วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิลิตปฐวีวจนะ (๑๐) เร่งรัดพัฒนา


(๘) เร่งรัดพัฒนา

ร่าย

๑๑๙ พอศอสองพันห้า ร้อยสี่มาบรรจบ พบยุคเร่งรัดพัฒนา ประชุมมาแต่อำเภอ เออต้องตีกลองประชุม[1] เรียกชุมนุมชาวบ้าน ทางการเขาสั่งเข้าที ผู้ใหญ่ลีเจรจา ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ด แล้วเสร็จเลี้ยงสุกร ตาสีหัวงอนไม่เข้าใจ สุกรไซร้คือไรรึ? หัวหึหึตอบไป สุกรไซร้ก็หมาน้อย ธรรมดาฯ

โคลง ๒

๑๒๐ ลอยลมพัดข่าวว่า         หลวงจักบ่ชักช้า

เร่งสร้างทางเทียว      ท่านเอยฯ

๑๒๑ สระบุรีขวาเลี้ยว  ลาดยางทางคดเคี้ยว

เปิดฟ้าแดนอีสาน                แลฤๅฯ

๑๒๒ กันดารแดนก่อนกี้        มหามิตรช่วยชี้

เร่งสร้างมรรคา                    ท่านเอยฯ

๑๒๓ อเมริกายิ่งแล้ว  มิตรภาพเพริดแพร้ว

ผ่องพร่างอุษาคเนย์    แม่เอยฯ

โคลง ๔ มหาสินธุมาลี

๑๒๔ เอเชียทีปกว่ากว้าง       แดนไกล

หลายลุ่มธาราไหล     หลั่งเลี้ยง

โขงแม่ทอดทางไป    กำเนิด โพ้นนา

ทิเบตบนภาคเพี้ยง     ดั่งฟ้าลอยสวรรค์ฯ

๑๒๕ สูงชันลดหลั่นเลื้อย      ลงมา  แม่เอย

ปันแบ่งแดนดินคา      เขตน้ำ

เดิมทีดั่งอาณา-                  จักรใหญ่        เดียวท่าน

ภายลุ่มปันแบ่งก้ำ      เขตแคว้นแดนครองฯ

๑๒๖ แหลมทองยุคใหม่มื้อ    พัฒนา

ขึงเขื่อนหว่างภูผา      ใหญ่กว้าง

ขังขอบเขตธารา                 รายลุ่ม น้ำแฮ

แสนหมื่นเกินจักอ้าง   เทียบเท่าดังฤๅฯ

๑๒๗ ประสงค์คือผลิตสร้าง    พลังงาน

แสงสว่างและดลดาล เศรษฐ์ไซร้

อุตสาหกรรมกาล                ยุคใหม่          ชนเฮย

หมายว่าวางวาดไว้     หว่างก้าวทันการณ์ฯ

๑๒๘ งานเงินเดินควบคู่        กันนา  เพื่อนเอย

เงินย่อมบันดาลพา     สุขท้น

งานเงินจักมีมา                   โดยมาก                 

เบิกบุกรุกเร็วล้น                  เร่งแท้ทันสมัยฯ

ร่าย

๑๒๙ จึงหัวไร่ปลายนา โค่นถางอาณาเขต เปลี่ยนเกษตรเป็นเชิงเดี่ยว ดอกกระเจียวไม่เข้าที แท้ไม่มีความหมาย ป่าเห็ดวายลงร้าง ยูงยางช่างบังบด โค่นลงหมดสุมไฟ เต็งรังใหญ่กีดขวาง มะค่ากางกันแดน ไร่ปอแทนทำเงิน จึ่งพาเพลินบันดาลสุข จงเร่งรุกล้างป่า เป็นอาณาการเกษตร ผลแลเหตุคือเงิน ต้องดำเนินตามแผน พัฒน์วางแปลนโดยวาด จะพาชาติรุ่งเจริญ งานคือเงินเงินคืองาน จักบันดาลสุขได้ จึงทั่วแดนดินไซร้ เร่งรีบพัฒนา ท่านเอยฯ

วิชชุมาลี

๑๓๐ จักกล่าว สมัยหมู่ข้อย น้อยหนุ่มกุมาร พู้นเยอ

พ่อแม่ พาบุกบืน       โค่นเพพังม้าง

          หัวนาย่าน      ยูงยางต้นใหญ่

พ่อพา  ขุดก่นสร้าง     สวนฮั้วไฮ่ปอฯ

๑๓๑ เมื่อนั้น สองขอบข้าง มิตรภาพทางหลวง

อุบัติ    เป็นโรงทอ     ป่านปอกระเจาแก้ว

กระสอบ ปวงสินค้า    นำพาขายออก

          นอกนับแล้ว    นำเข้าแห่งเงิน แท้แล้วฯ

๑๓๒   ดุลแข่งค้า      ขายออกอวยไป

ต้องให้ เกินกำหนด    ค่ามวลนำเข้า

          เขาหมายไว้    เกินดุลขายส่ง

สูงกว่า มวลหมู่เจ้า     ผองซื้อจ่ายมา ท่านเอยฯ

ฮ่าย

๑๓๓ หัวไฮ่อีกปลายนา ป่าปกดินเป็นด้าว เขาฟ้าวฟั่งถากถาง วางแผนการสมัยใหม่ ต้องสร้างไฮ่สวนปอ ขายโรงทอ[2]พ่อค้า เขามาซื้อฮอดเฮือน ตาชั่งเหมือนตาชี้ บอกปอนี้หนักเท่าใด พ่อค้าไวการโกง ทำหยิบโหย่งตาแล แต่ตีนแหย่มัดโค่นปอ บ่ให้หนักตามจริง ตาซิง[3]ตั้งตัดสิน พ่อค้ากินตาชั่ง โกงไปโกงมามั่ง บอกป้ายยุคสมัย แลฤๅฯ



[1] เพลงดังในอดีต ขับร้องโดยศักดิ์ศรี ศรีอักษร เป็นเพลงเสียดสีกระบวนการเร่งรัดพัฒนาของทางการ สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เนื้อเพลงโดยครบถ้วนมีดังนี้

“พอศอสองพันห้าร้อยสี่             ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม
ชาวบ้านต่างมาชุมนุม               มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี 

ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว        ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา
ทางการเขาสั่งมาว่า * (ซ้ำ)       ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร 

ฝ่ายตาสีหัวคลอน                     ถามว่า สุกร นั้นคืออะไร
ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด * (ซ้ำ) สุกรนั้นไซร้ คือ หมาน้อยธรรมดา
หมาน้อย หมาน้อย ธรรมดา * (ซ้ำ) 

สายัณห์ตะวันร้อนฉี่                 ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน
แดดฮ้อนๆ ใส่แว่นตาดำ            ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ * (ซ้ำ)
ถอดแว่นตาดำ ฟ้าแจ้งจางปาง ฟ้าแจ้ง ฟ้าแจ้ง จางปาง * (ซ้ำ) 

คอกลมเหมือนดั่งคอช้าง           เอวบางเหมือนยางรถยนต์
รูปหล่อเหมือนตอไฟรน              หน้ามนเหมือนเขียงน้อยซอยซา
เขียงน้อย เขียงน้อย ซอยซา * (ซ้ำ) “

 

[2] หมายถึงโรงงานทอกระสอบ ซึ่งใช้เส้นใยปอแก้วฟอกเป็นวัตถุดิบ

[3] ตาซิง คือตาชั่ง

 

 

 

 

 

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net