วันที่ พุธ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วังรัก วังร้างกับอ่างยักษ์


รัสเซียยุคนี้ มีอาคารถูกทิ้งร้างมากมาย และก็ใช่แต่เฉพาะอาคารเท่านั้น เพราะเมืองที่ถูกทิ้งร้างทั้งเมือง ก็มีมากมาย แต่วันนี้จะพาไปรู้จักกับอาคารแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมานานปีแล้วครับ อาคารหลังนี้ ในสมัยยังรุ่งเรือง เคยมีสถานะเป็นถึงวังเลยทีเดียว

วังแห่งนี้มีชื่อแบบรัสเซียว่าบาบาลอฟสกี้ แต่บางทีก็เรียกกันสั้นๆว่า บาบาลอฟว่า หรือไม่ก็บาลาลอฟก้า





วังนี้ตั้งอยู่ที่ในเขตที่เรียกว่า " ซาร์สกาเย เซโล "  ที่แปลว่า " หมู่บ้านของพระเจ้าซาร์  "เพราะแต่เดิมพื้นที่แถบนี้ ถูกกันเอาไว้เป็นที่สร้างวังของพระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้าขุนมูลนายต่างๆ " ซาร์สกาเย เซโล " อยู่ห่างจากเมืองเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์กแค่ 20 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ปัจจุบันมันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่ชื่อปุชกิ้น



พระราชินี



เจ้าชาย

แต่เดิมวังแห่งนี้ ถูกสร้างให้เป็นที่ประทับเพื่อการพักผ่อนของเจ้าชายกริกอรี่ ปาโตมกิ้น คนสนิทและชู้รักของสมเด็จพระมหาราชินีแคทเธอรีนที่ 2 ประมุขหญิงแห่งรัสเซีย พระ องค์พระราชทานที่ดินผืนหนึ่งในเขตหมู่บ้าน Babolovo ที่อยู่ระหว่าง Catherine Park กับ Alexander Park ให้กับเจ้าชายเมื่อปี 1780 และทรงสร้างวังที่ทำด้วยไม้ชั่วคราว เพื่อให้เป็นที่นัดพบกับเจ้าชาย

พอถึงปี 1782 ก็มีการสร้างวังใหม่ขึ้นมาแทนที่วังไม้ โดยสร้างในสไตล์ Gothic Revival วังนี้ออกแบบโดยสถาปนิก Ilya Neyelov 







นอกจากการเป็นที่นัดพบกับชู้รักแล้ว วังแห่งนี้ยังถูกสร้างให้เป็นที่พักผ่อน และที่สรงน้ำสำหรับฤดูร้อน เพราะน้ำแถบนี้ เชื่อกันว่ามีคุณสมบัติในการบำบัดโรค จึงมีการต่อน้ำเข้าไปในวัง เพื่อให้พระราชินีสรง

ทั้งวังมีห้องทั้งหมดแค่ 7 ห้อง มีหอรูป 8 เหลี่ยม และมีแค่ชั้นเดียว เพราะตอนแรก มันไม่ได้ถูกสร้างมาให้เป็นที่พัก แต่ไปๆมาๆมันก็ถูกเรียกว่าวัง จากการตกแต่งภายในที่หรูหรา เมื่อสร้างเสร็จ มีการสร้างสวนแบบอังกฤษไว้ที่วัง  

พอถึงยุคพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 1  ซึ่งเป็นพระเจ้าซาร์ถัดจากสมเด็จพระมหาราชินีแคทเธอรีนที่ 2 สองสมัย วังแห่งนี้ ก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนกับสมัยที่มันก่อกำเนิดขึ้น คือใช้เป็นที่นัดพบกับชู้รัก พร้อมกันนี้ พระองค์ก็ได้ให้สถาปนิก  Vasily Stasov ออกแบบวังใหม่ และให้เปลี่ยนอ่างสรงน้ำเสียใหม่ จึงมีการนำอ่างหินแกรนิตแดงขนาดยักษ์เข้าไปไว้ในส่วนที่เป็นหอ 8 เหลี่ยม เพราะพระเจ้าซาร์ทรงชื่นชอบการสรงน้ำเย็นจัดมาก





ผู้ที่ผิดชอบในการนำอ่างหินขนาดยักษ์ไปวางไว้ในจุดที่มันอยู่ เป็นวิศวกรชื่อ Agustin de Betancourt มันถูกนำไปวางไว้ ก่อนที่จะมีการสร้างกำแพงปิด อ่างนี้หนัก 48 ตัน สูง 196 เซ็นติเมตร สามารถจุน้ำได้ 8 พันถัง หลายคนเรียกมันว่า "Tsar Bath" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเป็นอ่างสรงน้ำสำหรับพระเจ้าซาร์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงอ่างที่เป็นราชันต์แห่งอ่างทั้งปวงด้วย

ว่ากันว่า ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ในการแกะหินแกรนิตหนัก 160 ตันให้กลายเป็นอ่างใบนี้ และตั้งแต่หลังยุคอียิปต์เป็นต้นมา ไม่เคยมีใครใช้หินแกรนิตสร้างงานขนาดใหญ่เช่นนี้

หลังการปฏิวัติรัสเซียเมื่อปี 1917 ไม่นานวังรักแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างมาโดยตลอด ปัจจุบันก็อยู่ในสภาพที่เห็นนี่แหละครับ ทรุดโทรมอย่างหนัก เพราะไม่มีใครเหลียวแล 



สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วังแห่งนี้ก็เจอระเบิดของนาซีเยอรมัน วังเสียหาย แต่อ่างไม่เป็นอะไร

เมื่อนาซีเยอรมันเข้ามาที่นี่ พวกเขามีแผนจะยกอ่างกลับประเทศ แต่ล้มเลิกโครงการ เพราะไม่มีวัสดุอุปกรณ์

จนถึงปัจจุบัน อ่างยักษ์ ก็ยังคงอยู่ในที่ที่มันเคยอยู่ เพราะไม่มีใครกล้า ( และบ้า ) แอบขนมันไปเก็บไว้ที่บ้านของตัวเอง

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net