วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียวแล้ว เสียวอีก บางกอกกล๊าสเอฟซี 1-1 SCG สมุทรสงคราม



เสียวแล้ว เสียวอีก บางกอกกล๊าสเอฟซี 1-1 SCG สมุทรสงคราม

23 เมษายน 2554

                กำหนดการแข่งขันที่มีขึ้น ก็ย่อมดำเนินไป วันนี้เป็นนัดที่ต้องไปเยือน “ปลาทู” SCG สมุทรสงคราม ทางสโมสรเปิดให้จองกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์ รวมแล้วในวันนี้มี 8 คันรถบัส ที่เดินทางไปร่วมกัน

                ผมได้นั่งรถคันที่ 2 ตามรายชื่อที่ระบุ กลุ่มผม มีน้องเปรียว รวมถึงเพื่อนตุ้ย กับผู้ติดตามอีก 2 วันนี้รถออกจาก บางกอกกล๊าส เลยเวลาที่กำหนดเล็กน้อย จากเดิม 9 โมงเช้า เลยไปราว 15 นาที อาจจะมีคนเยอะ รถวิ่งเข้ารังสิต แต่บังเอิญว่า วันเสาร์วันนี้ที่รังสิต มีรถมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ทำให้รถติดแบบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะมีการสร้างสะพาน กว่าจะผ่านไปได้ก็กินเวลาไปมากโข

                รถวิ่งไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะแวะจุดแรกคือดอนหอยหลอด แต่รถคันที่ผมนั่งนี่แหละมันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบแห่งการเดินทางสำหรับวันนี้ รถอาการไม่ดีตั้งแต่จอดรอให้คนขึ้น เพราะแอร์มันไม่เย็น วิ่งไปถึงพระราม 2 อากาศเริ่มร้อน แอร์หยุดทำงานเสียดื้อ ๆ คนในรถก็มองหน้ากัน จะมามองผมทำไม ผมก็ร้อน เหงื่อไคลไหลย้อย เพื่อนตุ้ย ตะโกนจากหลังรถมาว่า ร้อน แอร์เป็นอะไร เบาะด้านซ้าย มีอาม่านั่งมาด้วย อาม่าบอกว่า “ใจเย็น ๆ” อาม่าน่ารักจริง ๆ มาเที่ยวด้วย มาเชียร์บอลด้วย แถมบอกว่า ร้อนก็ต้องทำใจให้เย็นลง แต่มันเลยจุดนั้นไปแล้วครับ ทุกคนพยายามเพ่งเล็งมาทางด้านหน้า เพราะมีผมและน้องที่ดูแลรถนั่งอยู่ ทุกสายตาพาความคาดหวังว่า “จะทำอะไรกันได้บ้าง”  เพื่อนตุ้ยยิ่งแล้วใหญ่ “หนุ่ยร้อนมากเลย” แหม..เพื่อนเอ้ย ก็นั่งรถคันเดียวกันมา รู้สึกเหมือนกันแหละครับ  ผมก็เลยปลอบใจผู้โดยสารไปว่า “สถานีต่อไป โรงพยาบาล..”  เพราะมันเริ่มหายใจไม่ออก อึดอัด อุณภูมิในรถ เริ่มแรงร้อนขึ้นจนจะมากกว่าอุณภูมินอกห้อง

                ผมก็เลยใช้มาตรการจำเป็น ด้วยการแจ้งไปยังผู้รับผิดชอบโครงการ นั่นได้แก่ เจ้าเอก ทันทีขบวนรถทั้ง 8 คันก็หยุดลงข้างทาง แล้วความจริงก็คือ หัวขั้วแบทเตอรี่สำหรับจ่ายไฟให้ระบบแอร์มันหลวม ความจริงเขารู้แล้ว แต่ขณะวิ่งจอดไม่ได้ และไม่มีอะไหล่ มาซ่อมกันอยู่สักพัก ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงปร้าง แต่ลงมาข้างล่าง ยังเย็นกว่าอยู่ในรถอีก สรุปแล้วเราก็ขอย้ายรถไปเฉลี่ยขึ้นคันอื่น ผมเลยมุ่งไปที่คัน 6  นี่เป็นเรื่องเสียวเรื่องที่สอง เพราะผมกลัวอาม่าจะเป็นลมบนรถ หรือว่าผมจะเป็นก่อนก็ไม่รู้ เรื่องเสียวเรื่องแรกก็คือ รถติดที่รังสิตเกือบชั่วโมง เสียวกลัวเวลามีน้อยไปเที่ยวได้ไม่ครบ

                ในคัน 6 ชั้นล่างมี เต้ และอ้น  นอกจากนั้นก็มี เกตุ พร้อมน้องสาวบุ๋มบิ๋ม และน้องตูน ผมกับเปรียวก็เข้าไปเพิ่ม นั่งกันได้อีกสบาย ๆ แอร์เย็น ๆ พร้อมกับ “ฉ่อย” ตลกเสริมบรรยากาศ

                รถแวะที่ดอนหอยหลอดในช่วงเวลาเพล พอลงรถต่างคนก็ต่างไป ผมก็เลยเหลือสองคนกับเปรียว ความจริงยังมี อ้น บางมดอีกคน แต่ตื่นไม่ทัน มาไม่ไหว อะไรประมาณนั้น ก็เลยแห้วไป ยังไม่หิวมื้อเที่ยงเท่าไหร่ แต่ก็ต้องหาอะไรรองท้อง เดินเข้าร้านใหญ่ใกล้ เพราะมันร้อนไม่อยากเดินไปไหนไกล เราสั่ง “ต้มยำปลาทู” และ “หอยหลอดผัดฉ่า” มันโซ้ยกัน ปลาทูที่นี่มันจริง ๆ เลยครับ เปรียวซัดไปหลายตัว เพื่อเป็นเคล็ดว่าเราต้อง “กินปลาทู” เพื่อเอาชนะในวันนี้ให้ได้ อาหารร้านนี้อร่อยครับ

                ผมโทรหาเพื่อนตุ้ย ว่าจะได้ทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่หากันไม่เจอ พอทานเสร็จผมก็เลยไปเดินตรงลานหอย อ้าวเจอเพื่อนตุ้ยกับเพื่อน ๆ ที่ร่วมคัน 2 กันมา แบบว่ายังเหนียวแน่นราว 8 ชีวิต ยังคงเกาะกลุ่ม ทนความร้อนอยู่ที่คัน 2 มาด้วยดี คือเขาให้ย้ายรถ แต่ 8 คนนี้ ยังยืนกรานว่าจะนั่งคันเดิมต่อไปด้วยความภาคภูมิใจ แนะนำกันไปครับ ผมจำได้มีคนชื่อ “อู้ด” รวมอยู่ด้วย “อู้ด” มาเดี่ยว เลยโดนผมโจมตีในทันใด

                “ทำไมใส่เสื้อปลอมมาละครับ” ผมก็ไม่เคยรู้จักอู๊ด “แบบนี้เขาไม่ให้เข้าสนามลีโอนะ” ผมแกล้งแซว อู๊ด พยายามแก้ตัวพัลวัน คือเขากะจะมาหาซื้อที่สโมสร แต่ไม่เปิด ก็เลยจำใจใส่อะไรที่เป็นสีเขียวมาก่อน ยังไงก็แล้วแต่ อู๊ดแก้ตัวไม่ขึ้น กลายเป็นเรื่อง ฮา ยามเที่ยงในตอนนั้น

                พวกกลุ่มตุ้ย ไปเช่าเสื่อมา 2 ผืน หาซื้อของมานั่งทานกันตรงทิวสนริมเขื่อนติดทะเล แต่ผมงง พวกเขาเช่าเสื่อมาแล้ว ทำไมต้องซื้อ “ปู” ทอดมาอีก ลำพังมีเสื่อก็ปูได้แล้ว ทำไมไม่รู้จักความพอเพียงเสียบ้าง เอ๊ะ มันคนละเรื่องกัน พอเสร็จจากตรงนั้น เราต้องรักษาเวลา เพื่อไปกันต่อ กลุ่ม 8 อรหันต์ยังคงจะนั่งรถคัน 2 เหมือนเดิม แต่ผมไม่กลับไปแล้ว สักพักหนึ่ง พวกเขาก็ต้องมาขอนั่งคันผม รวมถึงน้องบาสผู้ดูแลรถ เพราะรถคัน 2 ยังซ่อมไม่เสร็จ

                น้องบุ๋มบิ๋มผู้น่ารัก ที่ร่วมเดินทางมาครั้งแรกกับ เกตุ พี่สาวแสนสวย ทำเอาเสียหน้าไปเล็กน้อย เมื่อแม่ค้าถามว่า มาเชียร์บอล แข่งกับใคร น้องบุ๋มบิ๋มผู้ใสซื่อก็บอกไม่รู้ค่ะ หนูเพิ่งเคยมา แม่ค้าเลยแซวว่า “กองเชียร์จัดตั้งหรือเปล่า” ดังนั้นครั้งต่อไป กรุณาทำการบ้านกันมาก่อนนะจ๊ะเกตุ ความจริงเปรียวมันก็เพิ่งมาครั้งแรก ครั้งแรกของทุก ๆ คนพาเอาทีมเราเสียวไปตาม ๆ กัน

                เราไปกราบนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม ขอพรกัน หลวงพ่อที่พรมน้ำมนต์อยู่ตรงทางเข้า กล่าวประมาณว่า “โยมขอพรกันดี ๆ นะ บางทีเจ้าบ้านอาจจะเสีย 3 แต้มได้”  พระท่านก็มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะครับ

                จากตรงนั้นเราใช้เวลาไม่มาก เพื่อเดินทางไปยังตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งผมเคยมาหลายครั้งแล้ว เคยเขียนเรื่อง อัมพวาราตรี และ อันเนื่องด้วยอัมพวาราตรี แต่เปรียวยังไม่เคยมา เรามีเวลาที่นี่เกือบ 2 ชั่วโมง ที่จะเบียดเสียดกันเดินดูของในตลาดอัมพวา ผมเดินไปทางไหนก็เขียวไปหมด และเพิ่งทานข้าวเที่ยงกันมา นี่บ่าย 3 โมง หลาย ๆ ท่านเห็นอะไรน่าทานก็คงอดใจไม่ได้ ส่วนผมกับเปรียว ไปลองชิม ลอดช่อง กะว่า วันนี้ยิงประตูแบบ ลอดช่อง เข้าไป

                ผมถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ แต่มีสองร้าน ที่ห้ามถ่ายรูป ซึ่งผมก็ไม่รู้ เพราะคิดว่าภาพต่าง ๆ มันไม่น่าเป็นความลับ หรือแม่ค้าคงกลัวเอาไปทำเลียนแบบ เฮ้อ ผมถ่ายมาได้หลายรูป แต่ไม่อยากโฆษณาให้หรอก ผมได้ปลาทูเค็ม และ “กล้วยหักมุก” เพราะในรถเปิดแต่ “ฉ่อย” มุกกระจาย ผมเลยต้อง “หักมุก” กันหน่อย เปรียวมันคงยังไม่ค่อยได้เรียนรู้ทางโลกเท่าไหร่ ไม่รู้จัก กล้วยหักมุก ไม่รู้จัก ต้นสาเก รู้อย่างเดียวคือ ของกินได้ และกิน ๆๆ แล้วเราก็เดินกลับรถ เพื่อนตุ้ยรีบโทรมา บอกให้รถรอหน่อย เกือบไม่ทันนะตุ้ย

                ไปถึงสนามราว 5 โมงพอดี บัตรราคา 70 บาท แต่สนามสภาพแวดล้อมไม่ค่อยดี ที่นั่งเชียร์ เป็นแบบโครงเหล็กที่ดูไม่ค่อยแข็งแรง มีไม้กระดานวางระหว่างชั้น มีข่องห่างราว 10 ซม. ดูไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย มาดามท่านหนึ่งที่เป็นชาวต่างชาติ มาเชียร์กับเราด้วยกล่าวว่า “Not same England” มาดามท่านนี้คงจะเป็นญาตินักเตะ เพราะผมเคยเจอเมื่อไปศรีสะเกษ อายเขาเหมือนกัน แค่เดินขึ้นอัฒจันทร์ก็ได้เสียวกันอีก บางคนขาสั่นกันไปก่อนบอลแข่งละครับ

                ในระหว่างนี้ อ้นเพื่อนเปรียวที่ตกรถในตอนเช้า ก็โทรบอกเปรียวว่ามาถึงสนามแล้ว หลังจากที่ช่วงเช้าเปรียวดูจะเครียดกับการผิดนัดของอ้น มีบ่นบ้างเล็กน้อย แต่แล้วอ้นก็ได้แสดงความมุ่งมั่นของตัวเอง โดยการนั่งรถตู้จากพระราม 2 มายังสนามด้วยตนเอง เป็นอะไรที่น่าชื่นชมในความตั้งใจของอ้น และเราก็ได้นั่งเชียร์ด้วยกัน

                เกมการแข่งขันวันนี้ นับได้ว่า สนุกและสุดมันจริง ๆ เราได้เห็นความร่วมมือร่วมใจในการเป็นกองเชียร์ทีมเยือนอย่างบางกอกกล๊าส ทำเอาเจ้าบ้านอึ้งไปเหมือนกัน เราร้องเล่นเต้นเชียร์กันบนสแตนไม้นี่แหละครับ หลัง ๆ เล่มขย่มกันแรง ผมเสียวมันยุบลงไปจังเลย


                ในระหว่างแข่งขัน ผมรู้สึกขึ้นมาว่า เราพากันมาเพื่ออะไร เรากำลังทำอะไร แล้วสิ่งที่คาดหวังก็คือชัยชนะ วันนี้เราโดนยิงนำไปก่อน 1-0 ใจก็หวั่น ๆ เสียวว่าจะเสีย 3 แต้ม แต่วันนี้ก็เล่นดี นักบอลทำหน้าที่ดีแล้ว เรากองเชียร์ก็ควรจะทำหน้าที่ของเราให้ดี แต่สักพัก เราก็ตีเสมอได้ มันเป็นการรวมพลังกันระหว่างกองเชียร์และผู้แข่งขัน ผู้นำเชียร์ตะโกนบอกให้เชียร์ให้กำลังใจนักเตะ ผมรู้สึกมีพลังที่ได้เห็นภาพตรงหน้าระหว่างนักกีฬาที่ต่างก็ทำหน้าที่ จากสายตาที่หลาย ๆ คนเห็นแล้วส่งผ่านความรู้สึก ว่า เล่นดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่อย่าลืมว่า “นั่นคือดีที่สุดของเขาแล้ว” ในตอนนั้น ผมขอชมทุก ๆ คนในสนาม และขอชมผู้นำเชียร์ ที่พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ผลัดกันนำเชียร์นำร้อง ผมไม่แน่ใจว่า อะไรที่ทำให้เรารวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วมายืนรวมกันบนสแตนต์กีฬาสีกันตรงนี้ มันอาจจะเป็นความรัก ความศรัทธา ความชอบ ความสุข ความพอใจ ความคาดหวังของแต่ละคนที่มารวมกันในเป้าหมายเดียวกัน คือชัยชนะในการแข่งขัน คือทีม คือ การรวมพลังกันเป็นกลุ่ม ถ้าคนในชาติสมานสามัคคีกันได้ดังนี้ก็คงดี

                ขากลับรถคันที่ 2 ซ่อมเสร็จแล้ว มีมาเรียกผู้โดยสารกลับคืน แต่ผมก็ไม่ไป รถวิ่งมาได้ครึ่งทางก็ต้องจอดอีก ขบวนรถหยุดหมด มีคนมาขอขึ้นเช่นเคย เอ่อ คัน 2 หม้อน้ำแตกอีก กรรมจริง ๆ แต่ขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำรถ เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทุกคน รวมถึงเอกด้วย ที่เคลียร์ทุก ๆ อย่างได้อย่างราบรื่น มีคนเก่งคนดีเช่นนี้ ไปไหนด้วยก็สบายใจ

                กลับถึงคลอง 3 เกือบ 5 ทุ่ม ลงรถมา จะไปส่งน้องตูน อ้าวหายไปไหนก็ไม่รู้ หาไม่เจอ รู้สึกผิดเล็กน้อย ผมก็เลยกลับบ้าน ไม่ไหว นอนก่อนครับ

                ขอบคุณสำหรับ 1 วัน ที่สร้างความทรงจำใหม่ ๆ

                ขอบคุณเพื่อนร่วมทาง และเจ้าหน้าที่ทุก ๆ คน

                ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่าง ที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นในการดำรงชีวิต

รักไม่แพ้ รักไม่ชนะ แต่...รักเสมอครับ