วันที่ อังคาร เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไทยไม่รบขแมร์


ไทยไม่รบขแมร์

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

นับเป็นบทวิเคราะห์

ที่น่าสนใจยิ่ง ในรอบหลายเดือน ของ

คุณกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ซึ่งให้สัมภาษณ์ กับ คุณสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ช่วง เจาะข่าวเด่น ในรายการข่าว เรื่องเด่นเย็นนี้ ทาง ช่อง 3 วันอังคารที่ 26 เมษายน 2554 ด้วยบทวิเคราะห์ ที่เรียบเรียงความจำเป็น ในการก่อสงคราม ของ รัฐบาลกัมพูชา ซึ่งยังคงดึงดันแข็งขืน เพื่อให้เกิดการปะทะทางทหาร

มุมมองที่น่าสนใจ คือ คำอธิบายที่มีเหตุผล

ถึงความพยายาม สร้างกระแสนิยม

ทั้งทางการเมือง และ เศรษฐกิจ

ของ ผู้นำสูงสุด แห่ง ราชอาณาจักรกัมพูชา สมเด็จอัครเสนาบดีเดโช ฮุน เซน และ บุตรชาย ผู้นำการรบ จนเกิดความสูญเสียทางทหาร ประเด็นที่น่าสนใจ ในเรื่องปัญหา การสูญเสียดินแดนด้านตะวันออก ให้กับเวียดนาม ประเด็นการไล่รื้อพื้นที่ทำงาน ของ ประชาชนคนกัมพูชา ความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ระหว่างคนรวยคนจน ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ

เมื่อนับรวมกับ กระแสการเลือกตั้ง

ทั้งหมด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ผู้นำขแมร์

พยายามสร้างสถานการณ์ เพื่อปลุกเร้ามวลชนคนแขมร์

ให้ลุกฮือขึ้นมารักชาติ ด้วยคำประกาศของผู้นำ ที่พยายามบอกว่า ปกปักรักษาแผ่นดิน ขณะที่ด้านหนึ่ง ก็พร้อมจะยกที่ดินใส่พานให้ต่างชาติ หากสิ่งเหล่านั้น เป็นผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อ เข้าไปยังถุงเงิน กลุ่มทุน และ กลุ่มเครือข่ายพวกพวกของตนเอง โดยไม่น่าแปลกใจใดใดนัก หากการคำนวนผลได้ผลเสีย จากศพประชาชน และ ศพทหาร ทั้งหลาย

จะพบว่า ผลประโยชน์ทั้งหมด ตกต้องที่

นายกรัฐมนตรีคนดี แห่ง ขแมร์

ผู้นำที่เคยฆ่าเพื่อนร่วมชาติ

ที่ไม่ใช่แค่สั่งการให้ฆ่า แต่ฆ่าด้วยน้ำมือ และ นิ้วมือที่เหนี่ยวไก ยิงพี่น้องร่วมชาติมานับไม่ถ้วน ซึ่งจะนับประสาอะไร กับการสั่งการ ให้เกิดการสู้รบโจมตี แม้จะรู้ดีว่า เกิดการสูญเสีย หรือ ล้มตายของเหล่าทหาร และ ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ในแผ่นดินกัมพูชา ยิ่งไม่ต้องนับ และ อาการไม่สนใจนำพาว่า ประชาชนพลเมืองไทย ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องล้มตาย สักเท่าไร

มุมมองตั้งต้น

ถึงเหตุผล ในคำสั่งสงคราม

จึงน่าสนใจ และ เกี่ยวข้องต่อการแก้ปัญหา

โดยเฉพาะ ต่อท่าทีการรุกรบ หรือ ท่าทีการตั้งรับ ของประเทศไทย เมื่อเข้าใจเหตุที่แท้จริง และ ประเมินได้ว่า กัมพูชา ต้องการให้สงครามครั้งนี้ ยืดเยื้อ และ สูญเสียมากน้อยเพียงใด ไม่นับถึง การเตรียมความพร้อม บนเวทีการตอแหลระดับโลก ที่มีนักการฑูตระดับเขี้ยวลากดิน

ประเด็น และ มุมมองต่อเหตุปัจจัยดังกล่าว

จึงส่งผลต่อคำตอบ ว่า ไทยจะทำเช่นไร

ในสงครามของผู้นำบ้าอำนาจ

ในสงคราม ของ ท่านพ่อ ผู้มีสถานะเป็น นายกรัฐมนตรี กับ ท่านลูก ผู้อยากพิสูจน์ตัวตน ให้ประชาชนคนกัมพูชา ได้ประจักษ์ว่า เขาเป็นคนมีความสามารถ รักชาติ พร้อมจะรบ และ อยากขึ้นมาสืบทอดผู้นำ ตระกูลฮุน ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ ที่ไม่ได้ตอบคำถามว่า จะทำให้ประชาชาติกัมพูชา เจริญรุ่งเรือง และ วัฒนาถาวร ด้วยสติปัญญาใด

 

ซึ่งหากประเมิน

จากมุมมอง ของ รายงาน

กระทรวงการต่างประเทศ ของ ไทย

ก็จะพบเหตุผล และ ความจำเป็นที่ว่า กองทัพไทย จำเป็นต้องเปลืองตัว เพื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยว ในเกมที่ผู้นำบ้าอำนาจ มิตรเพื่อนบ้าน พยายามขุดหลุมล่อ ให้เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ ในทิศทางใด จำเป็นเพียงใด ที่กองกำลังทหารไทย จะต้องรุกรบ เพื่อแสดงแสนยานุภาพ หรือ เข้ายึดครองดินแดนกัมพูชา ในขณะที่ผู้นำ และ ครอบครัว พร้อมจะบินหนี

หรือ พร้อมจะอ้างกระแสเหล่านี้

เพื่อขอความช่วยเหลือ

จากนานาประเทศ

สมอ้าง เข้ากับความจริง ในบทบาทสำคัญของ การบริหารงานราชการแผ่นดินกัมพูชา ที่ด้อยประสิทธิภาพ ทุจริต คอร์รัปชั่น และ ชอบอ้างว่า เป็นประชาธิปไตย ในขณะที่แผ่นดินไทย แม้จะเกิดความขัดแย้งรุนแรง เกิดการบาดเจ็บล้มตาย แต่ก็ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร ไม่มีใครจะได้สิทธิ์ ในการสมอ้าง เพื่ออ้างความรักชาติบ้านเมือง เหนือจากคนไทยคนใด

ดังนั้น โครงสร้างอำนาจ

ในประเทศไทย ที่พร้อมจะตรวจสอบ

ถ่วงดุลย์ และ ขับเคลื่อนด้วย เสียงของประชาชน

จึงเป็นปัจจัยสำคัญ และ เป็นเหตุผลหลัก ในการขับเคลื่อนของประเทศไทย ไม่นับรวม การมุ่งเน้นผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชนร่วมชาติ ตามพื้นที่แนวชายแดน ที่จะได้รับผลกระทบ จากคำสั่งให้ยิงอาวุธสงครามเข้าถล่ม เช่นเดียวกับเหตุผลสำคัญ ที่คนไทยควรตระหนัก

ว่ากองกำลังทหารของไทย และ ประเทศไทย

ไม่ได้กำลังรบ กับ ประชาชนคนกัมพูชา

ไม่ได้รบกับ คนขแมร์ผู้ทุกข์ยาก

แต่เรา กำลังรบกับความอสัตย์ ความบ้าบอคอแตก และ ความดื้อรั้นของผู้นำ และ ลูกชายผู้นำ ที่พยายามจะบันได ของความสำเร็จ ด้วยกองซากศพของพี่น้องร่วมชาติ ด้วยความสูญเสีย จากเลือดเนื้อ และ คราบน้ำตา ด้วยข้ออ้างว่า กำลังรักชาติอย่างสุดใจ

คำตอบถึง ทหารไทย

และ คนไทยผู้รักชาติทั้งหลาย

ที่จะได้ร่วมตั้งสติ และ มองเห็นศัตรูที่แท้จริง

ในท่ามกลางวิสัยใจคอ ของ ผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องใช้มุมมองที่ชัดเจน อดทนต่อการตัดสินใจ และ ไขให้กระจ่าง ว่าจะทำเยี่ยงไร ต่อ วิธีคิด และ หัวใจของผู้นำกระหายเลือด ไม่นับรวมความปลิ้นปล้อน ที่ตนเอง และ ญาติวงศ์พงษา ไม่สามารถบริหารเศรษฐกิจ และ ความมั่งคั่งของพี่น้องร่วมชาติ ให้งอกงามเบ่งบานขึ้นมาได้ จนต้องก่อสงคราม

และ สำหรับลูกชาย ที่ทำตัวเป็นนายทหารใหญ่

ซึ่งไม่ยอมศึกษาประวัติศาสตร์โลก

คงไม่รู้ว่า จุดจบของผู้นำ

และ เครือญาติที่เป็นเผด็จการนั้น มีสภาพเช่นไร

  สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net