วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"พรรคราชการ" มิใช่เรื่องเล่น ๆ


เห็นสถานการณ์การเมือง ก่อนการเลือกตั้งแล้ว บอกได้คำเดียวว่า "เขมรยิ้ม"
เกี่ยวกันด้วยหรือเนี๊ย..?

ผมกำลังมองหาสิ่งเหล่านี้...? จากนโยบายพรรคการเมือง
แต่ยังไม่เห็น หรือคงไม่มีโอกาสได้เห็นกระมัง ...
เพราะน่าจะเป็นนโยบายที่ได้แต่คิด หรือ คิดได้แต่ห้ามเสียงดัง
"เอาเป็นว่า กูมา มึงสบาย"

สิ่งที่ผมพูดถึง ก็คือ ขุมกำลังใน "พรรคราชการ"
ย้ำว่า ไม่ใช่ "พักราชการ" เพราะความหมายต่างกันฟ้ากับเหว หน้ามือหลังตีน..

ผมคิดว่าในชุมชนนี้ มีบรรดาข้าราชการเก่า ใหม่และปัจจุบันไม่น้อย
แต่ขอมองต่าง ในมุมผู้ไม่กินเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดินหน่อยนะครับ
และเป็นการมองอย่างเอื้ออาทรกันกับระบบการเมืองไทยด้วย

บ้านเรา ใครคิดว่า ข้าราชการ ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญทางการเมือง ผมว่า "ไม่จริง"
ด้วยเหตุที่บ้านเรา "ระบบอุปถัมภ์" ยังอยู่เหนือปัจจัยพื้นฐานปกติ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้คน
นั่นย่อมหมายถึงว่า ข้าราชการหนึ่งคน หรือหนึ่งกรม กอง...ฯลฯ
ย่อมสามารถบันดาลคะแนนเสียงได้เป็น 10 ถึง 100 เท่าของฐานเสียงเดิมเลยทีเดียว

และหาก "ระบบอุปถัมภ์ + เงินสด" ก็ยิ่งไปกันใหญ่



ทั้งนี้ ยังมีพวกกึ่งราชการ และกิ่งก้านสาขาระบบราชการอีกมากมาย
ที่แทรกซึมอยู่ตามที่ต่าง ๆ บนแผ่นดินนี้ เช่น คนของมหาดไทยตามตำบล หมู่บ้าน
คนของสาธารณะสุข หรือของกระทรวงเกษตรฯ เป็นต้น

ข้อเท็จจริงประการหนึ่งของบ้านเราก็คือ..
ในแต่ละปี ๆ ที่ท่านทั้งหลายต้องควักจ่ายเงินภาษีให้รัฐนั้น
พบว่า.....

กว่าร้อยละ 82 หรือราว ๆ 1.7 ล้านล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ
และแนวโน้มไม่ได้บวก หรือ ลบ ไปกว่า 3-4 เปอร็เซ็น ไปราว ๆ ปี 2558



และรายจ่ายส่วนนี้ รวมเงินเดือน สวัสดิการ ผลตอบแทนอื่น ๆ ของบรรดาคนใน "พรรคราชการ" อยู่ด้วย

ขณะที่รายจ่ายเพื่อการลงทุน ราว 15-19 % ของงบฯ เท่านั้น
ซึ่งน้อยมาก หากมองประเทศ และโลก ว่าต้องขับเคลื่อนด้วยอัตราเร่งเท่าไหร่ เพื่อให้ทันการณ์

แปลเป็นคำชาวบ้าน ๆ ก็คือ "เรากำลังจ่ายภาษีเพื่อเลี้ยงปากท้องข้าราชการ" เป็นหลัก
ส่วนการพัฒนาอื่น และการลงทุนด้านต่าง ๆ ในประเทศนั้น ไม่มีค่อยกู้เอา...

ผมเพียงแต่มองเชื่อมโยงกัน ระหว่างพรรคการเมือง และ นักการเืมือง
กับข้าราชการ และำพรรคราชการ ว่า เป็นกลุ่มกุมอำนาจใหญ่ของประเทศนี้
เมื่อใหญ่สองคนจับมือกัน ผลของระบอบประชาธิปไตย จึงเหวี่ยงไหวในทางเปลี่ยนผ่าน น้อยมาก
อย่าว่าแต่จะ "ปฎิรูป" ใด ๆ เลย เพราะเป็นได้เพียงอุดมคติ

ดังนี้ การเมืองแบบนักการเมือง กับการเมืองในพรรคราชการ
ไหนเลยจะไม่จองถาวรกับข้อเท็จจริงทำนองนี้ รวมทั้งพร้อมที่จะผูกขาด
หากท้องถนนไม่เต็มไปด้วยผู้คน และเสียงก่นด่าขับไล่....

เหล่านี้ ย่อมจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อผลการเลือกตั้ง ส.ส.
ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย และจะเป็นเ่ช่นนี้เรื่อยไป
จนกว่าอะไร หรืออย่างไรนั้นหรือ...

ท่านทั้งหลายขบคิดกัินเองเถิดครับ..

โดย มุมมืด

 

กลับไปที่ www.oknation.net