วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หัดวิตกจริต ให้บ่อยครั้ง เพราะ ภัยสังคมมันเข้ามาใกล้เรา บางทีเรายังไม่ทันนึกถึงเลย (เรื่องจริง ประสบการณ์จริง))




สวัสดี จ้า

ไม่ได้มา Update นานมากเลย


Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com

วันนี้ มีเรื่องมา เล่ามาเตือนเรื่อง ภัยสังคม สำหรับ คุณผู้หญิงโดยเฉพาะ

ซึ่งประสพมากับตัวเอง

เรื่องราวเกิดมา ได้ประมาณ 1 ปีผ่านไปเห็นจะได้แล้ว

แต่ภัยมาถึงตัวครั้งนั้น ไม่อาจลืมเลือนได้เลย

ท่านผู้อ่านคงจะได้รู้จักกับ ยาป้าย ชนิดต่างๆที่ ตัวฉันเองคิดว่า

น่าจะหาซื้อได้ ในราคาไม่แพง เท่าไหร่นัก

ยาที่ เมื่อสัมผัสโดนแล้ว จะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ไม่รู้ตัว โดยไม่รู้สาเหตุ
 
เหมือนถูกต้องมนต์สะกด

เหตุการณ์มีอยู่ว่า.. เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ฉันเองได้ไปเฝ้าน้องสาวฝาแฝด
ที่กำลัง admit อยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นฉุกเฉิน
ภาวะช็อค เพราะตกเลือด (ประจำเดือนมามากเกินไป)
โรงพยาบาลที่นี่ บริการไม่ดีมากนัก เพราะรัฐบาล ค่อนข้างจะชักช้า และไม่ค่อยสะอาด
ด้วยเหตุที่ว่าน้องสาวฝาแฝดกำลังศึกษาพยาบาลศาสตร์อยู่ ทางโรงพยาบาลจึงไม่ค่อยดูแลเป็นพิเศษมากนัก ห้องนอนไม่ใช่ห้องพิเศษ เป็นห้องรวม ดังนั้น เตียงก็เบียดเสียดแออัด
ข้าพเจ้านอนเฝ้า ต้องนอนพื้นหาอะไรมาปูนอนทับ แต่ข้าพเจ้านอนไม่หลับ เลยเอาเก้าอี้มานั่งอ่าหนังสือ เตียงข้างๆ เป็นผู้หญิงอายุราวๆ 38 ปี ไม่มีลูก และสามีก็มานอนเฝ้าด้วย
เราเริ่มทำความรู้จักกันเหตุเพราะ เขาอยู่ที่นี่ยาวนานกว่า เพราะเป็นเนื้องอกในมดลูก เพิ่งผ่าตัดไม่กี่วัน และอยู่ในช่วงพักฟื้น สามีเขามาเฝ้าทุกๆ ตอนเย็นนอนจนถึงเช้า ราวๆ 8 โมงจึงออกไปทำงาน อาชีพของทั้ง 2 คน คือ ช่างทำผม ซึ่งเขามีร้่านเล็กๆอยู่ ร้านหนึ่ง ไม่ไกลจากโรงพยาบาล เป็นร้านตัดผมชาย อยู่ ซอย 5 สามี เขาชอบพูดคุยกับเรา ด้วยเหตุที่เขาบ่นว่าอยากมีลูก แต่ภรรยาคนนี้ให้ลูกไม่ได้
เขาบ่นว่าอยากได้ลูกชาย ซึ่งเราเอง เป็นผู้หญิงจริง แต่เป็นทอม แต่งกายก็ลักษณะคล้ายผู้ชาย ไปเลย
เช้าวันต่อมา สามี เขาขอตัวกลับบ้าน แต่ก่อนกลับบ้าน เขาได้เดินเข้ามาใกล้ๆเรา แล้วก็ มาจับแขนเรา เราค่อยๆสะบัดออกเพื่อไม่เป็นการน่าเกลียด จนเกินไป
แล้วเราบังเอิญจะต้องมีเหตุให้ลงลิฟต์ไปชั้นล่างเพื่อซื้อยาสระผม ให้น้องสาว เขาเริ่มบทสนทนา ถามว่าเราจะลงไปข้างล่างหรือ เราเริ่มตอบแบบงง ๆ ว่า "ค่ะ จะลงไปซื้อของที่สหกรณ์" เขารีบตอบอย่างเชื่องช้า "เอ่อ! สหกรณ์หรอ ตอนนี้ยังปิดอยู่ งั้นไปที่ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นสิ หน้าโรงพยาบาลมีนะ" เราตอบแบบ ลักษณะคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนแต่ยังรู้ตัวอยู่ "ค่ะ เดี๋ยวจะลงไป" แล้วเราก็เข้ามาในลิฟต์ ไม่ได้แปลกใจอะไร แต่ก็เห็นเขาลงมาด้วย คิดว่าคงกลับไปทุกเช้าเหมือนปกติ ที่เขาเล่าเมื่อคืน

จากนั้นเราเดินออกมา เขาก็ตะโกนถามเบาๆว่า "มาสิ! เดี๋ยวจะไปส่งก็ได้ ทางผ่าน" เชื่อไหมว่า อะไรดลจิตดลใจให้เราพยักหน้าตอบ เขา ..

แล้วเขาก็ เดินไปที่จอดรถจักรยานยนต์ แล้วเปิดที่เบาะมาหยิบลูกอมมา 1 เม็ด ซึ่งเห็นได้ว่ามีเป็นสิบเม็ดอยู่ในนั้น ยื่นให้เรา .. ไม่ทราบเช่นเดียวกันว่า ทำไม เราถึงรับมาแล้วก็แกะกิน อย่างรู้สึกชินชา

แล้วเราก็ซ้อนมอเตอร์ไซด์เขาออกมาและเห็นเซเว่น แต่เขาขี่ผ่านไป เราจึงท้วงว่า "อ่าวไม่จอดหรือคะ" เขาตอบ "ข้างหน้าก็มีครับ" เราก็ นั่งเฉยๆไม่พูดอะไร

แต่เขาก็เล่าให้ฟังเรื่องประวัติส่วนตัวของเขาแล้วก็บอกว่า ทางนู้น คือร้านตัดผมเขา และเขาชอบเลี้ยงกบ มาก

แล้วเขาก็ จอดรถหน้าร้านตัดผมชาย ร้านหนึ่ง เขาลงจากมอเตอร์ไซด์เราลงตาม เราก็ นิ่งเงียบแล้วเขาก็เปิดประตูร้าน รวมถึงกวาดเส้นผม มาหน้าบ้าน เราจ้องมองเขาทำความสะอาดร้านอย่างไม่ผิดสังเกตุอะไร เขาเดินหายเข้าไปหลังร้านสักครู่เดินออกมาพร้อมสุนัขอีก 2 ตัว แล้วสุนัขก็เล่นกับเรา เรายังรู้สึกเคลิ้มอีก เมื่อเขามาจับ ที่ไหล่เราและพาเดินเข้าไปหลังร้าน

เรามองเห็น บ่อขนาดใหญ่ 2 บ่อ ได้ยินเสียง อีดๆ ออดๆ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกบเป็นพันๆ ตัว มองจนตาลาย

พอเราหันกลับมา และกำลังจะเดินออกไป เห็นเขา ปิดประตูลงกลอน .. และวางกุญแจไว้ที่หน้ากระจกบานใหญ่ แว้บนั้น คิดถึง เรื่องไม่ดีเข้ามาในหัวสมองเลย เขาเดินเข้ามาโอบไหล่อีกครั้งเรา ถามว่าจะทำอะไร .. คราวนี้เหมือน ตื่นจากภวังค์ เพราะ เราไม่ชอบกบเอาซะเลย เสียงมันดังจนแสบแก้วหูไปหมด เราจับมือเขาพร้อมกับบิดล็อค และ แตะข้อพับ ขาจนเขาล้มลง และนึกว่าตัวเองต้องมีสติ ๆ  โชคดีเหลือเกินที่ เคยได้เรียน คาราเต้ ที่ สำนักฮาชิฮาร่า แห่งหนึ่งในประเทศไทย แม้ไม่เก่งมากนัก แต่พอรู้จุดอ่อน บ้างจากนั้น เราวิ่งออกมา พร้อมกับหยิบกุญแจไขออกนอกบ้าน มันระทึกขวัญมาก เราออกมาจากร้านทำผม ออกมาเจอ กับข้างบ้าน ข้างบ้านเขามองเราด้วยสายแปลกประหลาด เราไม่พูดอะไร .. เพราะบอกไปคงไม่มีใครเชื่อ ได้แต่ ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เขาเดินตามออกมา แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกน่า ขอลองหน่อยเดียวเอง .. เราหันไปมองหน้าเขาแต่ไม่ได้กลัวอะไร คิดในใจว่า ไม่มันก็เรา คงตายกันไปข้างหนึ่ง หาก เขาคิดจะฉุดกระชากลากถูกเรา .. แต่สติตอนนี้ครบแล้ว เราบอกว่า ไม่หล่ะค่ะ พอดี หนูน่ะ ไม่ชอบผู้ชาย โดยเฉพาะ ผู้ชาย อย่างลุงเนี่ย .. เมียลุงรู้เข้า คงจะเสียใจ มากเลยนะคะที่เห็นผัวทำตัวแบบนี้ เราไม่สนใจอะไรทั้งนั้น .. เราบอกเขา แต่ก็คิดในใจว่า ยังไง อะไรเป็นอาวุธได้ก่อนตอนนี้คงฆ่าคนได้แน่นอน แม้กระทั่ง 2 นิ้วเรา ถ้าเขาคิดทำอะไรประชิดตัว 2 นิ้งเราจะทิ่มดวงตา 2 คู่ตรงหน้าเราก่อน ..

เขาไม่พูดอะไร คงจะนึกละอายแก่ใจ และกล่าวจะไปส่งเราที่โรงพยาบาล เราซ้อน ท้ายมอเตอร์ไซด์เขากลับโรงพยาบาล ถามว่ากลัวเขาจะพาไปไหนไหม เราบอกตามตรงไม่กลัว เพราะ มอเตอร์ไซด์เราซ้อนท้าย เขาคิดจะออกนอกลู่นอกทาง เราแค่บิดคอ หรือ บีบคอ เขาก็คงทำอะไรเราไม่ได้ เหมือนอยู่ใน Control เราแล้ว เรารีบกระโดดลงจากมอเตอร์ไซด์ และเดินเข้าไป หาน้องสาวเราอย่างคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เมื่อขึ้นมา เห็นหน้า ภรรยาเขา ก็อดนึกสงสารแทนไม่ได้ จะเล่าให้ฟังก็ไม่กล้า กลัวแกจะทรุดหนัก เลยต้อง ก้มหน้า ทำเป็นไม่สนใจ โชคยังดี ที่เรารอดมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะมีสติ และน้องสาวอาการดีขึ้นได้ออกจากโรงพยาบาลนั้น ในตอนบ่ายเลยไม่มีโอกาสได้เจอกับ 2สามีภรรยานั้นอีกเลย

เวลาผ่านไป ราว 1 ปี แต่เส้นทางและเหตุการณ์เหล่านั้นยังจำฝังใจ
ยังเกิดอาการวิกลจริต เมื่อได้อยู่กับคนแปลกหน้า



Image hosted by Photobucket.com  ยังไงก็เถอะ ขอเรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ ให้ผู้หญิงได้รู้จักระมัดระวังตัวและวิตกจริตบ้าง  เพราะ ภัยร้าย มันเข้าใกล้เรานิดเดียว บางทีเรายังไม่ทันนึกถึงได้เลยซึ่งมันก็ไม่ผิดแปลกอะไรเพราะส่วนใหญ่คนประเภทวิตกจริต จะมีสติและรอด มาได้เกือบทุกครั้ง..
 





โดย hinhaha

 

กลับไปที่ www.oknation.net