วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ได้อย่างเสียอย่างเรื่องติดก๊าซ


ถึง ลูกสาวตัวน้อย

เมื่อวานนี้กล่าวได้ว่าเป็นวันดีแท้จริง บุตรกับบิดาได้พบกันอีกครั้ง หลังจากที่เจ้าไปเที่ยวเล่นที่บ่อทองบุรีสัปดาห์นึง กลับมาครานี้ ผมเจ้ายาวขึ้น หน้าตาค่อยละม้ายคล้ายเพศหญิง เจ้าเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง เลี้ยงง่าย ทำเอาญาติฝั่งมารดาเจ้าหลงกันใหญ่ ไม่ค่อยจะยอมให้กลับราชธานี ยื้อไว้เสียหลายเพลา

อีกกี่ปีนะ เจ้าถึงจะอ่านจดหมายที่บิดาเขียนรู้เรื่อง สามสี่วันที่ผ่านมา บิดาอ่านหนังสือเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนของการดูแลรักษาโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่เช่นนั้นมนุษย์จะพบกับวิกฤตการณ์ที่รุนแรง จนอารยธรรมที่สั่งสมมานานหลายหมื่นปีพังทลาย พอนึกถึงอนาคตก็สงสารเจ้า ที่ต้องมาเผชิญและรับผลกรรมที่คนรุ่นก่อนเจ้าทำเอาไว้    

เรื่องสิ่งแวดล้อม บิดาจะค่อยอธิบายยืดยาวในภายหน้า วันนี้บิดาขอเล่าเรื่องที่ติดค้างเอาไว้ คือเรื่องการใช้แก๊สในรถยนต์ อันธรรมดาของชีวิต ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่เสียอะไรไป การติดแก๊สในรถยนต์ แม้ว่าจะทำให้ประหยัดเงินทองที่อุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่แลกกลับไปคือความสะดวกสบาย มาเริ่มต้นที่ความประหยัดกันก่อน

การใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ราคาปัจจุบันกิโลกรัมละ 8.50 บาท ส่วนแก๊สหุงต้ม LPG แพงกว่าNGV ประมาณกิโลกรัมละ 3 บาท ถ้าเน้นเรื่องความประหยัด ใช้งานมาก ควรใช้ NGV แท็กซี่คนหนึ่งบอกว่าถ้าใช้ LPG เงินแทบไม่เหลือ ประเด็นนี้บิดาสงสัยว่า เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว แท็กซี่ส่วนใหญ่ยังไม่ใช้แก๊สกัน ยังวิ่งหากินกันได้ น้ำมันยุคนั้นลิตรละ 20 กว่าบาท ปัจจุบันถ้าใช้แก๊ส LPG ลิตรละ 11 บาทกว่า มันจะไม่เหลือเงินได้อย่างไร ในเมื่ออัตราค่าโดยสารก็เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่เอาล่ะสรุปว่าถ้าเน้นประหยัดต้อง NGV อย่างไรก็ตาม จุดคุ้มทุนของ LPG จะมาถึงก่อน NGV เพราะค่าติดตั้งต่ำกว่า และการใช้ LPG จะสะดวกสบายกว่าการใช้ NGV พอสมควร

เริ่มตั้งแต่พื้นที่ใช้สอย เนื่องจากถังNGV มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าถังLPG (ซึ่งเป็นผลมาจากคุณสมบัติของLPG ที่มีความหนาแน่นสูงกว่าNGV) จึงทำให้เสียพื้นที่หลังรถมากกว่า เวลาบิดาพาน้องพราวไปสวนรถไฟ หลังรถของบิดาซึ่งมีถังNGV ขนาด 90 ลิตรน้ำอยู่ ใส่รถเข็นพับแล้วของน้องพราวได้เพียงอย่างเดียว ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับสัมภาระอื่น ถ้าเป็นถัง LPG ก็จะมีพื้นที่วางตะกร้าใส่ผ้าอ้อมและของใช้อื่นๆของน้องพราวได้อีกด้วย นอกจากนี้ถัง LPG ปัจจุบันยังมีแบบถังโดนัท ใส่แทนตำแหน่งล้อสำรองได้เลย เท่ากับว่าไม่เสียพื้นที่หลังรถแต่อย่างใด แน่นอนถังโดนัทย่อมราคาสูงกว่าถังแคปซูลปกติ

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนการติดตั้งแก๊สคือเวลาในการเติม การเติมแก๊สหรือก๊าซธรรมชาติก็แล้วแต่ ใช้เวลามากกว่าการเติมน้ำมันเท่าตัว และต้องดับเครื่องยนต์ก่อน สิ่งที่น่าเบื่อกว่าช่วงเวลารอให้แก๊สเต็มถังคือการเข้าแถวรอคิว  ปัจจุบันบิดาใช้ก๊าซธรรมชาติNGV ต้องพยายามเลี่ยงไม่เติมช่วงที่แท็กซี่เปลี่ยนกะ ประมาณบ่ายสามถึงสี่โมงเย็น เพราะจะมีแท็กซี่มาเข้าคิวกันเป็นทิวแถว เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงเทศกาลยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อรถยนต์พร้อมใจกันวิ่งออกจากกรุงเทพ เนื่องจากปั๊มNGV ในต่างจังหวัดมีน้อยมากจึงทำให้บางครั้งต้องรอนานเป็นชั่วโมงทีเดียว ส่วนLPG มีจำนวนปั๊มมากกว่าพอสมควร จึงไม่มีปัญหาในการรอคิวแต่อย่างใด

นอกจากการเติมแก๊สแต่ละครั้งใช้เวลานานแล้ว ยังต้องเติมบ่อยเติมถี่อีกด้วย เพราะก๊าซธรรมชาติNGVเต็มถังขนาด 90 ลิตรน้ำ วิ่งได้ระยะทางประมาณ 150-200 กิโลเมตร ส่วนแก๊สหุงต้มLPGขนาด 58 ลิตรน้ำ วิ่งได้มากกว่าNGV ประมาณ 2 เท่า ขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงปกติถังขนาด 50 ลิตร วิ่งได้ระยะทางประมาณ 500-700 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับอัตราความกินน้ำมันของรถยนต์แต่ละรุ่น

จากข้อมูลที่บิดาให้ไว้ข้างต้น สรุปได้ว่าถ้ารักความสะดวกสบาย ใช้รถในแต่ละวันไม่มาก ก็ไม่ต้องติดแก๊ส ถ้าใช้รถมาก อยากประหยัดบ้าง และชอบความสะดวกด้วย ก็ต้องใช้ LPG แต่ถ้าเน้นประหยัดจริงๆ ต้องNGV  ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องพิจารณาถึงสถานที่ตั้งปั๊มด้วย ถ้าเส้นทางที่เราผ่านเป็นประจำมีปั๊มชนิดไหนอยู่ ก็ควรจะเลือกติดตั้งแก๊สประเภทนั้น

ส่วนตัวบิดาเอนเอียงไปทางLPG แต่เนื่องจากไม่มีบริษัทรถยนต์ยี่ห้อไหนขายรถยนต์พร้อมติดตั้งLPG และมีการรับประกันเพราะรัฐบาลไม่สนับสนุน บอกว่าเป็นการใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท บิดาเลยจำต้องซื้อรถติด NGV แทน          

หวังว่าในอนาคตบิดาคงจะมีฐานะดีขึ้น จนไม่มีความจำเป็นต้องใช้แก๊สชนิดใดๆ เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฮบริดแทน เพราะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและรักษาสิ่งแวดล้อม อีกสัก 20 ปีข้างหน้า น้องพราวโตเป็นสาว บิดาคาดว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จำหน่ายในตลาดน่าจะมีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าผสมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นมาตรฐาน

วันนี้บิดาขอหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้

คิดถึง

14 พฤษภาคม 2554

โดย ซิมเซน

 

กลับไปที่ www.oknation.net