วันที่ เสาร์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดเส้าหลินในฐานะสถาบัน


บ่อยครั้ง หลายคนมักอ้างคำว่า "สถาบัน" โดยที่ไม่ได้รู้ความหมาย หรือทึกทักเอาเองว่า รู้ (และทุกคนต้องรู้เหมือนกัน?) แต่พอไล่ถามเอาจริง ๆ ก็ตอบไม่ได้ พอตอบไม่ได้บางที จะมาพาล โกรธ คนถามเข้าให้อีก

คำว่าสถาบัน ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล ไม่ได้หมายถึงตัวตึก วัด เสา หรือโบสถ์ แต่ความหมายอาจกินความเลยไปไกลมากกว่านั้น

เช่น สถาบันความเป้นวัดเส้าหลิน ย่อมไม่ได้หมายความถึงเจ้าอาวาส องค์ใดองค์หนึ่ง ไม่ได้หมายถึงตั๊กม้อ หรือใคร เพียงแค่นั้น

หาก แต่น่าจะหมายถึง "ความสัมพันธ์" และ การปฏิสัมพันธ์ กับสมาชิกภายในสถาบันนั้น ตัวอย่างในที่นี้คือ สถาบันเส้าหลิน โดยอิงกับชุดความรู้ เช่น วรยุทธ หลักธรรมมะ ทั้งภายในเอง และ การปฏิสัมพันธ์กับความเป็นอื่น คือคนนอกเส้าหลิน

ดังนั้นถ้าใครอ้าง ว่า เชื่อมันในสถาบัน "เส้าหลิน" แล้ว เราย่อมตีความต่อไปได้อีกว่า ถ้าเขา ผู้นั้นตระหนักรู้ความหมายในสิ่งที่เขาพูด มันก็แปลว่า ไม่ว่า ใครก็ตามที่เป็นเจ้าอาวาส เขาก้จะยังจะภักดีต่อ ความเป็นเส้าหลินอยู่ดี

-----------
ผม เคยสงสัยว่า ถ้าวรยุทธเส้าหลินยิ่งใหญ่จริง เหตุใดในยุคที่ชาติตะวันตกกับลัทธิจักรวรรดินิยมเรืองอำนาจ จึงสามารถรังแก ต่อรองอะไรจากจีนก็ได้ไปหมด

จนบัดนี้แม้ว่าจะยังไม่เคยศึกษาอย่าง จริงจัง แต่ก็พอเดา ได้ว่าเหตุผลประการหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่า อย่างไรเสีย "ปืน" ในฐานะเทคโนโลยีการใช้อาวุธ ก็มีพลานุภาพ เหนือกว่าวรยุทธ ไม่ใช่แต่เฉพาะเส้าหลิน หากแต่ยังหมายรวมถึงสำนักอื่น ๆ อีก



นอกจาก เหตุผลด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ว่า แล้ว ข้อสันนิษฐานอีกประการหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Shaolin ก็คือ ขุนศึกศักดินาจีนหลายคนหลายกลุ่มได้เข้าประหัตประหารกันเอง โดยการยั่วยุ ของนายทุนชาวตะวันตก ผู้ถือครอง means of production ในการผลิตอาวุธ โดยนายทุนเหล่านี้จะคอยยืนดู "อยู่บนภู" ห่าง ๆ คือให้คนจีนจัดการกันเองจนสะบักสะบอม เสียก่อนแล้วตนจะค่อยลงมาเก้บกวาด ผลประโยชน์ หลังจากที่คนจีนที่โดนยุ ส้กันจนบาดเจ็บล้มตายเหนื่อยอ่อนแล้ว

นั่น อาจเป็นคำตอบที่ว่า แม้ว่าวรยุทธเส้าหลินจะยิ่งใหญ่ แต่จีนก็ยังหนีไม่พ้นจากสถานะเบี้ยล่าง ให้นายทุนตะวันตก รีดไถ อยู่นานไม่น้อย

แต่กระนั้นก็ดี นั่นเป้นเรื่องในอดีตที่แม้จะผ่านมานานร้อยกว่าปี แต่สถาบันความเป็นเส้าหลิน ก็ยังคงมี "เรื่องเล่า" (narrative) ให้เราได้ฟัง มาจนถึงทุกวันนี้ การที่เรื่องเล่า แบบเส้าหลินยังคงถูก "ผลิตซ้ำ" อยู่เนือง ๆ ย่อมหมายความว่า ความเป็นสถาบันของเส้าหลิน มีความแข็งแกร่งอย่างนี้

ไม่ว่าตึก วัด โบสถ์ พระพุทธรูป จะถูกทำลาย หรือเจ้าอาวาสจะมรณภาพไปกี่รูปแล้วก้ตาม แต่เรื่องเล่า การปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภาพที่มีความเชื่อในอัตลักษณ์ของเส้าหลิน กับบุคคลภายในและภายนอก จะยังมีอยู่อย่างที่เราเห็น

โดย chettapat

 

กลับไปที่ www.oknation.net