วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความยากจนเกิดจากแทบทุกรัฐมุ่งเก็บภาษีจากแรงงานและทุน แทนที่จะเป็นที่ดิน


ระบบภาษีของเราและแทบทั่วโลกสวนกลับทาง 180 องศากับที่ควรเป็นมานานแล้ว
คือรังแกผู้ทำงานและผู้ลงทุนก่อผลผลิตและบริการ แทนที่จะส่งเสริม เช่น

ขั้นที่ 1 ภาษีเงินได้ภาษีกำไรไปลดรายได้ ภาษีการผลิตการค้าทำให้ของแพง แข่งต่างชาติก็ยาก

ขั้นที่ 2 การเก็บภาษีที่ดินในอัตราต่ำ ทำให้มีการเก็งกำไรสะสมที่ดินกันทั่วไป ราคา-ค่าเช่าที่ดินแพงเกินจริง
ซึ่งไปลดผลตอบแทนส่วนที่เหลือสำหรับเจ้าของปัจจัยการผลิตอีก 2 ปัจจัย คือ
ผู้ใช้แรงงาน (กาย+สมอง) และผู้ลงทุน ให้ต่ำเกินจริงลงไปอีก ยิ่งเป็นการถ่วงการก่อผลผลิตและบริการ

ขั้นที่ 3 ที่ดินที่กักตุนไว้โดยไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ ทำให้ที่ดินที่จะใช้ประโยชน์ได้ของชาติลด
แรงงานและทุนพลอยหางานทำไม่ค่อยจะได้ ผลผลิตของชาติจึงต่ำกว่าที่ควร
คนว่างงานมากขึ้น ค่าแรงยิ่งต่ำ ที่สาหัสคือคนจน
ซึ่งยิ่งเดือดร้อน อ่อนแอ กลายเป็นเหยื่อนายทุนผู้จ้าง นายทุนเงินกู้ และผู้หลอกลวงอีกต่อหนึ่ง

ขั้นที่ 4 การเก็งกำไรกักตุนที่ดิน ผสมกับสาเหตุทางการเงิน ยังก่อวิกฤตวัฏจักรเศรษฐกิจฟองสบู่
ทำความเสียหายใหญ่หลวงซ้ำซากเป็นระยะ ๆ เรื่อยมา บริษัทล้ม คนว่างงาน
ดังเช่นปี 2551-52 ในสหรัฐฯ และลามไปทั่วโลกจนถึงเดี๋ยวนี้

ถ้าไม่มีการเก็งกำไรที่ดินอย่างกว้างขวาง ก็ไม่มีการกู้เงินอย่างกว้างขวาง
และไม่มีวัฏจักรราคาที่ดินที่เหวี่ยงตัวรุนแรง วิกฤตการเงินที่แผ่ลามทั่วโลกก็ไม่เกิด
เก็งกำไรที่ดินมีในลัทธิที่ดินนิยม ที่ดินนิยมคือเชื้อแห่งความเสื่อม
เป็นกาฝากร้ายมาตลอดในระบบของเราที่เรียกกันว่า \"ทุนนิยม\"
เมื่อที่ใดเกิดชุมชนหนาแน่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกรวดเร็ว ธุรกิจดี ที่ดินก็ราคาสูง
เจ้าของที่ดินไม่ต้องทำอะไร ค่าเช่า/ราคาที่ดินก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งเกิดการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน ในที่สุดค่าแรงและผลตอบแทนทุนยิ่งต่ำ คนจนยิ่งเดือดร้อน
นั่นคือ ความเจริญยิ่งเพิ่มความยากจน
จนกว่าเราจะหันมาเก็บภาษีที่ดินแทนภาษีจากการทำงานและการลงทุนก่อผลผลิตและบริการ
(คำว่า ภาษีที่ดิน ไม่รวมภาษีสิ่งปลูกสร้างสิ่งปรับปรุงซึ่งเกิดจากการลงแรงลงทุนสร้างหรือผลิต)

ถ้าเราแก้ไขระบบภาษี โดยมุ่งเก็บแต่ภาษีที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ
และเก็บค่าการก่อความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม
พร้อมกับลด-เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้าสินค้าและบริการชดเชยกันไป
อาจทำเป็นโครงการระยะยาวสัก 30 ปี เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายเกินไป
ปัญหาสังคมต่าง ๆ จะลดลงมาก การหางานทำยาก ค่าแรงต่ำ ความยากจน จะแทบหมดไป
อาชญากรรม ศีลธรรมเสื่อม ภัยโจรผู้ร้ายที่คุกคามคนรวยจะลดต่ำ
ความต้องการการสวัสดิการจากรัฐจะเหลือเพียงน้อยนิด

บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลดีและความเป็นธรรมของการมุ่งเก็บภาษีที่ดินและเลิกภาษีจากการลงแรงลงทุน
http://bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=242&c=1
ผสมสองทฤษฎีสกัดวัฏจักรเศรษฐกิจฟองสบู่
http://bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=46&c=1
แก้ปัญหาที่ดินได้ก็หมดปัญหานายทุนกดค่าแรง
http://bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=365&c=1

โดย สุธน_หิญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net