วันที่ อังคาร เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Royal Wedding ตอน 2: ใครเป็นใครในวันงาน


ความเดิม

Royal Wedding: Willie Holiday

 

ll

 

Guest List & Proper Attire

 

การเชิญแขกในงานแต่งงานของ Prince William & Ms Catherine Middleton นั้น เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 บัตรเชิญถูกส่งออกไปโดยบริการของ Royal Mail คือ ทางไปรษณีย์

เกิดคำถามทายเล่นกันล่วงหน้าว่า ใครจะปรากฏพระนาม / นามเป็นเจ้าภาพเชิญแขก

ในงานหลวงครั้งนี้ ข้าม ‘พ่อ’ คือ Prince Charles ไปเป็นชั้น The Queen ที่จะทรงเป็น Host ที่เหมาะสม แม้คนเชิญแขกตัวจริงที่ปรากฏในบัตรตามธรรมเนียมคือ The Lord Chamberlain (กรมวัง) ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

และเมื่อบัตรเชิญมีตรามหามงกุฎ E II R – Elizabeth II Regina เป็นเจ้าภาพแล้ว ก็ไม่ต้องปรากฏชื่อพ่อแม่ฝ่ายหญิง-ชาย ร่วมอีกต่อไป เพราะตามฐานะตำแหน่งแล้วไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียง

 

ในคราวงานอภิเษกสมรสของ Prince Charles & Lady Diana Spencer นั้น เป็นงานมโหฬาร เพราะ Prince Charles นั้นทรงเป็น ‘ลูก’ ของเดอะควีน เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ลำดับที่หนึ่ง และครองบรรดาศักดิ์เป็น The Prince of Wales ตั้งแต่เพียง 10 ขวบ แขกจึงมีมากถึง 3,500 ราย ต้องไปใช้สถานที่ใหญ่โตกว่าของ St Paul’s Cathedral พองานของ Prince William & Miss Middleton ซึ่งเป็นผู้สืบราชบัลลังค์ลำดับที่สอง งานจึงเป็นเพียง ‘Semi-state’ คือ กึ่งทางการ Westminster Abbey ก็เหมาะสมลงตัวกับขนาดของงานที่ย่อมเยาเป็นการภายใน และมีจำนวนแขก 1,900 ราย การใช้สถานที่ของ Westminster ยังช่วยขีดกรอบพื้นที่งานและการปิดถนนให้แคบลง เพราะขบวนเสด็จจาก Buckingham Palace ใช้เส้นทางผ่าน The Mall ตรงเข้าสถานที่ได้ทันที

 

เมื่อ Prince William เป็นชั้น ‘หลาน’ ไม่ใช่ลูกของ Head of State คือ The Queen แขกหลายคนจึงไม่เข้าข่ายที่จะได้รับเชิญ เช่น ผู้นำประเทศที่แม้ยิ่งใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา หรือฝรั่งเศส

ผู้นำที่ ‘เข้าข่าย’ คือ Governor และผู้นำจากประเทศในเครือจักรภพอย่าง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บาร์เบดอส ปาปัวนิวกีนี เป็นต้น รวมทั้งแคนาดา ที่จะเป็นประเทศแรกที่ William & Catherine จะไปเยือนอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน

 

สำหรับแขกระดับสูงกว่านั้น อันได้แก่พระบรมวงศานุวงศ์จากต่างแดน เป็นพระราชอาคันตุกะทั้ง ‘ญาติ’ และ ‘มิตร’ ตามคำเชิญส่วนพระองค์ของเดอะควีนจากทั่วโลกเพียงประมาณ 40 พระองค์

และเพียงเห็นพระนามที่ปรากฏขึ้นมาเป็นหนึ่งในนั้นว่า Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand ก็ยังความปลาบปลื้มให้แก่ประชาชนสองแผ่นดินยิ่งนัก

ในเกรทบริเทน เครือข่ายความใกล้ชิด (และ Recognition) กับ Royal Family ต่างแดนนั้นไม่เคยห่างไกลกัน – ไม่เฉพาะแต่ในทวีปยุโรป แต่ขยายไปไกลถึงเอเชีย พระราชอาคันตุกะของเดอะควีนจึงรวมราชวงศ์ในยุโรป และ Fareast อย่างประเทศไทย มาเลย์เชีย และบรูไน  

จากจำนวนแขก 1,900 ในงานนั้น คู่บ่าวสาวมีโอกาสเชิญพระสหาย/เพื่อนฝูงได้ถึง 1,000 กว่าราย สมาชิกราชวงศ์บริทิชประมาณ 50 นักการเมือง/นักการทูตอีก 200 และเป็นผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรการกุศลต่างๆ อีก 80

แขกหลายคนเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมบริทิช บางคนถึงระดับโลก ขอนำมาเอ่ยให้ทราบที่มาของการได้รับเชิญเป็นบางท่าน

ในวงการกีฬานั้น  ล้วนแต่เป็นผู้โด่งดังในรักบี้ ที่แฟนกีฬานี้เห็นรายชื่อก็หัวเราะว่า ‘ได้รับเชิญด้วยเหรอ’ ตั้งแต่กัปตันทีมชาติไอร์แลนด์ Brian O’ Driscoll ดาราชาติเวลสส์ Gareth Thomas, Martin Williams และกัปตันทีมชาติอังกฤษ Mike Tindall กระทั่ง Sir Clive Woodward อดีตโค้ชรักบี้ทีมชาติอังกฤษ ทั้งนี้ เพราะ Prince William ทรงเป็น Vice Patron ของ Welsh Rugby Union ที่สนิทกับผู้เล่นทั้งเวลชและไอริช แต่ที่กัปตันอังกฤษได้มาด้วย เพราะ Tindall กำลังจะกลายมาเป็นญาติเขยในเร็ววันนี้

วงการฟุตบอลเห็นจะมีแค่ Mr and Mrs David Beckham ซึ่งการได้รับเชิญช่วยย้ำบทบาทที่ ‘เบ็คสส์’ ได้อุทิศเวลาทำให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ และสนิทชิดเชื้อกับ Prince William ตั้งแต่คราวอกหักร่วมกันในการชิงเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018

Rowan Atkinson นั้นเป็นเพื่อนสนิทกับ Prince Charles จึงจำเป็นต้องได้รับเชิญ Atkinson นั้นไปเรียนที่ Oxford และอยู่ในก๊วน OUDS (Oxford University Dramatic Society) เป็นที่รู้จักกันมากกว่าในบทบาทของ Mr Bean

Sir Elton John นั้นสนิทและเป็นผู้เล่นเพลงครั้งสุดท้ายให้ Princess Diana ในพิธีศพ จึงไม่ควรพลาด

Mr Mario Testino ก็ต้องเชิญ เพราะเป็นช่างภาพที่ถ่ายพอร์ทเทรทให้ Princess Diana มาตลอด และถ่ายมาตั้งแต่สองพริ้นซ์ยังทรงพระเยาว์ จนกระทั่งมาเป็นผู้ถ่ายภาพทางการในช่วงการหมั้นอีกครั้ง

ล่าสุดนั้น เกิดเป็นข่าวว่า Tony Blair และ Gordon Brown อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำพรรคเลเบอร์ไม่ได้รับเชิญ ก็มีการดึงเอาเรื่องชนชั้นเข้ามาพูดกัน เพราะ Baroness Margaret Thatcher และ Sir John Major จากพรรคคอนเซอร์เวถีฟได้รับเชิญทั้งคู่ ร้อนถึงสำนักพระราชวังต้องออกมาสยบข่าวว่า งานนี้เป็นเพียง Semi-state function และจำกัดจำนวนแขก อดีตนักการเมืองที่ได้รับเชิญต้องเป็นระดับ Knights of Garter คือ บรรดาศักดิ์ Knighthood เช่น เซอร์ ฯลฯ

Baroness Thatcher นั้น ต้องปฏิเสธการร่วมงานเพราะปัญหาทางสุขภาพ

ส่วน Sir John Major นอกเหนือจากการเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว มีภาระที่คนไม่ค่อยทราบหลังการเสียชีวิตของ Diana, Princess of Wales ในปี พ.ศ. 2540 คือการเป็นผู้ดูแล Prince William and Prince Harry ในด้านธุรการและกฎหมาย จึงเป็นความสัมพันธ์โยงใยพิเศษระหว่างกัน

 

ตามประเพณีที่ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะนั่งคนละฝากกัน ปกติ Royal Family จะนั่งฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นที่นั่งของญาติที่ไม่อยู่ในราชวงศ์ ดังนั้น ผู้ที่นั่งฝั่งซ้ายเคียงกันในงานนี้ คือ The Spencers และ The Middletons

 

สำหรับญาติข้าง Princess Diana คือพวก Spencer นั้น แน่นอนว่าต้องมาปรากฏตัวในงาน แม้ว่าความสัมพันธ์กับราชสำนักออกจะหมางเมินกัน ส่วนใหญ่ด้วยเรื่องพูดมากและความประพฤติส่วนตัวของ Earl Spencer ที่เป็นที่รู้กันในวงกว้างทางลบ (notorious)

 

The Spencers นำโดยพี่สาวของ Diana, Princess of Wales คือ Lady Sarah McCorquodale กับสามี Neil McCorquodale และ Lady Jane Fellowes กับสามี Lord Robert Fellowes และน้องชาย Earl Spencer กับคู่หมั้น Karen Gordon และ Lady Anne Wake-Walker  

The Middletons นอกจากพ่อแม่ Michael & Carole Middleton และลูกชาย James Middleton แล้ว ก็จะมีเพื่อนของครอบครัวนี้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงบุรุษไปรษณีย์ เจ้าของผับ ร้านขายเนื้อ ของละแวกบ้าน และเด็กเสิร์ฟในบาร์ยอดนิยมของ Mr & Mrs Michael Middleton ที่ Mustique

 

ในบัตรเชิญนั้น นอกจากต้องตอบรับแล้ว กำหนด ‘Dress Code’ คือ การแต่งกายที่เหมาะสมไว้ด้วย

‘Gentlemen are required to wear uniform, morning coat or lounge suit. There is no dress code for female guests, although ladies will be required to wear a hat for the wedding service.’

 

เรื่องนี้เปิดประเด็นให้วิจารณ์กันเสียหายอยู่หลายวันเมื่อ David Cameron บอกว่าจะใส่ Lounge suit ธรรมดามางาน ซึ่งก็คือ ‘ชุดสูทใส่ทำงานทั่วไป’

งานนี้ถึงจะไม่เป็นทางการเต็มขั้น แต่ก็เป็นงานหลวง เพราะจะมีพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงไม่เฉพาะของชาติมาปรากฏพระองค์ แต่เป็น ‘เจ้าทั้งญาติและมิตร’ จากทั่วโลกที่ต้องถวายพระเกียรติด้วย การแต่งตัวด้วยชุดสูทใส่ทำงานปกติ จึงเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง หลังจากถูกตำหนิ นายกรัฐมนตรีจึงยอมเปลี่ยนใช้ชุดให้ถูกต้องตามธรรมเนียม แทนการพยายามสร้างภาพทางการเมืองอย่างตอนแรก

ชุดเหมาะสมตามธรรมเนียมสำหรับชายนั้น ค่อนข้างง่าย หากเป็นทหาร ตำรวจ คือการแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ส่วนข้าราชการและบุคคลทั่วไป  Morning coat & Lounge suit ก็ให้นึกถึง ‘ชุดหางไก่’ ครบเครื่อง

ตาม Etiquette guide หรือธรรมเนียมปฏิบัติที่เหมาะสม Traditional full morning dress หรือที่เรียกว่า Top hat & tails นั้น ประกอบด้วย morning coat, waistcoat กางเกงขายาว และหมวกทรงสูง สีมาตรฐานคือ ดำ โดยผสมทั้งดำและเทาต่างเฉดเข้าด้วยกัน กับเนคไทสีเงินหรือเทา

Morning coat นั้น ก็คือ เสื้อโค้ทกระดุมแถวเดียว ทิ้งชายยาวด้านหลัง ตัดปลายด้านหน้าออกให้สะดวกต่อการขี่ม้า

Lounge suit ที่เป็นประเด็นนั้น คือเสื้อแจ็คเกทและกางเกงตัดเย็บด้วยผ้าเดียวกันก็พอแล้ว ส่วนจะมี Waistcoat หรือผูกเนคไทก็แล้วแต่ จึงหย่อนดีกรีความเป็นทางการมาก

ชุดสุภาพสตรีที่ไม่ระบุชัดนั้น เพราะอยากให้ผู้หญิงมีทางเลือกแต่งตัว แต่ที่เหมาะสมตามวาระแล้ว หมายถึง Morning dress

Morning dress (as opposed to evening dress) คือ สุภาพสวยงามแบบตรงข้ามกับความกรุยกรายของชุดกลางคืน เป็นเสื้อผ้าที่อยู่ระหว่างเป็นทางการเต็มที่ (ultra-formal) กับชุดทำงาน (business wear) ใส่ถึงแค่หกโมงเย็น ที่สำคัญคือ ต้องมีหมวกและถุงมือ ชุดที่สวยงามต้องมีรายละเอียดครบชิ้น ดูตัวอย่างได้จากฉลองพระองค์ของเดอะควีน

งานนี้ ห้ามชุดผ้าน้อย ไม่ครบชิ้น และสั้นมาก ถ้าจำเป็นต้องนุ่งกางเกงก็ต้องมีโค้ทคลุม

ส่วนงานของ Prince Edward (The Earl of Wessex) & Miss Sophie Rhys-Jones ที่ชอบความเรียบง่ายทั้งคู่ จึงเป็นงานเดียวที่ระบุการแต่งกายเหมือนคู่อื่น ยกเว้นว่า No hat

 

แม้หลายฝ่ายจะยืนยันว่า The Royal Wedding ครั้งนี้ไม่เป็นทางการเต็มขั้น แต่ผู้คนก็รู้ดีว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ความสำคัญของงานนี้ยิ่งหย่อนลงไป

หากย้อนหลังไปหนึ่งร้อยปี มี ‘งาน’ อภิเษกสมรสของ Future King เกิดขึ้นเพียงสองงานเท่านั้น 

คือ Prince Albert, Duke of York (King George VI) และ Lady Elizabeth Bowes-Lyon (Queen Elizabeth The Queen Mother) เมื่อ พ.ศ.2466

และ Prince of Wales & Lady Diana Spencer พ.ศ. 2524

 

งานนี้จึงเป็นวาระสำคัญ ให้บริทิชทั่วชาติได้มีโอกาสเป็นสักขีพยานการสร้างครอบครัวและกำหนดบทบาทร่วมกันในภายหน้าของ A Future King ... เมื่อขึ้นสู่ราชบังลังค์

 

*******************************************

ตอนหน้า

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในงาน

 

Reference:

Official Royal Wedding2011  

แขกเชิญ: Official Selected Guest Lists

เรื่องเสื้อผ้าจาก BBC:  Morning suit V Lounge suit

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net