วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดราชนัดดาวรวิหาร - นมัสการพระพุทธเสฏฐตมมุนี และพิพิธภัณฑ์โลหะปราสาท


ออกจากบ้านเสียย่ำเย็น เพื่อจะไปกราบพระบรมสารีริกธาตุ ณ โลหะปราสาท วัดราชนัดดา ที่ ๆ เขาว่าเป็นโลหะปราสาท ย่อมุมสิบสอง หนึ่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่บนโลกใบนี้

เดินมารอรถประจำทางปากซอยบ้าน แล้วก็นึกได้ว่า "จะนั่งรถเมล์ทำไม" ในเมือต้องไปต่อสองต่อสามต่อ ทำไปทำมาราคาจะพอ ๆ กับการนั่งรถแท็กซี่ คิดได้ดังนั้น จึงยกแขนดั่งลำเทียนขึ้นมาโบก

รถแท็กซี่วิ่งมาถึงวัดราชนัดดาในราคายังไม่ทันถึง 40 บาท เห็นใกล้ ๆ อย่างนี้ ทำไมมันถึงมายากเย็นนักก็ไม่รู้ จำไม่ได้เลยว่าเคยเข้ามาในวัดราชนัดดาแห่งนี้

หนำซ้ำแท็กซี่ยังถามว่ามาซื้อของเหรอ ไอ้เราก็งง ใครจะมาซื้อของอะไรในวัด จนแท็กซี่เฉลยว่า คนส่วนใหญ่จะนิยมมาซื้อ หุ่น รูปจำลอง ไม่เว้นกระทั้ง ตุ๊กตาเสียกระบาล ที่นี่ เดินผ่านซุ้มประตูกำแพงวัดเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่แท็กซี่ว่า เพราะร้านรวงแผงค้าหุ่น ตุ๊กตาที่ว่า มีอยู่มากมายในบริเวณวัด

เดินผ่านดงร้านค้าเข้ามาชั้นใน เห็นสิ่งก่อสร้างที่รอการซ่อมบำรุง วัดราชนัดดารามวรวิหาร (วัดราชนัดดา) เป็นวัดสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ใกล้กับป้อมมหากาฬ ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ซึ่งเป็นพลับพลารับแขกเมือง เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างบนสวนผลไม้เก่าเนื้อที่ประมาณ ๒๕ ไร่ เพื่อพระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี (ซึ่งภายหลังเป็นพระมเหสีในรัชกาลที่ ๔) โดยทั้งสองพระองค์เสด็จวางศิลาฤกษ์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙

จุดเด่นของวัดราชนัดดาที่ประชาชนมองเห็นได้ทั่วไปเมื่อผ่านมาทางถนนพระราช ดำเนิน คือ โลหะปราสาท ซึ่งสร้างโดยพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้สเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙

เนื่องจากทรงมีพระราชศรัทธาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและทรงทราบว่าในสมัยโบราณ มีการสร้างโลหะปราสาทเพียง ๒ ครั้งในโลก คือ หลังแรกนางวิสาขา แห่งเมืองสาวัตถี สร้างยอดปราสาททำด้วยทองคำ หลังที่สอง พระเจ้าทุฏฐคามณี แห่งกรุงอนุราธปุระ ลังกา ทรงสร้างเมื่อราว พ.ศ. ๓๘๒ หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดง

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้างโลหะปราสาทเพื่อเป็นเกียรติแก่พระนครแทนการสร้างพระเจดีย์เช่น พระอารามอื่น นับเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ ๓ ของโลก โดยสร้างเป็นปราสาทสูง ๓ ชั้น มียอดทั้งหมด ๓๗ ยอด กลางปราสาทเป็นช่องกลวง มีบันไดเวียน ๖๗ ขั้น ให้เดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้

พระอุโบสถเป็นแบบไทย คือ มีช่อฟ้า ใบระกา ต่างจากวัดเทพธิดารามซึ่งสร้างแบบจีน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธเสฏฐตมมุนีซึ่งโปรดให้หล่อด้วยทองแดง จากตำบลจันทึก เมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙ ฝาผนังเขียนลายเทพชุมนุมกับดาวดาราศาสตร์

เราเดินเข้าไปกราบพระพุทธเสฏฐตมมุนีภายในพระอุโบสถ อดไม่ได้ที่เดินชมจิตกรรมฝาผนังที่มีความแปลกตาด้วยลายเทพชุมนุมและดาราศาสตร์ หลวงพี่นั่งอยู่ภายในโบสถ์รับการสักการะจากญาติโยม พร้อมทั้งนั่งสนทนาธรรมกันอย่างออกรส ฉันได้แต่มองยิ้ม ๆ และเดินออกมา

เลยจากพระอุโบสถ์ออกไปทางด้านข้าง เป็นโลหะปราสาท ๗ ชั้นที่วันนี้เปิดให้ขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุได้

นอกจากโลหะปราสาทจะเป็นที่ประดิฐสถานพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ที่ด้านล่างของปราสาทยังจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเกี่ยวกับการสร้างโลหะปราสาทอีกด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงประวัติความเป็นมา รวมถึงภาพและเสียง มัลติมีเดียต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม ทำให้ได้รับความบันเทิงทั้งเด็ก และผู้ใหญ่

ฉันเดินดูภายในสถานที่จัดแสดงที่กล่าวถึงความเป็นมาและภาพถ่ายเกี่ยวกับการก่อสร้าง และภาพถ่ายของโลหะปราสาทในสมัยต่าง ๆ ที่จัดแสดงไว้ในกล่องไฟมีกลไกให้หมุนเพื่อเปลี่ยนภาพเป็นสมัยต่าง ๆ

โลหะปราสาทหลังแรก สร้างขึ้นเมื่อครั้งพุทธกาล โดยนางวิสาขาบุตรีธนัญชัยเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี อุบาสิกาผู้อุปถากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประมูลเครืองประดับของนาง นำเงินมาสร้างโลหะปราสาทถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เป็นเงิน ๙ โกฏิ ๑ แสน จึงสามารถสร้างปราสาทหลังใหญ่ ๒ ชั้น มีห้อง ๑,๐๐๐ ห้อง ยอดปราสาททำด้วยทองคำ มีชื่อว่า "มิคารมาตุปราสาท" ตามสมญานามของนางวิสาขาที่ได้รับ ต่อมามีเศรษฐีสหายบิดาของนางมีความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา เกิดความปลื้มปิติสำนึกคุณ ยกย่องนางวิสาขาเสมือนมารดาตน โละหปราสาทหลังนี้สูญสลายไปเป็นเวลานานแล้ว

โลหะปราสาทหลังที่ 2 พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัย  กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ ทรงสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พุทธศักราช 382  ตามคำทำนายในแผ่น พระสุพรรณบัฏขิง พระมหินทเถระที่ทรงได้พบ  โปรดฯ  ให้สร้างแบบทิพยพิมานที่ทอดพระเนตร  มีความกว้างและสูงด้านละ  100  ศอก  มี  9  ชั้น  1,000  ห้อง  หลังคามุงด้วยแผ่นทองคำ  ผนังเป็นไม้ประดับหินมีค่าและงานช้าง  ปัจจุบันเหลือแต่ซากปราสาท  ซึ่งประกอบด้วยเสาหิน ประมาณ  1,600  ต้น

โลหะปราสาทหลังที่ 3 เป็นโลหะปราสาทวัดราชนัดดารามวรวิหาร  สร้างในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดช่วยให้ช่างออกแบบก่อสร้าง ตามลักษณะของโลหะปราสาท ที่พรรณนาไว้ในหนังสือมหาวงศ์ พงศาวดารลังกา 

ซึ่งพระเจ้า่ทุฏฐคามณีอภัย กษัตริย์ลังกาทรงสร้างไว้ เมื่อพุทธศักราช 387 ในพุทธศักราช  2394  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงทรงโปรดกระหม่อมให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร 

การสร้างโลหะปราสาทของพระองค์ เป็นการสร้างแทนการสร้างเจดีย์  โดยทรงมอบหมายให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต  บุนนาค) ขณะยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษา  ดำรงตำแหน่งอธิบดีก่อสร้างช่างสิบหมู่และช่างศิลา  เป็นแม่กลองดำเนินการก่อสร้าง  การออกแบบก่อนสร้าง 

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดให้สร้างเดินทางไปดูแบบโลหะปราสาท  ณ ลังกาประเทศ  โดยนำเค้าเดิมมาเป็นแบบ แล้วปรับปรุงให้เป็นสถาปัตยกรรม ตามลักษณะศิลปกรรมไทย

หลังจากที่ได้ชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับโลหะปราสาทแล้ว ก็ถึงเวลาเสียทีที่จะเดินขึ้นไปยังชั้น ๗ เพื่อกราบนมัสการพระบรมสารีกธาตุ

อ้างอิง :: http://allknowledges.tripod.com/lohaprasat.html

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net