี้ก็เหมือนกับหลาย ๆ วัดที่จัดงานสงกรานต์สรงน้ำพระ แต่ด้วยเวลาที่เหลือไม่มากนัก พวกเราจึงตรงไปยังพระอุโบสถเพื่อกราบพระประธานและถวายสังฆทานพระในบริเวณเขตพระปรางค์

ลานกว้างด้านข้าง

สามคนป้ายายหลานเหนื่อยพอตัว แต่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัดและเหลืออีกหนึ่งวัดที่ยังไม่ได้เข้าไปกราบพระ เราจึงเดินลงเรือทัวร์เพิ้อไปยังวัดต่อไป ที่เราคิดว่าเป็น วัดกัลยาณมิตร แต่สุดท้ายแล้ววัดต่อไปที่ทางเรือทัวร์พาไปคือ วัดหงส์รัตนาราม ซึ่งกำลังหาทุนบูรณะพระอุโบสถอยู่

โรงทาน

หลวงพี่ที่วัดหงส์ฯ เดินลงท่าน้ำมารับบรรดาญาติธรรมที่จะเข้ามากราบพระ เชิญชวนบอกบุญตามจุดต่าง ๆ เราพาสองยายหลานมากราบพระ และทำการถวายสังฆทานเสร็จสิ้นเป็นวัดที่เก้า

เขาให้อาหารปลา มาโกะให้อาหารนก

ว่าจะพายายหลานไปกราบหลวงพ่อแสน พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่ในวิหารและชมโบสถ์เสาสิบสองต้นที่ "สวยมาก" เสียหน่อย หลวงพี่ที่เป็นพิธีกร (เรียกอย่างนี้หรือเปล่า) ส่งเสียงตามไมค์มาว่า เรือเที่ยวสุดท้ายจะมารับภายในอีก ๑๐ นาที

ลงเรือต่อไปวัดอรุณฯ

ภายในพระอุโบสถวัดอรุณฯ

เราจึงทำได้แค่พายายหลานมากราบหลวงพ่อแสน และปล่อยให้ไปรอเรือที่ท่าน้ำก่อน ส่วนตัวเราแอบย่องไปชมและบันทึกภาพภายในพระอุโบสถ (ก็ชวนแล้วยายไม่ไป)

ดอกจอกในบ่อแถว ๆ นั้นหละ

พระปรางค์วัดอรุณฯ

หลังจากลงเรือกลับมาจากคลองบางกอกใหญ่ไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง เรือก็พาผู้คนมายังวัดกัลยาณมิตร แต่พวกเราก็ไมได้ลงไป ด้วยความเหนื่อย ด้วยเพลาเย็น เราจึงเดินทางต่อไปเพื่อกลับบ้าน แม้นจะเหนือยแต่ก็สนุกและอบอุ่นที่ได้มาทำบุญร่วมกัน

ลงเรือต่อมาวัดหงส์รัตนารามฯ ผ่านป้อมวิไชยประสิทธิ์

ภายในพระอุโบสถเสาสิบสองต้นของวัดหงส์รัตนาราม

อ้างอิงข้อมูลจาก :: http://www.109wat.com/bk01.php?id=777

สร้อยแสงแดง
by Youtube.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สรงน้ำพระสิบสามวัด

มหาสงกรานต์ บ้านฉัน

ตลาดโบราณ วัดบวรนิเวศ

สงครามเย็น ที่ตรอกข้าวสาร

หลบน้ำ ชมวัฒนธรรมที่ สวนนคาภิรมย์

ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ ตลาดรัตนโกสินทร์

สรงน้ำพระรอบโลหะปราสาท วัดราชนัดดา

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (๑) - วัดราชาธิวาส

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (๒) - วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

มงคลปีใหม่ ไหว้พระ ๙ วัด (จบ) - วัดนรนาถสุนทริการาม

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net