วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อเจ้าต้องการสิ่งใด เจ้าก็จะได้แต่สิ่งนั้น เมื่อเจ้าไม่ต้องการอะไร เจ้ากลับได้ทั้งหมด


ถึง บุตรสุดสวาท

เมื่อคืนป๊าประสบความสำเร็จ สามารถพิชิตวรรณกรรม “ฮ่องสิน ประกาศิตแต่งตั้งเทพเจ้า” เล่ม 1 (ประพันธ์โดย สวี่จ้งหลิน แปลโดย วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์) ขนาดของระยะทาง 398 หน้า ยังคงเหลือระยะทางอีก 3 ใน 4 ส่วน เพียงรอวันคืน โดยไม่ต้องรีบร้อน พงศาวดารจีนเล่มนี้ยิ่งใหญ่มาก กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลาของการสิ้นสุดราชวงศ์ซาง และการสถาปนาราชวงศ์โจว (ก่อนคริศต์ศักราช 1028 ปี) โครงเรื่องวิจิตรพิสดาร สำนวนโวหารเพริศแพร้วพรรณราย เป็นการเรียงร้อยประวัติศาสตร์ผสมผสานกับจินตนาการของมนุษย์ ยังกล่าวถึงเทพเจ้าต่างๆ ที่มาช่วยเหลือมนุษย์ ต่อสู้กับมารร้ายจอมอิทฤทธิ์ ป๊าจะพยายามค่อยๆ ดึงเอาบางส่วนของหนังสือมาเล่าให้น้องพราวฟังในภายหลัง

สิ่งที่ได้จากวรรณกรรมเรื่องนี้ นอกจากภูมิปัญญาลึกล้ำดุจห้วงมหานทีแล้ว  ป๊ายังได้กลวิธีในการร้อยเรียงเรื่องราวอีกด้วย ซึ่งป๊าคิดว่าน่าจะทำให้จดหมายถึงน้องพราว สนุกสนาน มีสีสัน มากขึ้นกว่าเดิม วันเวลาผ่านแล้วผ่านเลย ขอเริ่มต้น ณ บัดนี้

วันนี้บิดาใช้พาหนะแท็กซี่อีกครา เจตนาจะสอบถามความคิดเห็นเรื่องการใช้ก๊าซธรรมชาติในรถกล แต่สวรรค์กลับประทานให้พบกับสารถีมือใหม่ เพิ่งเริ่มอาชีพได้เพียง 3 วัน บิดายังต้องบอกเส้นทางไปสถานีรถไฟฟ้า ชี้แจงอยู่พักหนึ่งว่าจุดหมายที่ต้องการตั้งอยู่แห่งหนเดียวกับหมอชิตเก่า สารถีผู้นี้มาจากนอกด่านบางกอก ยังไม่ชำนิชำนาญเส้นทางอันสลับซับซ้อนในราชธานี ไม่ต้องคำนึงถึงความรู้เรื่องพลังงานทดแทน ธูปยังไม่ทันหมดดอก บิดาก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต

ตลอดรายทาง พบคนพิการ ให้ทาน พบผู้มีน้ำใจช่วยเหลือชีวิตสัตว์ ก็ให้ทาน พบคนร้องเพลงแลกปากท้อง ก็ให้ทาน ขึ้นเหลาฮะจิบังที่ห้างร้านมาบุญครอง มีเงินทอนเล็กน้อย ก็ให้สินน้ำใจบริวาร ผู้รับยินดี ผู้ให้ย่อมอิ่มเอม

บิดาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลานัดเล็กน้อย เดินเท้าลงจากสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี มุ่งสู่เคหสถานของบิดาสหายเก่า วันนี้ฟ้าเปิด อากาศปลอดโปร่ง ดวงตะวันฉายแสงจ้ากลางศีรษะ เป็นนิมิตหมายอันดี การเดินทางค้าขายครั้งนี้อาจพบโชค

สตรีเจ้าบ้านเปิดประตูต้อนรับ ทักทายคารวะตามธรรมเนียม เข้าสู่เคหสถาน เป็นตึกสูงใหญ่ 4 ชั้น พื้นและเสากลมของบ้านประดับด้วยหินอ่อน เพดานสูงโปร่งกรุฝ้าน่าชม พื้นมีระดับชั้น ปลูกสร้างตามหลักฮวงจุ้ย เงินทองไหลเข้าไม่ไหลออก บิดาของสหายเก่านั่งรออยู่ภายในบ้านก่อนแล้ว สักพักลูกค้ามาถึง บิดาสหายพาชมบ้านที่ต้องการจะขาย อธิบายประวัติความเป็นมาแจ่มแจ้ง ให้บังเอิญลูกค้ารู้จักกับญาติของบิดาสหาย สนทนากันถูกคอ ออกรสชาติ

ลูกค้าสตรีถามถึงเรื่องฮวงจุ้ย บิดาสหายท่านนี้บอกว่า ฮวงจุ้ยก็ส่วนหนึ่ง โชคชะตา วาสนาของผู้อาศัยก็ส่วนหนึ่ง เวลามนุษย์โชคดี อยู่ในช่วงขาขึ้น เหมือนกับเดินขึ้นบันได แต่เวลาคราเคราะห์รวดเร็วเหมือนลงลิฟท์  บิดานึกในใจว่า อย่ากระนั้นเลย ชีวิตควรดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท

บิดาสหายบอกอีกว่า ใช้ชีวิตอย่ามีกิเลส ตัณหามาก อย่าไปคาดหวังอะไรกับชีวิตมาก ไม่มีอะไรเป็นของเรา ยังอ้างถึงคำสอนพระพุทธศาสนา เมื่อเจ้าต้องการสิ่งใด เจ้าก็จะได้แต่สิ่งนั้น เมื่อเจ้าไม่ต้องการอะไร เจ้ากลับได้ทั้งหมด ลึกซึ้งเข้าไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจบิดา จนต้องนำมาตั้งเป็นชื่อเรื่องวันนี้ บิดากลับมาพินิจพิเคราะห์ดู เห็นว่าประโยคนี้เป็นจริงมิอาจเป็นอื่น เมื่อเราต้องการสิ่งใด เราก็จะละเลยสิ่งอื่น สนใจแต่สิ่งนั้น เพื่อครอบครองสิ่งนั้น ท้ายแล้วเราก็อาจจะได้สิ่งนั้นตามประสงค์ แต่เรากลับพลาดสิ่งที่เหลือทั้งหมด ทว่า ถ้าเราปล่อยวางความต้องการ จิตของเราจะแผ่กว้างไพศาล หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่ง เราไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสิ่งใด แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด คือเราได้ทั้งหมด

กิเลสเบาบาง จิตใจก็เบาสบาย มีทรัพย์สมบัติครอบครองมาก ภาระรับผิดชอบบนบ่าก็มาก มีทรัพย์สมบัติน้อย บ่าจึงถูกปลดเปลื้องสัมภาระ

เสร็จธุระ บิดาลากลับด้วยความปีติ วันนี้บิดามีวาสนาไม่น้อย พบบุรุษผู้เมธา ชี้ทางสว่างให้ชีวิต มีบทกวีเป็นหลักฐาน

 

กว๋อซินมีเคราะห์ รถกลข้างกายชนรถตำรวจ

 ต้องเข้าอู่สำรวจตรวจซ่อมแซม

โชคดีไม่ถูกเนื้อกายเป็นของแถม  

เพียงพักแรมใจให้หายตระหนก

วันเจ็ดค่ำเดือนหกพบลูกค้า

จำใจโดยสารรถไฟฟ้าแทนรถบก

ตลอดทางให้ทานวณิพก

เพียงจะยกระดับจิตวิญญาณ

ฟ้าเปิดใสไร้เมฆานภาจำรัส

ตะวันสลัดหมองหม่นในโลกหล้า

หลินกว๋อซินวันนี้มีวาสนา

พบเมธาดวงตาเห็นทางธรรม

เจ้าต้องการสิ่งใดได้สิ่งนั้น

แต่เจ้าพลันสูญสิ้นทุกสิ่งสรรพ์

เมื่อเจ้าวางกิเลสทุกสิ่งอัน

ในฉับพลันเจ้าย่อมได้ทุกสิ่งเอย

ธรรมดาบิดาย่อมปรารถนาให้บุตรเป็นคนดี 

รักนะน้องพราว

หลินกว๋อซิน (เป็นชื่อภาษาจีนกลางของบิดา แต้จิ๋วเรียก ลิ้มก๊กซิม)

9 พฤษภาคม 2554 (ขึ้นเจ็ดค่ำ เดือนหก ปีกระต่าย)

โดย ซิมเซน

 

กลับไปที่ www.oknation.net